กลศึกที่ 6: ความแนบเนียน
  • หน้าแรก
  • การอัปเดตเนื้อหา
  • บทที่ 1: เกี่ยวกับกลศึก
  • บทที่ 2: กลศึกทั้งหมด
    • หมวดหมู่ที่ 1: การรับรู้
      • กลศึกที่ 1: การปรับมุมมอง
      • กลศึกที่ 2: การบิดเบือน
      • กลศึกที่ 3: ความเชื่อ
      • กลศึกที่ 4: ความชอบธรรม
      • กลศึกที่ 5: การหลอกล่อ
      • กลศึกที่ 6: ความแนบเนียน
      • กลศึกที่ 7: ภาพลักษณ์
    • หมวดหมู่ที่ 2: ข้อมูลข่าวสาร
      • กลศึกที่ 8: การซ่อนเร้น
      • กลศึกที่ 9: การเปิดเผย
      • กลศึกที่ 10: ร่องรอย
      • กลศึกที่ 11: การล่วงรู้
      • กลศึกที่ 12: ความชัดเจน
      • กลศึกที่ 13: ความไม่ชัดเจน
    • หมวดหมู่ที่ 3: จิตใจ
      • กลศึกที่ 14: จิตใจ
    • หมวดหมู่ที่ 4: กระบวนการ
      • กลศึกที่ 15: พันธะ
      • กลศึกที่ 16: กระบวนการ
      • กลศึกที่ 17: กับดัก
      • กลศึกที่ 18: ผลพลอยได้
      • กลศึกที่ 19: ทางเลือกได้เปล่า
      • กลศึกที่ 20: การทำให้เลยตามเลย
      • กลศึกที่ 21: การแพร่กระจาย
      • กลศึกที่ 22: ตัวแทน
      • กลศึกที่ 23: การเข้าถึง
      • กลศึกที่ 24: การเผื่อ
      • กลศึกที่ 25: ช่องโหว่
      • กลศึกที่ 26: เส้นเกณฑ์
      • กลศึกที่ 27: การแปรสภาพ
      • กลศึกที่ 28: เทคนิคเฉพาะ
    • หมวดหมู่ที่ 5: จังหวะเวลา
      • กลศึกที่ 29: จังหวะเวลา
      • กลศึกที่ 30: การทำทีละนิด
      • กลศึกที่ 31: การทำโดยฉับพลัน
    • หมวดหมู่ที่ 6: การบริหารทรัพยากร
      • กลศึกที่ 32: การใช้จำนวน
      • กลศึกที่ 33: การรวมตัว
      • กลศึกที่ 34: การแบ่งแยก
      • กลศึกที่ 35: การหมุนเวียน
      • กลศึกที่ 36: การแบ่งปัน
      • กลศึกที่ 37: การสละ
    • หมวดหมู่ที่ 7: การแสวงหาผลประโยชน์
      • กลศึกที่ 38: การช่วงใช้
      • กลศึกที่ 39: การช่วงชิง
      • กลศึกที่ 40: การลอกเลียน
      • กลศึกที่ 41: การเกาะ
      • กลศึกที่ 42: การรับแทน
    • หมวดหมู่ที่ 8: พลังอำนาจ
      • กลศึกที่ 43: คุณสมบัติ
      • กลศึกที่ 44: ความสัมพันธ์
      • กลศึกที่ 45: สิทธิพิเศษ
      • กลศึกที่ 46: อำนาจ
      • กลศึกที่ 47: การควบคุม
      • กลศึกที่ 48: การโจมตี

กลศึกที่ 6: ความแนบเนียน

กลศึกประเภท “ความแนบเนียน” หรือ “การสื่อสารทางอ้อม” เป็นกลอุบายที่เกี่ยวกับ “การสื่อสารบางอย่างออกมา แต่เพื่อแอบแฝงสิ่งอื่นที่ต้องการให้ผู้อื่นรับรู้ลงไป”

