กลศึกที่ 1: การปรับมุมมอง
  • หน้าแรก
  • การอัปเดตเนื้อหา
  • บทที่ 1: เกี่ยวกับกลศึก
  • บทที่ 2: กลศึกทั้งหมด
    • หมวดหมู่ที่ 1: การรับรู้
      • กลศึกที่ 1: การปรับมุมมอง
      • กลศึกที่ 2: การบิดเบือน
      • กลศึกที่ 3: ความเชื่อ
      • กลศึกที่ 4: ความชอบธรรม
      • กลศึกที่ 5: การหลอกล่อ
      • กลศึกที่ 6: ความแนบเนียน
      • กลศึกที่ 7: ภาพลักษณ์
    • หมวดหมู่ที่ 2: ข้อมูลข่าวสาร
      • กลศึกที่ 8: การซ่อนเร้น
      • กลศึกที่ 9: การเปิดเผย
      • กลศึกที่ 10: ร่องรอย
      • กลศึกที่ 11: การล่วงรู้
      • กลศึกที่ 12: ความชัดเจน
      • กลศึกที่ 13: ความไม่ชัดเจน
    • หมวดหมู่ที่ 3: จิตใจ
      • กลศึกที่ 14: จิตใจ
    • หมวดหมู่ที่ 4: กระบวนการ
      • กลศึกที่ 15: พันธะ
      • กลศึกที่ 16: กระบวนการ
      • กลศึกที่ 17: กับดัก
      • กลศึกที่ 18: ผลพลอยได้
      • กลศึกที่ 19: ทางเลือกได้เปล่า
      • กลศึกที่ 20: การทำให้เลยตามเลย
      • กลศึกที่ 21: การแพร่กระจาย
      • กลศึกที่ 22: ตัวแทน
      • กลศึกที่ 23: การเข้าถึง
      • กลศึกที่ 24: การเผื่อ
      • กลศึกที่ 25: ช่องโหว่
      • กลศึกที่ 26: เส้นเกณฑ์
      • กลศึกที่ 27: การแปรสภาพ
      • กลศึกที่ 28: เทคนิคเฉพาะ
    • หมวดหมู่ที่ 5: จังหวะเวลา
      • กลศึกที่ 29: จังหวะเวลา
      • กลศึกที่ 30: การทำทีละนิด
      • กลศึกที่ 31: การทำโดยฉับพลัน
    • หมวดหมู่ที่ 6: การบริหารทรัพยากร
      • กลศึกที่ 32: การใช้จำนวน
      • กลศึกที่ 33: การรวมตัว
      • กลศึกที่ 34: การแบ่งแยก
      • กลศึกที่ 35: การหมุนเวียน
      • กลศึกที่ 36: การแบ่งปัน
      • กลศึกที่ 37: การสละ
    • หมวดหมู่ที่ 7: การแสวงหาผลประโยชน์
      • กลศึกที่ 38: การช่วงใช้
      • กลศึกที่ 39: การช่วงชิง
      • กลศึกที่ 40: การลอกเลียน
      • กลศึกที่ 41: การเกาะ
      • กลศึกที่ 42: การรับแทน
    • หมวดหมู่ที่ 8: พลังอำนาจ
      • กลศึกที่ 43: คุณสมบัติ
      • กลศึกที่ 44: ความสัมพันธ์
      • กลศึกที่ 45: สิทธิพิเศษ
      • กลศึกที่ 46: อำนาจ
      • กลศึกที่ 47: การควบคุม
      • กลศึกที่ 48: การโจมตี

กลศึกที่ 1: การปรับมุมมอง

กลศึกประเภท “การปรับมุมมอง” เป็นกลอุบายที่เกี่ยวกับ “การทำให้มุมมองที่มีต่อสิ่งต่าง ๆ ของตนเองหรือผู้อื่นเปลี่ยนไป”

ซึ่งการปรับมุมมองนั้น แบ่งออกเป็น 10 วิธี ได้แก่ การปรับมุมมองโดยการ…
  1. เปลี่ยนวิธีมอง
  2. เปลี่ยนมุมที่ใช้มอง
  3. มองในความเป็นไปได้อื่น
  4. ทำให้เห็นภาพชัด
  5. เลือกใช้คำ
  6. เปรียบเทียบ
  7. ยกตัวอย่าง
  8. คำนวณ
  9. ตั้งคำถาม
  10. เจออะไรใหม่ ๆ

(วิธีที่ 1-4 เป็นเชิงคอนเซ็ปต์ / 5-10 เป็นเชิงเทคนิค)

✴️

(1. การปรับมุมมองโดยการ “เปลี่ยนวิธีมอง”)

สมมติว่า เราเปิดร้านขายขนมปัง แล้วมีเศษขนมปังเหลือ ๆ แทนที่จะทิ้ง เราอาจจะมองอีกมุมว่า “บางคนที่เขาซื้อกิน เขาไม่สนความสวยงาม เขาสนความอร่อย” ก็เลยเอาไปทอดหรืออบให้กรอบ ปรุงรสให้อร่อย แล้วเอามาขายแยกต่างหากก็ได้(ปรับมุมมอง → แปรสภาพ → เปลี่ยนจุดอ่อนเป็นจุดแข็ง)⦅👍⦆

สมมติว่า รถยนต์ที่เราใช้มานาน เกิดเก่ามากแล้ว แต่ยังใช้ได้ดีอยู่ และเราก็ไม่อยากเปลีองเงินซื้อคันใหม่ แทนที่เราจะมองว่า มันเก่าแล้ว ไม่สวยเหมือนรุ่นใหม่ ๆ เราก็อาจจะมองว่า “การได้ขับรถยนต์เก่า ๆ ที่ผ่านเรื่องราวมากมาย เคยผจญภัยไปในที่ต่าง ๆ มาด้วยกัน เคยรับส่งคนที่เรารู้จัก เคยมีคนนู้นคนนี้มานั่ง มันก็รู้สึกดีอีกแบบ”(ปรับมุมมอง → ทำให้รู้สึกดี)⦅👍⦆

สมมติว่า ครอบครัวของเราไม่ได้มีเงินมาก เราเลยต้องเอาชุดเก่า ๆ ของพ่อแม่มาใส่ แทนที่เราจะมองว่า มันเก่า มันเชย มันล้าสมัย เราก็อาจจะมองว่า “เป็นแฟชั่นย้อนยุค” หรือ “ได้แต่งตัวแนววินเทจ” หรือ “มีหลายคนที่พยายามหาเสื้อผ้าย้อนยุคมาใส่ ส่วนเราไม่จำเป็นต้องหา แถมไม่เสียเงินสักบาทด้วย” ฯลฯ(ปรับมุมมอง → ทำให้รู้สึกดี)⦅👍⦆. หรืออาจจะหาเครื่องแต่งกายหรือเครื่องประดับอื่นๆ มาใส่ผสมผสาน เป็นแนวการแต่งตัวใหม่ ๆ ก็ได้(ปรับมุมมอง → แปรสภาพ → เปลี่ยนจุดอ่อนเป็นจุดแข็ง)⦅👍⦆

สมมติว่า เราตั้งใจทำสินค้าชนิดใหม่ขึ้นมาจนขายดิบขายดี แล้วอยู่มาวันหนึ่ง มีคนลอกสินค้าของเรา แล้ววางขายใกล้ ๆ กันเลย แทนที่เราจะเสียกำลังใจ เราก็อาจจะมองว่า “มีคู่แข่งก็ดี แสดงว่าของของเราดีจริง เรามาถูกทางแล้ว”(ปรับมุมมอง → ทำให้มีกำลังใจ)หรือ “ก็ดีเหมือนกัน พนักงานของเราจะได้ตื่นตัว ไม่ประมาท”(ปรับมุมมอง → ทำให้ไม่ประมาท)ฯลฯ⦅👍⦆

สมมติว่า ลูกน้องของเราหมดความท้าทายในการทำงาน ก็มีหลายวิธีในการสร้างมุมมองให้รู้สึกท้าทาย ขึ้นอยู่กับบริบท เช่น ชี้ให้เห็นถึงคุณค่าของงานที่เขาทำอยู่ก็ได้ หรือบอกว่า “โชคดีมากนะเนี่ย จะมีสักกี่คนที่มีโอกาสได้ทำงานแบบนี้” หรือ “พี่บอกเลย มีแค่ไม่กี่คนในโลกที่ได้จับอุปกรณ์แบบนี้” ฯลฯ(ปรับมุมมอง → ทำให้รู้สึกท้าทาย)⦅👍👍⦆

สมมติว่า สิ่งที่เราทุ่มเททำมาโดยตลอด เกิดความผิดพลาดบางอย่าง หรือเกิดล้มเหลวขึ้นมา แทนที่เราจะมองในแง่ร้าย เราก็อาจจะมองว่า “เราไม่ได้ผิดพลาด แค่ค้นพบวิธีที่ไม่ได้ผล” หรือ “นี่ไม่ใช่ความล้มเหลว แต่เป็นการเรียนรู้” หรือ “เราถือว่าโชคดีมากแล้ว มีอีกหลายคนที่เจอหนักกว่าเรา” หรือ “ที่ผิดพลาดมา เท่ากับเราได้รับประสบการณ์หลายปีเลย ประหยัดเวลาตั้งเยอะ” หรือ “ผิดตั้งแต่ตอนนี้ ดีกว่าผิดทีหลัง” ฯลฯ(ปรับมุมมอง → ทำให้มีกำลังใจ)⦅👍👍👍⦆

สมมติว่า เราเจอเรื่องแย่ ๆ มา แทนที่จะมองว่าตัวเองโชคร้าย เป็นปมในใจ ไม่อยากนึกถึงอีก ก็อาจจะมองว่า “ถ้าเราไม่เคยเจอเรื่องแบบนี้มาก่อน คนอื่นก็อาจจะต้องเจอแบบเรา” แล้วเอามาเล่าเป็นอุทาหรณ์สอนคนอื่นอีกที(ปรับมุมมอง → เปลี่ยนจุดอ่อนเป็นจุดแข็ง)⦅👍👍👍⦆หรือบางคนก็เอามาเล่าเป็นเรื่องสนุก เวลาคุยเล่นกับคนอื่นก็ได้(ปรับมุมมอง → เปลี่ยนจุดอ่อนเป็นจุดแข็ง)⦅👍⦆

สมมติว่า เราสนใจในวงการวงการหนึ่งมาก ๆ และอยากไปให้ถึงระดับโลก แต่ประเทศบ้านเกิดของเราไม่ได้มีการสนับสนุนเรื่องนี้อย่างจริงจัง และยังไม่มีใครเคยไปถึงระดับนั้นมาก่อน . แทนที่เราจะมองว่า เราเสียเปรียบคนชาติอื่น มีต้นทุนน้อยกว่าเขา มีสภาพแวดล้อมด้อยกว่าเขา ไม่มีคนชี้นำ เราก็อาจจะมองว่า “ฉันจะเป็นคนแรกของประเทศที่ไปถึงระดับโลก” และถ้าเราไปถึงระดับนั้นได้จริง เราก็อาจจะถูกยกย่องและเป็นที่จดจำยิ่งกว่าคนอื่นที่อยู่ระดับโลกเหมือนกัน เพราะเราจะถูกจดจำในฐานะที่เป็นคนแรกของประเทศที่ทำได้ เป็นตำนานของชาติ เป็นแรงผลักดันให้กับคนรุ่นถัด ๆ ไป(ปรับมุมมอง → เปลี่ยนจุดอ่อนเป็นจุดแข็ง)⦅👍👍👍⦆

✴️

(2. การปรับมุมมองโดยการ “เปลี่ยนมุมที่ใช้มอง”)

วิธีนี้จะต่างกับวิธีที่แล้วตรงที่ เป็นการเปลี่ยนที่ “จุดเริ่มต้น” หรือ “มุมที่ใช้มอง” เพื่อให้ “ปลายทาง” หรือ “สิ่งที่ใช้มอง” เปลี่ยนไป

.

อุปมาเหมือน วิธีที่แล้ว เราจะลองมองก้อนหินในมุมที่เปลี่ยนไป แต่วิธีนี้ เราจะลองไปยืนในมุมอื่นเวลามองก้อนหิน เพื่อให้เรามองก้อนหินในมุมที่เปลี่ยนไป

ถ้าเราเป็นพ่อแม่ที่กำลังจะดุลูก เราก็อาจจะลองคิดอีกมุมว่า ถ้าเราเป็นลูก แล้วเราโดนพ่อแม่ใช้คำพูดแบบนี้กับเรา เราจะรู้สึกอย่างไร ? (เปลี่ยนจาก “พ่อแม่” เป็น “ลูก”) หรือถ้าเราเป็นลูก แล้วกำลังจะทำในสิ่งที่พ่อแม่ไม่เป็นห่วง เราก็อาจจะลองมองว่า ถ้าวันหนึ่งเราเป็นพ่อแม่คน แล้วลูกของเราทำตัวแบบนี้ เราจะรู้สึกอย่างไร ? (เปลี่ยนจาก “ลูก” เป็น “พ่อแม่”)(ปรับมุมมอง)⦅👍👍👍⦆

ถ้าเรากำลังจะทำพฤติกรรมแย่ ๆ ต่อหน้าคนอื่น เราก็อาจจะลองมองว่า ถ้าเราเป็นบุคคลภายนอกที่ผ่านมาแล้วเห็นคนทำตัวแบบนี้พอดี เราจะมองว่าเขาเป็นคนยังไง ? (เปลี่ยนจาก “ผู้กระทำ” เป็น “บุคคลภายนอกที่บังเอิญผ่านมาเห็นพอดี”)(ปรับมุมมอง)⦅👍⦆

เวลาเห็นคนอื่นทำผิดพลาด การที่เราเป็นคนนอกนั้น ง่ายที่จะวิจารณ์คนอื่น เพราะเราไม่ได้เจอสถานการณ์แบบเดียวกับเขาต่อหน้าต่อตา ไม่ได้มีภูมิหลังแบบเขา และไม่ได้รู้ล่วงหน้าว่าผลลัพธ์จะเป็นยังไง เราอาจจะลองทำความเข้าใจในมุมของเขาดู อาจจะทำให้เรามองเขาเปลี่ยนไปก็ได้ (เปลี่ยนจาก “ตัวเราที่มองจากภายนอก” เป็น “ตัวเขาที่ผ่านเหตุการณ์เหล่านั้นมาก่อน”)(ปรับมุมมอง)⦅👍👍👍⦆

ถ้าเราไม่แน่ใจว่า แผนการของเราออกแบบมารัดกุมหรือไม่? เราอาจจะลองจินตนาการว่า ถ้าเราเป็นฝ่ายศัตรู เราจะรับมือยังไง? (เปลี่ยนจาก “ฝ่ายตัวเอง” เป็น “ฝ่ายศัตรู”)(ปรับมุมมอง)

การที่เราอยู่กับสินค้าของเราทั้งวัน ทำให้เราคุ้นเคยและเข้าใจมันจนทะลุปรุโปร่งแล้ว เราอาจจะลองมองในมุมของลูกค้าที่พึ่งเคยเห็นสินค้านี้เป็นครั้งแรกว่า เขารู้สึกอย่างไรตอนที่เห็นครั้งแรก ? เขาจะเข้าใจมันหรือไม่ ? ใช้ง่ายหรือยาก ? หรือเราอาจจะหาคนมาทดลองเลยก็ได้ (เปลี่ยนจาก “ผู้ที่คุ้นเคยกับสินค้าเป็นอย่างดี” เป็น “คนที่พึ่งเคยเห็นครั้งแรก”)(ปรับมุมมอง)