ซึ่งการใช้ความแนบเนียนนั้น แบ่งเป็น 4 รูปแบบ ได้แก่ การ…
  1. แทรกรายละเอียด
  2. ชิ่งกระทบ
  3. บิดบริบท
  4. ทำให้เหมือนบังเอิญ
และแบ่งเป็น 2 ประเภท ได้แก่ …
  1. วัจนภาษา (ใช้คำพูดและตัวอักษร)
  2. อวัจนภาษา (ไม่ใช้คำพูดและตัวอักษร)
(ตัวอย่างการใช้ความแนบเนียบแบบต่าง ๆ) :
ตัวอย่างความตั้งใจที่แท้จริงรูปแบบประเภท
โพสต์ภาพอาหารที่ตัวเองทานลงออนไลน์อวดของราคาแพงที่วางอยู่บนโต๊ะอาหารแทรกรายละเอียดอวัจนภาษา
เขียนบล็อก “จัดอันดับของน่าใช้ที่ควรมีในห้องนอน”แอบขายสินค้าของตัวเองไปในนั้นด้วยแทรกรายละเอียดวัจนภาษา
“คนอย่างนาย A ไม่มีทางคิดอะไรซับซ้อนขนาดนี้ได้หรอก”เพื่อช่วยนาย A ให้ไม่ถูกสงสัยบิดบริบทวัจนภาษา
“มันมีคนที่เลือกแบบที่ 1 ด้วยหรอ ?” (จาก 2 ตัวเลือก)ชี้นำให้คนที่ได้ยินเลือกตัวเลือกที่ 2บิดบริบทวัจนภาษา
“ขอบคุณมากนะคะ ที่บอกว่าจะช่วยเรื่อง…”เตือนไม่ให้เขาลืมสิ่งที่รับปากว่าจะช่วยบิดบริบทวัจนภาษา
“ชอบมากเลย เวลาเห็นคนแต่งตัวแบบนี้”อยากบอกแฟนว่า ให้แต่งตัวแบบนี้บ้างชิ่งกระทบวัจภาษา
“คนที่สอบติดมหาลัยนี้ได้นี่ แสดงว่าต้องเก่งมาก”ชมตัวเองไปในตัว เพราะเป็นศิษย์เก่าชิ่งกระทบวัจภาษา
ดูแลเอาใจใส่ใครบางคนอย่างดีให้คนที่แอบชอบหรือแฟนเก่าเห็นชิ่งกระทบอวัจภาษา
ฟังพอร์ตแคสหรือวิดีโอ จิตวิทยาการปฏิบัติกับแฟนจงใจให้แฟนได้ยินทำให้เหมือนบังเอิญวัจภาษา
วางหนังสือเกี่ยวกับจิตวิทยาครอบครัวทิ้งไว้เผื่อพ่อแม่จะสงสัย แล้วหยิบมาอ่านทำให้เหมือนบังเอิญอวัจภาษา

(1. การ “แทรกรายละเอียด”)

การใช้ความแนบเนียนโดยการ “แทรกรายละเอียด” เป็นการสื่อสารบางอย่างออกไป แต่แอบสอดแทรกรายละเอียดที่ต้องการจะสื่อจริง ๆ อยู่ในการสื่อสารนั้นอีกที.เป็นการคอมโบระหว่างกลศึกประเภท “กระบวนการ” และ “ความแนบเนียน”(สอดแทรก → ทำอย่างแนบเนียน)

บางคนอาจจะโพสต์ภาพอาหารที่พึ่งไปกินมา แต่แอบมีกุญแจรถราคาแพงวางอยู่บนโต๊ะ หรือโพสต์วิดีโอตัวเองกำลังทำกิจกรรมบางอย่าง แต่แอบเห็นนาฬิกาข้อมือสำหรับคนออกกำลังกายจริงจัง หรือโพสต์ภาพโต๊ะทำงาน ซึ่งมีหนังสือการเงินวางอยู่บนโต๊ะ ฯลฯ(สอดแทรก → ทำอย่างแนบเนียน → สร้างร่องรอย → สร้างภาพลักษณ์)⦅🖐️⦆