ถ้าเราจะสร้างตึกสักหลังขึ้นมากกลางเมือง หรือกลางชุมชนแห่งหนึ่ง เราจะมองในมุมไหนได้บ้าง ? เช่น ในมุมของ “ผังเมือง” เหมาะที่จะสร้างตรงนี้หรือไม่ ? มีที่ ๆ เหมาะกว่านี้หรือไม่ ? ในมุมของ “คนท้องถิ่น” จะกระทบต่อวิถีชีวิตของพวกเขาอย่างไร ? เป็นผลบวกหรือลบมากกว่ากัน ? ในมุมของ “ศิลปะ” เป็นอย่างไร ? กระทบต่อทัศนียภาพของพื้นที่นั้นหรือไม่ ? ในมุมของ “เศรษฐกิจ” จะส่งผลอย่างไร ? ในมุมของ “การท่องเที่ยว” เป็นอย่างไร ? ในมุมของ “วิศวกรรม” แข็งแรงพอไหม ? มีโครงสร้างเหมาะกับพื้นที่ตรงนั้นไหม ? ฯลฯ(ปรับมุมมอง)⦅👍👍⦆

เวลาเราจะสั่งสอน หรือให้คำแนะนำใครสักคน ก็จะมีหลายแง่มุมให้เรามอง เช่น ในแง่ของ “ภาษา” เราสามารถพูดจาให้น่าฟังกว่านี้ได้ไหม ? คำอธิบายของเราชัดเจนแค่ไหน ? เอาไปใช้ได้ง่ายไหม ? ในแง่ของ “ความรู้สึก” ผู้ฟังจะรู้สึกยังไง ? มีวิธีสื่อสารที่ดีกว่านี้ไหม ? ในแง่ของ “ตรรกะเหตุผล” เราเข้าใจเขาดีพอแล้วหรือยัง ? เราได้รับข้อมูลครบถ้วนแล้วหรือยัง ? ในแง่ของ “การเปิดใจ” เขาเปิดใจฟังเรารึเปล่า ? หรือมีคนอื่นที่เขาเปิดใจฟังมากกว่าเรา จะได้ให้เขามาพูดแทน ? หรือเขาเป็นพวกที่ต้องเจอกับตัวถึงยอมเปลี่ยน ? ในแง่ของ “จังหวะเวลา” เราพูดถูกจังหวะรึเปล่า ? ฯลฯ(ปรับมุมมอง)⦅👍👍👍⦆

✴️

(3. การปรับมุมมองโดยการ “มองในความเป็นไปได้อื่น”)

สมมติว่า เรากำลังขับรถบนถนน แล้วเจอคนขับรถแย่ ๆ ใส่เรา แทนที่เราจะมองว่าเขานิสัยแย่ แล้วโกรธเขา เราก็อาจจะมองในความเป็นได้อื่น เช่น เขาอาจจะกลัวไปทำงานสาย หรือมีนัดลูกค้าที่ใกล้จะถึงเวลานัดแล้ว หรือรีบไปเข้าประชุมให้ทัน หรือปวดท้องเข้าห้องน้ำ หรือรีบไปโรงพยาบาลหาแม่ที่ใกล้จะตาย ฯลฯ ก็ได้(ปรับมุมมอง → ทำให้ไม่โกรธ)⦅👍👍⦆

สมมติว่า เราเรียกวินมอเตอร์ไซค์ เพราะอยากถึงเร็วขึ้น แต่คนขับดันขับช้า แทนที่เราจะหงุดหงิด เราก็อาจจะมองว่า “อย่างน้อยเราก็ปลอดภัย” หรือ “ถ้าขับเร็วกว่านี้ เราก็อาจจะเป็นอะไรไปแล้วก็ได้”(ปรับมุมมอง → ทำให้ไม่โกรธ)⦅👍⦆

สมมติว่า อยู่ ๆ ก็มีคนมาเหวี่ยงใส่เราแบบไม่มีเหตุผล แทนที่เราจะโกรธเขา หรือเกลียดเขา เราก็อาจจะมองว่า เขาอาจจะเจ็บปวดมาก่อนก็ได้ ข้างในเขาอาจจะช้ำมากก็ได้ อาจจะเคยมีคนที่หน้าตาคล้ายเรามาทำร้ายเขา แล้วเขาก็ฝังใจ เลยคิดว่าเราเป็นคนแบบนั้น น่าสงสารออก(ปรับมุมมอง → ทำให้ไม่โกรธ)⦅👍👍👍⦆

ชีวิตของคนเรา ย่อมมีช่วงเวลาที่จะต้องตัดสินใจเลือกอะไรบางอย่างที่สำคัญ แม้หลังจากเลือกไปแล้ว ผลที่ได้กลับไม่ดีอย่างที่คิด เราก็มักจะมองว่า ไม่น่าเลือกทางนี้เลย แต่ในความเป็นจริง อีกทางอาจจะแย่กว่าก็ได้ และเมื่อเวลาผ่านไปนาน ๆ พอมองย้อนหลังกลับมา เราก็อาจจะมองว่า เราคิดถูกแล้วก็ได้ที่เลือกทางนี้(ปรับมุมมอง → ทำให้สบายใจ)⦅👍⦆

“คบกับแฟนต่อ หรือบอกเลิกดี ?“ แม้เลือกไปแล้ว ผลที่ได้กลับทำให้เราเสียใจ ก็ไม่เป็นไร ถ้าเลือกคบต่อ เราก็อาจจะมองว่า “เขาก็ยังมีดีของเขาอยู่ ไม่งั้นเราคงไม่ลำบากใจเลือกหรอก ไม่มีใครสมบูรณ์แบบ 100% อยู่แล้ว” แต่ถ้าเลือกบอกเลิก เราก็อาจจะมองว่า “ถ้าฝืนคบต่อ เราอาจจะต้องเสียใจมากกว่านี้ก็ได้ ถ้าเลิกกันตั้งแต่ตอนนี้ อาจจะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดแล้ว วันหนึ่ง เราอาจจะเจอคนที่เหมาะกับเรากว่านี้ก็ได้”(ปรับมุมมอง → ทำให้สบายใจ)⦅👍⦆

“เลือกงานใหม่ หรือทำงานที่เดิมดี ?” ถ้าเลือกงานใหม่ แล้วดันได้งานห่วยกว่าเดิม เราก็อาจจะมองว่า “อย่างน้อยเราก็ได้ลองอะไรใหม่ ๆ การอยู่ที่เดิมต่อไปอาจจะไม่ดีอย่างที่คิดก็ได้” หรือถ้าเลือกอยู่ที่เดิม เราก็อาจจะมองว่า “ถึงงานนี้จะห่วยยังไง มันก็ยังมีข้อดีอยู่ ไม่งั้นเราคงไม่ลำบากใจเลือกหรอก ส่วนงานใหม่ก็อาจจะไม่ดีอย่างที่คิดก็ได้”(ปรับมุมมอง → ทำให้สบายใจ)⦅👍⦆

✴️

(4. การปรับมุมมองโดยการ “ทำให้เห็นภาพชัด”)

ถ้าเราโฆษณาร่มที่มีจุดเด่น คือ มีขนาดเล็ก พกพาง่าย แทนที่จะอธิบายด้วยคำพูด เราก็อาจจะเอามาวางเทียบกับโทรศัพท์มือถือให้ดูเลย(ปรับมุมมอง)[เปรียบเทียบ → ทำให้เห็นภาพชัด]

(เพิ่มเติม : ในการปรับมุมมองทั้ง 10 วิธี เราสามารถใช้หลายวิธีผสมกันได้ โดยจะเขียนในสัญลักษณ์ “[]” เช่น “[เปรียบเทียบ → ทำให้เห็นภาพชัด]” อ่านว่า “ปรับมุมมองโดยการเปรียบเทียบ เพื่อทำให้เห็นภาพชัด”)

สินค้าหรือบริการ ที่สามารถแสดงความแตกต่างของผลลัพธ์ก่อนกับหลังใช้ได้ด้วยภาพ บางคนก็อาจจะเอาภาพก่อนใช้กับหลังใช้มาเทียบกันให้เห็นเลย(ปรับมุมมอง)[เปรียบเทียบ → ทำให้เห็นภาพชัด]

ในการขายของ บางคนใช้วิธีสาธิตให้ดู ให้เห็นกันจะจะไปเลย ให้เห็นภาพชัดแบบปฏิเสธไม่ได้ เช่น ถ้าเราขายกระเป๋าที่กันน้ำได้ เราก็เอากระดาษใส่ไว้ในกระเป๋า แล้วก็เทน้ำให้ดูกันไปเลย ถ้ากระดาษข้างในไม่เปียกซักหยด ก็จะได้รู้ว่ามันกันได้จริง ๆ . หรือถ้าเราขายน้ำยาซักผ้า ก็เอาซอสมาเทให้เลอะ ๆ แล้วซักให้ดูเลยว่า สะอาดหมดจดแค่ไหน . หรือถ้าเราขายกระเป๋าที่เอามีดกรีดไม่เข้า ก็เอามีดมากรีดแรง ๆ ให้ดูกันไปเลย . หรือถ้าเราขายเคสโทรศัพท์กันกระแทก เราก็โยนโทรศัพท์ให้ตกจากที่สูง ๆ ให้เห็นเลยว่าเครื่องยังสภาพดีอยู่ ฯลฯ(ปรับมุมมอง)

สมมติว่า เราขายขนมไส้ช็อกโกแลต แล้วเราอยากให้คนอื่นรู้ว่า เราใส่ไส้ช็อกโกแลตไปเยอะแค่ไหน ถ้าเราบอกไปว่า “เราใส่ไปเยอะมาก ๆ” ก็อาจจะยังเห็นภาพไม่ชัดพอ เราอาจจะบอกว่า “กัดคำไหนก็เจอ” หรือถ้าเราขายขนมที่กรอบมาก ๆ เราก็อาจจะบอกว่า “กัดคำไหนก็กรอบ”(ปรับมุมมอง)[เลือกใช้คำ → ทำให้เห็นภาพชัด]

ยาสีฟันบางยี่ห้อ เวลาเราบีบออกมา จะเห็นเป็น 3 สีแยกกัน คนจะได้มองว่ามี 3 พลังรวมกัน เช่น สีฟ้าป้องกันฟันผุ ส่วนสีขาวทำให้ฟันขาว และสีเขียวป้องกันแบคทีเรีย . แต่จริง ๆ คือ ไม่เกี่ยวอะไรกับสีเลย เพราะตัวยาผสมออกมาเป็นสีเดียวตั้งแต่แรกแล้ว ค่อยมาแยกสีภายหลัง เพื่อให้เวลาคนบีบเห็นภาพว่า เหมือนซื้อ 3 หลอดในหลอดเดียว(เพิ่มกระบวนการที่ไม่จำเป็น → แบ่งแยก → ปรับมุมมอง)

สมมติว่า มีคนไข้มาปรึกษาเรื่องการเลเซอร์หน้ากับหมอผิวหนัง เขากลัวว่า ถ้าเลเซอร์ออกแล้วจะเป็นแผลเป็นที่หน้า . แทนที่จะตอบไปตรง ๆ หมอก็อาจจะบอกว่า “อย่างตัวหมอเอง ก็เคยเลเซอร์บนหน้ามาแล้วกว่า 10 จุดครับ คนไข้พอบอกได้ไหมครับว่า ที่หน้าของหมอมีตรงไหนบ้าง ? ถ้าไม่ได้ แสดงว่าแผลมันหายไปหมดแล้วครับ”(ปรับมุมมอง)[ยกตัวอย่าง → ทำให้เห็นภาพชัด]

ถ้าคนรู้จักของเรา เขาไม่ยอมดูแลตัวเอง ไม่ยอมออกกำลังกาย กินแต่ของไม่ดีต่อสุขภาพ ฯลฯ แล้วเราเป็นห่วงเขา แต่ถึงเราแนะนำไป เขาก็ไม่ทำตามอยู่ดี . เราก็อาจจะหาวิธีทำให้เขาได้มีโอกาสไปตรวจสุขภาพ ให้เขาเห็นชัด ๆ ด้วยตัวเองเลยว่า ร่างกายข้างในของเขาเป็นอย่างไร ? มีน้ำตาลเท่าไหร่ ? มีไขมันเท่าไหร่ ? ใกล้เป็นโรคต่าง ๆ เช่น เบาหวาน ความดัน ไขมันอุดตัน แค่ไหนแล้ว ? ฯลฯ(ปรับมุมมอง → ทำให้กลัว)⦅👍👍❓⦆

✴️

(5. การปรับมุมมองโดยการ “เลือกใช้คำ”)

ในการทานอาหารเพื่อสุขภาพ ถ้าใช้คำว่าการ “คุมอาหาร” แล้วเรารู้สึกจริงจัง เข้มงวดเกินไป เราก็อาจจะใช้คำว่าการ “เลือกกิน” แทนก็ได้(ปรับมุมมอง → ลดความรู้สึกกดดัน)⦅👍⦆

คนที่ทำอาชีพแนะนำคนอื่นเลือกเสื้อผ้า แทนที่จะใช้คำว่า “อ้วน” หรือ “ผอม” ให้เขารู้สึกไม่ดี ก็อาจจะใช้คำว่า “หุ่นนาฬิกาทราย” หรือ “หุ่นลูกแพร” หรือ “หุ่นสามเหลี่ยมค่ำ” หรือ “หุ่นแอปเปิ้ล” ฯลฯ แทน แถมยังเป็นการจำแนกที่ละเอียดกว่าด้วย(ปรับมุมมอง → ไม่ทำให้รู้สึกไม่ดี)⦅👍👍⦆

การที่ครูบอกกับนักเรียนว่า “ครูอยากขอความร่วมมือจากนักเรียนทุกคนให้ช่วยกัน…” อาจจะดีกว่าการบอกว่า “นักเรียนทุกคนต้องช่วยกัน…” ก็ได้(ปรับมุมมอง → ไม่ทำให้รู้สึกถูกบังคับ)⦅👍⦆

เวลามีคนถาม หรือตอนที่เรากำลังคุยกับตัวเองว่า “สถานการณ์ตอนนี้เป็นยังไงบ้าง ?” หรือ “ช่วงนี้เป็นไงบ้าง ?” แทนที่จะใช้คำว่า “แย่มาก” หรือ “ช่วงนี้ชีวิตกูแย่มากเลย” เราก็อาจจะใช้คำว่า “ยังไหวอยู่” หรือ “ช่วงนี้กำลังปรับตัว” หรือ “ท้าทายมาก” หรือ “กำลังเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ” ฯลฯ(ปรับมุมมอง → ทำให้มีกำลังใจ)[เปลี่ยนวิธีมอง + เลือกใช้คำ]⦅👍👍⦆