ในบทความหรือวิดีโอจัดอันดับ เช่น “ไอเท็มที่ควรมีติดห้องนอน เพิ่มความสะดวกสบาย” หรือ “10 สิ่งที่ควรพกติดตัว เวลาเดินทางไกล” ฯลฯ . คนที่ทำคอนเทนต์นี้ขึ้นมา อาจจะแอบแทรกสินค้าของตัวเองแบบเนียน ๆ ในนี้ด้วยก็ได้(สอดแทรก → ทำอย่างแนบเนียน)⦅🖐️⦆

(2. การ “บิดบริบท”)

การใช้ความแนบเนียนโดยการ “บิดบริบท” เป็นการสื่อสารที่เหมือนจะสื่อสารในบริบทหนึ่ง แต่แอบซ้อนใจความที่แท้จริงในอีกบริบทหนึ่งแทน

เราอาจจะพูดขอบคุณคนที่รับปากว่าจะช่วยเรา เช่น “ขอบคุณมากนะครับ ที่พี่จะช่วยผมเรื่องนั้น” หรือ “ขอบใจนะเพื่อน ที่มึงบอกจะช่วยกู” ฯลฯ . แต่จริง ๆ คือ เราแค่อยากเตือนไม่ให้เขาลืม เพราะถ้าเราพูดตรง ๆ ว่า “พี่อย่าลืมทำให้ผมนะ” หรือ “มึงอย่าลืมทำให้กูนะเว้ย” ก็จะดูเหมือนเราไปสั่งเขา ทั้ง ๆ ที่เขาอุตส่าห์เป็นฝ่ายมาช่วยเรา(ทำอย่างแนบเนียน)⦅🖐️⦆. (เป็นการบิดบริบทจากการ “เตือนไม่ให้ลืม” เป็นการ “ขอบคุณ”)

หรือบางทีก็เปลี่ยนเป็นการถามคำถาม เช่น “พี่จะมารับหนูกี่โมงหรอ ?” หรือ “ให้ผมไปเอาตอนบ่ายสองใช่ไหมครับ ?”(ทำอย่างแนบเนียน)⦅🖐️⦆. (เป็นการบิดบริบทจากการ “เตือนไม่ให้ลืม” เป็นการ “ถามคำถาม”)

ช่างตัดผม ระหว่างตัดผม อาจจะชวนคุย “หลายร้านชอบสอนให้คนเซ็ตแบบนี้ แต่จริง ๆ มันต้องดูที่ผมของเราก่อน ทางผมของลูกค้า ความหยิกความตรง ความหนาของเส้นผม แต่ละคนจะไม่เหมือนกัน” อาจจะทำให้เรามองว่า ช่างคนนี้ต่างจากช่างคนอื่นที่เคยเจอมา เขาเข้าใจทรงผมจริง ๆ ไม่ได้รู้แค่ฉาบฉวยก็ได้(ทำอย่างแนบเนียน → สร้างภาพลักษณ์)⦅🖐️⦆. (เป็นการบิดบริบทจากการ “โฆษณาตัวเอง” เป็นการ “ชวนคุย”)

บางคนอาจจะอัดคลิปลงออนไลน์ เล่าประสบการณ์เกี่ยวกับวิธีปฏิบัติกับแฟนที่ดี อะไรควรทำ ? ไม่ควรทำ ? . แต่จริง ๆ คือ อาจจะกำลังหลอกด่าแฟนเก่าตัวเองอยู่ แถมยังเป็นการหลอกใช้คนอื่นมาช่วยรุมด่าด้วย . ซึ่งอาจจะมีคนคอมเมนต์ประมาณว่า “คนแบบนี้ เลิกกับมันก็ดีแล้ว” หรือ “อย่าไปเอาเลยครับ คนแบบนี้”(ทำอย่างแนบเนียน → (โจมตี + (สร้างความโกรธ → ช่วงใช้ → โจมตี)))⦅👎👎👎🖐️⦆. (เป็นการบิดบริบทจากการ “ด่า” หรือ “ประจาน” เป็นการ “เล่าประสบการณ์”)