เวลาเราต้องการจัดการสอบบางอย่างขึ้น เราอาจจะสื่อสารประมาณว่า “เราจะมีการทดสอบสามารถ พวกเราจะได้รู้ว่า จุดไหนที่เราดีอยู่แล้ว ? จุดไหนที่เราควรเสริม ? ซึ่งจุดที่ควรเสริมนั้น ทางเราได้ออกแบบบทเรียนพิเศษโดยเฉพาะมาให้พวกเราฟรี ๆ” ดีกว่าสื่อสารประมาณว่า “เราจะมีการสอบ ถ้าใครสอบตกจำเป็นต้องเข้าคลาสสำหรับคนสอบตก”(ปรับมุมมอง → (ทำให้รู้สึกท้าทาย + ไม่ทำให้รู้สึกกดดัน))[เลือกใช้คำ → เปลี่ยนวิธีมอง]⦅👍👍⦆

ศาสตร์การบริหารสมัยใหม่ ก็มักจะฉลาดในการเลือกใช้คำ เช่น ใช้คำว่า “ขับเคลื่อนองค์กร” แทนคำว่า “ทำตามหน้าที่” หรือใช้คำว่า คุณยังพื้นที่ให้การเรียนรู้” แทนคำว่า “คุณยังไม่เก่ง” หรือใช้คำว่า “เราได้เรียนรู้ว่า…” หรือ “เราผิดพลาดตรง…” แทนคำว่า “เราล้มเหลวเพราะ…”(ปรับมุมมอง → (ทำให้มีกำลังใจ + ไม่ทำให้รู้สึกไม่ดี))⦅👍👍⦆ . หรือใช้คำว่า “เพื่อนร่วมทีม” หรือ “สมาชิกทีม” แทนคำว่า “ลูกน้อง” หรือ “พนักงาน”(ปรับมุมมอง → ทำให้รู้สึกได้รับความเคารพ → สร้างความสัมพันธ์)⦅👍👍⦆

ในการทำงานเป็นทีม เวลานำเสนองาน แม้งานส่วนนั้นจะทำคนเดียวก็ตาม บางคนก็ใช้คำว่า “พวกเรา” แทนคำว่า “ผม” หรือเวลาพูดถึงแผนกอื่น ก็มักจะใช้คำว่า “เรา” หรือ “พวกเรา” แทนคำว่า “พวกเขา” เพราะอยู่ในองค์กรเดียวกัน ก็ถือว่าเป็นทีมเดียวกัน(ปรับมุมมอง → ทำให้รู้สึกเป็นพวกเดียวกัน → สร้างความสัมพันธ์)⦅👍👍⦆

สมมติว่า เรากำลังประชุมอยู่ แล้วมีคนนำเสนอความเห็นที่เราไม่เห็นด้วยบางส่วนหรือทั้งหมด เราอาจจะบอกว่า “ขอเสริมต่อจากคุณ… ตรงที่บอกว่า…” แล้วค่อยนำเสนอความเห็นของเราออกไป แทนที่จะบอกว่า บอกว่า “ไม่เห็นด้วย เพราะ…” เพราะยังไงสุดท้ายก็ได้เสนอความเห็นต่างออกไปเหมือนกันอยู่ดี(ปรับมุมมอง → (รักษาความสัมพันธ์ + ไม่ทำให้รู้สึกขัดแย้ง))⦅👍⦆

ถ้าลูกค้าถามว่า สินค้าของเราทนทานแค่ไหน ? แทนที่เราจะสาธยายตัววัสดุ หรือกระบวนการผลิตให้ฟังอย่างละเอียด เราอาจจะบอกว่า “ของชิ้นนี้สามารถอยู่กับคุณลูกค้าได้เป็น 10 ปี โดยที่ไม่ต้องเปลี่ยน”(ปรับมุมมอง)[เลือกใช้คำ + ทำให้เห็นภาพชัด]

ถ้ายังไงก็ต้องเลื่อนจำหน่ายอะไรสักอย่างออกไปอยู่แล้ว แทนที่จะบอกว่า “ทำไม่ทัน” บางคนก็ใช้คำว่า “เพื่อให้ทุกคนได้รับประสบการณ์ที่ดีที่สุด”(ปรับมุมมอง)⦅❓⦆

มีวลีเตือนใจเกี่ยวกับสุขภาพว่า “ขยับตอนนี้เรียกออกกำลังกาย ขยับตอนใกล้ตายเรียกกายภาพบำบัด”(ปรับมุมมอง)[เปรียบเทียบ + เลือกใช้คำ]⦅👍⦆

✴️

(6. การปรับมุมมองโดยการ “เปรียบเทียบ”)

สมมติว่า ธุรกิจของเรา อยู่ ๆ ก็มีคู่แข่งมาตัดราคา แทนที่เราจะถอดใจ เราก็อาจจะมองว่า “กาแฟที่ขายกันแก้วละ 20 บาท ก็มี แต่ทำไมกาแฟแก้วละ 200 ยังขายได้ล่ะ ?” แล้วก็อาจจะลองหาจุดเด่นของสินค้าเรา ที่คู่แข่งไม่มี เอามาเป็นจุดขายก็ได้(ปรับมุมมอง → เปลี่ยนจุดอ่อนเป็นจุดแข็ง)[เปรียบเทียบ → เปลี่ยนวิธีมอง]⦅👍⦆

เวลาเราจะชมคนอื่นว่าแต่งตัวสวย เราก็อาจจะใช้วิธีเปรียบเทียบ เช่น “สวยเหมือนเจ้าหญิงเลย” หรือ “แต่งแบบนี้แล้วคุณหนูมาก” หรือ “แต่งแบบนี้แล้วดูวัยรุ่นมาก” ฯลฯ อาจจะทำให้เขาประทับใจมากขึ้นก็ได้(ปรับมุมมอง → ทำให้ประทับใจ)[เปรียบเทียบ + เลือกใช้คำ]

ในทางกลับกัน บางคน เวลาจะด่าคนอื่นให้รู้สึกเจ็บใจ หรือสูญเสียความมั่นใจ ก็จะใช้วิธีเปรียบเทียบเช่นกัน เช่น เวลาลูกน้องทำงานไม่ดีมา แทนที่จะอธิบายดี ๆ ว่า ผิดพลาดตรงไหน ? ควรปรับปรุงอย่างไร ? กลับบอกว่า “เหมือนผลงานเด็กเลย” หรือ “นึกว่านักศึกษาทำ” ฯลฯ(ปรับมุมมอง → ทำลายความมั่นใจ)[เปรียบเทียบ + เลือกใช้คำ]⦅👎👎🖐️⦆

ถ้าเราอยากให้เพื่อนของเราไปออกกำลังกาย แล้วเรารู้ว่า เขากำลังชอบคน ๆ หนึ่งมาก ซึ่งคนคนนั้นก็มีคนอื่นที่ชอบเขาเช่นกัน เราก็อาจจะบอกว่า “คนที่มาชอบเขาก็หุ่นดีหลายคนนะ” หรือ “ไม่ออกกำลังกายจริง ๆ หรอ อีนั่นหุ่นดีกว่านะ”(ปรับมุมมอง → ทำให้รู้สึกอยากเอาชนะ)⦅❓⦆

สมมติว่า เราต้องการจะถ่ายทอดวิธีการทำข้าวผัดถูกต้อง แทนที่เราจะอธิบายตรง ๆ ว่า ควรผัดยังไง ? แบบไหนที่ถูก ? แบบไหนที่ผิด ? ซึ่งอาจจะไม่ชัดเจนและเป็นที่ถกเถียง เช่น บางคนอาจจะท้วงว่า “ผมเห็นร้านดัง ๆ เขาก็ผัดกันแบบนี้นะ” . เราเลยอาจจะใช้วิธีผัดให้ดูหลาย ๆ แบบ แล้วเปรียบเทียบให้เห็นกันเลยว่า การผัดแต่ละแบบ จะให้ผลลัพธ์ที่ได้ต่างกันอย่างไร ?(ปรับมุมมอง)[เปรียบเทียบ → ทำให้เห็นภาพชัด]

สมมติว่า เราต้องการบอกคนในบริษัทว่า ยอดกำไรที่ได้จากสินค้า A อย่างเดียว มีมากแค่ไหน ถ้าเทียบกับสินค้าที่เหลือทั้งหมด เพื่อโน้มน้าวให้ทุกคนโฟกัสที่สินค้า A เป็นหลัก . แทนที่จะใช้ตัวเลข เราก็อาจจะใช้เป็นภาพแผนภูมิวงกลม ทำให้เห็นชัด ๆ เลยว่า ส่วนที่เป็นสินค้า A มันกินพื้นที่มากขนาดไหนของทั้งวงกลม . หรือใช้เป็นแผนภูมิแท่ง ทำให้เห็นว่า แท่งของสินค้า A สูงเบ้อเริ่มเทิ่ม ส่วนแท่งของสินค้าอื่นสั้นนิดเดียว(ปรับมุมมอง → ทำให้น่าสนใจ)[เปรียบเทียบ → ทำให้เห็นภาพชัด]

สมมติว่า เราต้องการนำเสนอว่า คนของประเทศเรายากจนขนาดไหน แทนที่จะอธิบายตรง ๆ เราก็อาจจะทำเป็นภาพไอคอนคนมายืนเรียงกัน แล้วบอกว่า “ถ้าเราเอาคนทั้งประเทศมายืนเรียงกันตามภาพ เชื่อไหมครับว่า เพียงแค่คุณมีรายได้แค่ 20,000 บาท ต่อเดือน คุณก็จะอยู่ตรงนี้แล้ว”(ปรับมุมมอง → ทำให้น่าสนใจ)[เปรียบเทียบ → ทำให้เห็นภาพชัด]

✴️

(7. การปรับมุมมองโดยการ “ยกตัวอย่าง”)

การปรับมุมมองโดยการ “ยกตัวอย่าง” คล้ายกับการ “เปรียบเทียบ” แต่ต่างกันตรงที่ เป็นการเปรียบเทียบที่ไม่ได้เปรียบเทียบแบบตรง ๆ แต่เป็นการทำให้อีกฝ่ายเกิดการเปรียบเทียบด้วยตัวเขาเอง

.

เป็นการคอมโบระหว่างกลศึกประเภท “ความแนบเนียน” และ “การปรับมุมมอง” (ทำอย่างแนบเนียน → ปรับมุมมอง)

สมมติว่า แฟนเราบอกว่า “เสื้อตัวนี้ใส่แล้วดูแก่จังเลย” แต่เรากลับมองว่า มันก็ไม่ได้ดูแก่ขนาดนั้น เรากลับชอบด้วยซ้ำ มันดูมีภูมิฐานดี . ถ้าเราอยากจะโน้มน้าวให้เขาใส่ แทนที่จะบอกความเห็นของเราไปตรง ๆ เราอาจจะลองยกตัวอย่างคนที่เคยใส่เสื้อแบบนี้ แล้วออกมาดูไม่แก่ให้ดู “เห็นนาย A ใส่แล้ว เขาก็ดูไม่แก่นะ ดูดีจะตาย” อาจจะทำให้เขามองว่า เสื้อตัวนี้ พอใส่แล้ว มันก็ไม่ได้แก่อย่างที่คิดก็ได้(ทำอย่างแนบเนียน → ปรับมุมมอง)[ยกตัวอย่าง → เปลี่ยนวิธีมอง]

ถ้าแฟนของเราไม่ค่อยเอาใจใส่เราเท่าไหร่ ไม่ค่อยหวานกับเราเหมือนคู่อื่น แทนที่เราจะบอกเขาตรง ๆ เราอาจจะลองพูดชื่นชมเพื่อนของเขา คนที่เอาใจใส่แฟน ที่พูดจาหวาน ๆ กับแฟน (แบบชื่นชมจริง ๆ ไม่ใช่ประชด) เผื่อเขาจะเอามาย้อนมองตัวเอง แล้วคิดได้ว่า เราควรทำแบบนี้กับแฟนบ้าง(ทำอย่างแนบเนียน → ปรับมุมมอง)⦅🖐️❓⦆

ถ้าคนใกล้ตัวของเราไม่ยอมดูแลสุขภาพ แล้วเรารู้ว่าเขามีใครเป็นต้นแบบในชีวิต และคนคนนั้นเป็นคนดูแลสุขภาพ เราก็อาจจะชมคนคนนั้นให้เขาฟัง . เขาอาจจะเกิดแรงบันดาลใจ หันมาดูแลตัวเองก็ได้(ใช้ความชอบ → ทำอย่างแนบเนียน → ปรับมุมมอง)⦅👍👍👍❓⦆

ถ้าคุณลุงที่เรารู้จักเป็นคนชอบสูบบุหรี่ เราอาจจะชวนเขาคุย “ผมเห็นคุณลุงแล้วนึกถึงลุงของผมเลย แกมีลูกสาวอยู่คนหนึ่ง แต่น่าเสียดายที่แกจากไปก่อนที่ลูกสาวจะแต่งงานแค่ไม่กี่วันเอง” “น่าเสียดายนะ แกจากไปเพราะอะไรหรอ ?” “พอดีแกชอบสูบบุหรี่เหมือนกับลุง เลยเสียเพราะเป็นมะเร็งปอด”(ทำอย่างแนบเนียน → ปรับมุมมอง → ทำให้กลัว)⦅👍👍👍❓⦆

ถ้าลูกของเราเป็นคนชอบขับมอเตอร์ไซค์ โดยไม่สวมหมวกกันน็อก ซึ่งเราเคยเตือนเขาไปแล้ว เขาก็ไม่ฟังเรา เขาบอก “ไม่เป็นไรหรอก เพื่อนผมมันก็ไม่ใส่กันทั้งนั้น” เราก็อาจจะเล่าเรื่องของเราให้ฟังแทน “สมัยก่อน พ่อก็เคยเป็นแบบแก ชอบขับมอเตอร์ไซค์แล้วไม่สวมหมวกกันน็อก คิดว่านิด ๆ หน่อย ๆ คงไม่เป็นไร แต่มีวันหนึ่ง ขับอยู่ดี ๆ ไปเจอทางโค้ง แล้วก็มีรถบรรทุกเลี้ยวเข้ามากะทันหัน ตอนนั้นคิดว่าต้องตายแน่ ๆ แต่โชคดีที่หักหลบทันอย่างฉิวเฉียด ไม่งั้นนะ ไม่มีแกในวันนี้แน่นอน หลังจากนั้น พ่อก็ไม่กล้าขับโดยไม่สวมหมวกกันน็อกอีกเลย”(ทำอย่างแนบเนียน → ปรับมุมมอง → (ทำให้กลัว + ทำให้ไม่ประมาท))⦅👍👍👍⦆

ถ้าลูกค้าที่เรากำลังขายประกันให้ เป็นดูแลตัวเองดี ใช้ชีวิตอย่างระมัดระวัง เขาเลยคิดว่า ไม่จำเป็นต้องทำประกันก็ได้ . ถ้าเราบอกเขาประมาณว่า อะไร ๆ ก็เกิดขึ้นได้ เขาอาจจะต่อต้านเรา มองว่าเราเป็นใครไปสั่งสอนเขา . เราอาจจะใช้วิธีเล่าเรื่องของลูกค้าคนอื่นให้ฟัง “พี่เป็นคนที่ดูแลตัวเองดีมากเลย ผมชื่นชมคนแบบพี่มากเลย พี่ทำให้ผมนึกถึงลูกค้าคนหนึ่ง เขาดูแลตัวเองดีแบบพี่เลย แต่อยู่มาวันหนึ่ง …”(ทำอย่างแนบเนียน → ปรับมุมมอง)แถมวิธีนี้เรายังสามารถแทรกการชมเขาแบบเนียน ๆ อาจจะทำให้เขารู้สึกดีกับเราได้ด้วย(ทำอย่างแนบเนียน → (ปรับมุมมอง + สร้างความสัมพันธ์))⦅🖐️❓⦆

สมมติว่า รุ่นน้องของเราคนหนึ่ง เสียหายจากการทำธุรกิจอย่างหนัก หมดกำลังใจ แล้วมาเล่าให้เราฟัง ถ้าเราเคยผ่านมาก่อน เราก็อาจจะยกตัวอย่างเรื่องของเราก็ได้ เช่น “พี่ก็เคยเจอแบบนี้เหมือนกัน เชื่อไหม ของพี่หนักกว่านี้อีก … พี่เชื่อว่า วันหนึ่งเราจะผ่านมันไปได้ และประสบความสำเร็จแน่นอน” หรือถ้าเราเคยอ่านหรือเคยฟังอะไรแบบนี้มาก่อน เราก็อาจจะยกตัวอย่างคนอื่นก็ได้ เช่น “น้องรู้จักนาย A ไหม ? ที่เป็นเจ้าของ … อะ เชื่อไหมว่า เมื่อก่อนเขาก็เคยเจอแบบนี้มาก่อนเหมือนกัน น่าจะหนักกว่าเราอีก …” ฯลฯ(ปรับมุมมอง → ทำให้มีกำลังใจ)⦅👍👍👍❓⦆

✴️

(8. การปรับมุมมองโดยการ “คำนวณ”)

สมมติว่า เราสร้างคอร์สเรียนออนไลน์ แล้วมีลูกค้าถามว่า “ทำไมแพงจัง ?” เราก็อาจจะใช้วิธีสาธยายรายละเอียดให้ฟังเขา เช่น “เราได้ใช้ทีมงานกว่า 20 ชีวิต มีค่าใช่จ่ายในการถ่ายทำ ค่าเช่าสถานที่ ค่าตัดต่อวิดีโอ อย่างน้อย 1-2 ล้านบาท และเรายังต้องจ้างทีมงานมาคอยตอบคำถามตลอดเวลา เพราะเราอยากจะช่วยให้ทุกคนให้ได้รับสิ่งที่ดีที่สุด” ฯลฯ . ทำให้เขาเห็นเข้าใจชัด ๆ และหมดข้อสงสัยไปเลยว่า ทำไมเราถึงตั้งราคาเท่านี้(ปรับมุมมอง)[คำนวณ → ทำให้เห็นภาพชัด]

ถ้าเรายังตัดสินใจไม่ได้ว่า สิ่งนี้คุ้มค่ากับราคานี้หรือไม่ ? บางครั้งตัวเลขก้อนใหญ่ มันทำให้ตัดสินใจยากเกินไป เราอาจจะหารให้ตัวเลขเล็กลง เช่น อาหารเสริมชนิดหนึ่งราคา 900 บาท กินได้ 30 วัน ถ้าเราเป็นคนขาย เราอาจจะบอกกับลูกค้าว่า “ขอแค่วันละ 30 บาท ก็ได้สุขภาพที่ดีแล้ว” แต่ถ้าเราอยู่ฝั่งคนซื้อ เราก็อาจจะถามกับตัวเองว่า “ถ้าต้องเสียเงินเพิ่มวันละ 30 บาท จะคุ้มค่ากับสารอาหารที่ได้รับหรือไม่ ?” “แล้วมีตัวอื่นที่คุ้มค่ากว่าหรือไม่ ?” (ตัวเลขก้อนเล็กอย่าง 30 บาท อาจจะง่ายกว่าตัวเลขก้อนใหญ่อย่าง 900 บาท) ฯลฯ(ปรับมุมมอง)

บางคนชอบนำตัวเลขที่หารออกมาแล้ว มาเปรียบเทียบกับสิ่งอื่นอีกที เช่น ขายคอร์สเรียนราคา 9,000 บาท แล้วไม่อยากให้ลูกค้ามองว่าแพงเกินไป ก็เลยหารออกมาให้ดู สมมติใช้เวลาเรียน 150 วัน เท่ากับวันละ 60 บาท ก็อาจจะเอามาเปรียบกับข้าวจานหนึ่งอีกที “คุณลูกค้าจ่ายค่าเรียนแค่เท่ากับค่าข้าว 1 จานด้วยซ้ำ แต่สิ่งที่คุณจะได้…” ฯลฯ(ปรับมุมมอง)[คำนวณ → เปรียบเทียบ]

สมมติว่า ครีมกันแดดยี่ห้อ A กันแสงยูวีบีได้ 93.3% (spf 15) ส่วนครีมกันแดดยี่ห้อ B กันแสงยูวีบีได้ 98% (spf 50) ซึ่งดูเหมือนต่างกันน้อยมาก ไม่ถึง 5% ด้วยซ้ำ แต่ถ้าลองกลับสัดส่วนทางคณิตศาสตร์ เท่ากับว่า ครีมกันแดดยี่ห้อ A ปล่อยให้แสงยูวีบีผ่านมาได้ 6.67% ส่วนครีมกันแดดยี่ห้อ B ปล่อยให้แสงยูวีบีผ่านมาได้แค่ 2% ซึ่งจะเห็นว่า ต่างกันมากกว่า 3 เท่าเลย(ปรับมุมมอง)[คำนวณ + เปรียบเทียบ]

✴️

(9. การปรับมุมมองโดยการ “ตั้งคำถาม”)

เวลาเราได้คำแนะนำบางอย่างจากคนที่เรารู้จัก อาจจะรู้จักส่วนตัว หรือแค่รู้ว่าเขาเป็นใคร แล้วเรากลัวว่าตัวเองจะมีอคติจากตัวบุคคล เราก็อาจจะลองตั้งคำถามกับตัวเองว่า “ถ้าไม่ใช่เขาเป็นคนพูด แต่เราได้ยินคำแนะนำแบบนี้จากคนที่เราไม่รู้จักมาก่อน เราจะคิดยังไง ? จะยังเชื่อคำแนะนำนี้อยู่ไหม ?”(ปรับมุมมอง)⦅👍❓⦆

สมมติว่า มีคำแนะนำเพี้ยน ๆ เกี่ยวกับการดูแลสุขภาพทางออนไลน์ แล้วรุ่นพี่ที่เรารู้จัก ดันเชื่อคำแนะนำเหล่านี้ ถ้าเราเตือนเขาตรงๆ เขาอาจจะไม่ฟังเราก็ได้ เพราะเขาเป็นถึงรุ่นพี่แต่เราเป็นแค่รุ่นน้อง . เราอาจจะลองตั้งคำถามกับเขาแทนว่า “ตอนนี้ลูกของพี่อายุเท่าไหร่นะครับ ?” “พึ่ง 2 ขวบ” “แล้วพี่คิดว่า จะให้ลูกของพี่กินของแบบนี้รึเปล่า ?” อาจจะทำให้เขาเอะใจ แล้วเปลี่ยนใจด้วยตัวเองก็ได้(ทำอย่างแนบเนียน → ปรับมุมมอง)⦅👍👍❓⦆

ถ้าเรากำลังเจอสถานการณ์ที่ยากลำบาก หรือกำลังสับสนชีวิต เราอาจจะนึกถึงคนที่เราเคารพนับถือ หรือคนที่เป็นแรงบันดาลใจของเรา เช่น ครูอาจารย์ที่เราเคารพ หรือรุ่นพี่ที่เราชื่นชม หรือคนมีชื่อเสียงที่เราชื่นชอบ หรือบุคคลในประวัติศาสตร์ ฯลฯ แล้วลองถามกับตัวเองว่า “ถ้าคนคนนั้น กำลังเจอสถานการณ์แบบเดียวกับที่เราเจอตอนนี้ เขาจะมองเรื่องนี้อย่างไร ? และเขาจะแก้ปัญหาอย่างไร ?”(ปรับมุมมอง)[ตั้งคำถาม → เปลี่ยนมุมที่ใช้มอง]⦅👍⦆

สมมติว่า เรากำลังรบกับศัตรูอยู่ เราอาจจะลองตั้งคำถามกับฝ่ายตัวเองดูว่า “ถ้าสมมติว่าเราอยู่ฝ่ายศัตรู ซึ่งต้องการจะโจมตีเรา เราจะใช้วิธีไหน?” เพื่อกระตุ้นให้ทุกคนได้ลองคิดในมุมของศัตรูดู(ปรับมุมมอง)[ตั้งคำถาม → เปลี่ยนมุมที่ใช้มอง]

ถ้าเราเห็นเพื่อนของเรากำลังทำจะบางอย่างด้วยอารมณ์ชั่ววูบ ซึ่งอาจจะทำให้เขาต้องเสียใจไปตลอด แล้วเราอยากให้สติเขา แต่ก็ไม่อยากพูดตรง ๆ เราอาจจะลองตั้งคำถามว่า “คาดหวังอะไรจากสิ่งที่ทำ ?” หรือ “คิดว่าถ้าทำแบบนี้แล้ว จะส่งผลยังไง ?” อาจจะทำให้เขาเกิดสติขึ้นมาก็ได้(ทำอย่างแนบเนียน → ปรับมุมมอง)⦅👍👍⦆

✴️

(10. การปรับมุมมองโดยการ “เจออะไรใหม่ ๆ”)

ผู้ชายบางคนไม่เข้าใจความทุกข์ของผู้หญิงเวลาอุ้มท้อง เลยมีคนออกแบบชุดที่ทำให้ผู้ชายใส่แล้วจะคล้ายกับผู้หญิงที่อุ้มท้อง ทำให้รู้ว่า ผู้หญิงที่อุ้มท้องแบบนี้ตั้ง 9 เดือนนั้น ลำบากขนาดไหน ขนาดตัวเองใส่แค่แป๊บเดียวยังรำคาญเลย นี่ยังไม่รวมเรื่องของฮอร์โมนต่าง ๆ ที่ทำให้อารมณ์แปรปรวน รวมถึงผลกระทบอื่น ๆ ของร่างกายอีกด้วย(ปรับมุมมอง)[ได้เจออะไรใหม่ ๆ → ทำให้เห็นภาพชัด]⦅👍👍👍❓⦆

เคยมีคนทดลอง ให้พวกพ่อแม่ที่ชอบบอกครูให้ดุของลูกตัวเองหนัก ๆ ให้เข้มงวดกับลูกตัวเองเป็นพิเศษ ให้พวกเขาได้ลองเรียนในห้องเรียนแบบเดียวกับที่ต้องการให้ลูกของตัวเองโดนดู ซึ่งจะถูกดุ ถูกกดดัน ทำผิดนิดหน่อยก็โดนบ่น ตอบไม่ได้ก็โดนด่า โดนจี้ให้ตอบคำถามอยู่บ่อย ๆ ไม่มีสมาธิเรียนเลย ต้องทนกับความกดดันและความหวาดระแวงตลอดเวลา . ผลที่ได้คือ แค่คาบเรียนเดียวก็แทบจะทนกันไม่ไหวแล้ว(ปรับมุมมอง)⦅👍👍👍⦆

สมมติว่า คนที่เรารู้จักเป็นคนติดบุหรี่ เราก็อาจจะพาเขาไปเจอคนรู้จักอีกคนของเราที่เคยติดบุหรี่เหมือนกับเขา ซึ่งเป็นคนฟันเหลือง เสียงแหบ ไอเป็นประจำ เหนื่อยง่าย หายใจลำบาก ผิวเหี่ยว ฯลฯ อาจจะทำให้เขาเห็นตัวเองในสภาพนั้น จนเกิดความกลัวขึ้นมา แล้วหันมาเลิกบุหรี่ก็ได้(ปรับมุมมอง → ทำให้กลัว)[ได้เจออะไรใหม่ ๆ → เปลี่ยนมุมที่ใช้มอง]⦅👍👍👍❓⦆

ผู้บริหารบางคนอาจจะเคยมองแต่มุมข้างบน เห็นแต่ภาพรวม จึงไม่เข้าใจหน้างานที่เกิดขึ้นจริง เลยอาจจะลองมาทำงานในหน้างาน อาจจะทำให้ตัวเองเข้าใจมุมมอง และความรู้สึกของคนที่อยู่หน้างานมากขึ้นก็ได้(ปรับมุมมอง)[ได้เจออะไรใหม่ ๆ → เปลี่ยนมุมที่ใช้มอง]⦅👍⦆

ในหนังเรื่องหนึ่ง มีพนักงานคนหนึ่งที่เอาแต่บ่นด่าเจ้าของ จนวันหนึ่งคำบ่นด่านั้นแรงจนเจ้าของทนไม่ไหวแล้ว เลยถอดเสื้อสูท ถอดป้ายตำแหน่ง แล้วยื่นให้เลย “ตอนนี้กูเลื่อนตำแหน่งให้มึงเป็นหัวหน้าแล้ว ทำให้กูดูหน่อย สิ่งที่มึงพูดอะ” แล้วประกาศให้ทุกคนได้ยินเลยว่า คนคนนี้จะมาเป็นหัวหน้า ให้เขาเจอกับตัวเองเลย จะได้รู้ว่ามันยากแค่ไหน(ปรับมุมมอง)[ได้เจออะไรใหม่ ๆ → เปลี่ยนมุมที่ใช้มอง]⦅❓⦆

การที่เรามีโอกาสได้เจอผู้คนที่ยากลำบาก จะทำให้เราเห็นโลกอีกมุมหนึ่ง อาจจะทำให้เราเกิดแรงบันดาลใจที่จะทำอะไรดี ๆ ต่อสังคมขึ้นมาก็ได้(ปรับมุมมอง → ทำให้มีแรงบันดาลใจ)⦅👍👍👍⦆ . หรืออาจจะทำให้เราเห็นว่า จริง ๆ แล้วปัญหาที่เราเจอมันก็ไม่ได้ใหญ่ขนาดนั้น ยังมีคนที่ลำบากกว่าเราอีกมาก เราถือว่าโชคดีแล้ว แล้วเกิดกำลังใจขึ้นมาก็ได้(ปรับมุมมอง → ทำให้มีกำลังใจ)⦅👍👍👍⦆

การได้พูดคุย หรือได้ทำงาน หรือได้ใช้ชีวิต กับคนที่แตกต่างจากเรามาก ๆ เช่น การได้พูดคุยแลกเปลี่ยนความเห็นกับเพื่อนต่างคณะ หรือต่างอาชีพ หรือการอยู่ห้องพักร่วมกับเพื่อนต่างประเทศ หรือการได้ทำงานกับคนที่เป็นเลิศ หรือการที่คนทำงานหน้างานได้เห็นมุมมองเชิงภาพรวมและวิสัยทัศน์ หรือการที่ผู้บริหารได้ยินมุมมองจากคนที่อยู่หน้างาน ฯลฯ ก็อาจจะทำให้เราได้เห็นมุมมองที่เราไม่เคยคิดมาก่อนเลยก็ได้(ปรับมุมมอง)[ได้เจออะไรใหม่ ๆ → เปลี่ยนมุมที่ใช้มอง]⦅👍⦆





กลศึกที่ 2 : การบิดเบือน →