(3. การ “ชิ่งกระทบ”)

การใช้ความแนบเนียนโดยการ “ชิ่งกระทบ” เป็นการสื่อสารถึงสิ่งหนึ่งออกไป แต่เป้าหมายที่แท้จริงไม่ใช่สิ่งนั้น แต่เป็นการชิ่งให้ไปกระทบอีกสิ่งหนึ่งแทน.เป็นการคอมโบระหว่างกลศึกประเภท “ความแนบเนียน” และ “พันธะ”(ทำอย่างแนบเนียน → ใช้พันธะ)

ถ้ามีคนบอกว่า “คนจะเข้าที่นี่ได้เนี่ย ต้องเก่งมากเลยนะ” ก็เหมือนกับเขากำลังชมคนอื่น . แต่พอเรามารู้ทีหลังว่า ที่ที่เขาพูดถึงเป็นสถานศึกษาที่เขาเรียนจบมา หรือเป็นที่ทำงานเก่าของเขา ก็ถือเป็นการชมตัวเองแบบเนียน ๆ ไปด้วย(ทำอย่างแนบเนียน → ใช้พันธะ → สร้างภาพลักษณ์)⦅🖐️⦆

บางคนอาจจะไม่เห็นด้วยกับพฤติกรรมของใครบางคน แต่ก็ไม่อยากเตือนตรง ๆ เช่น ไม่อยากทำให้ใครเสียหน้า หรือกลัวเสียบรรยากาศ หรือเห็นว่าเขากำลังได้ใจ เลยไม่น่าจะฟังเรา แถมยังทะเลาะกันเปล่า ๆ ฯลฯ เลยตำหนิคนที่ทำพฤติกรรมคล้าย ๆ กับเขา เพื่อให้เขาย้อนกลับมามองตัวเองแบบเนียน ๆ แทน(ทำอย่างแนบเนียน → ใช้พันธะ)⦅👍👍🖐️⦆

เวลาเราเห็นสินค้าที่คล้าย ๆ กับตัวที่เราเคยใช้มาก่อน ก็อาจจะทำให้เรานึกถึงตัวนั้น และอาจเกิดการเปรียบเทียบขึ้นมาในหัว . บางแบรนด์เลยอาจจะจงใจออกแบบสินค้าให้ดูคล้ายกับแบรนด์อื่น ผู้บริโภคจะได้รู้สึกเชื่อมโยงไปที่แบรนด์นั้น และเกิดการเปรียบเทียบ(ทำอย่างแนบเนียน → ยืมภาพลักษณ์)⦅👎🖐️⦆

(4. การ “ทำให้เหมือนบังเอิญ”)

การใช้ความแนบเนียนโดยการ “ทำให้เหมือนบังเอิญ” เป็นการสื่อสารบางอย่างออกไป โดยที่เป้าหมายไม่ได้คิดว่าเราจงใจสื่อสารให้เขารู้

ถ้าแฟนของเรามีมุมมองเกี่ยวกับการเลี้ยงลูกเป็นของตัวเอง เชื่อในความคิดของตัวเองอย่างมาก และเขาไม่คิดจะฟังเราเลย . เราก็อาจจะทำเป็นเปิดพอดแคสต์จิตวิทยาการเลี้ยงลูกฟัง แต่จริง ๆ คือ เพื่อให้เขาที่อยู่ใกล้ ๆ ได้ยิน . แทนที่จะยัดเยียดเขา ก็ให้เขาคิดด้วยตัวเองแทน(ทำอย่างแนบเนียน → ปรับมุมมอง)⦅👍👍⦆

นาย A อาจจะทำเป็นคุยแผนการลับหรือเรื่องที่เป็นความลับกับคนอื่น . แต่จริง ๆ คือ จงใจให้ใครบางคนที่ดูเหมือนกำลังแอบฟังอยู่ได้ยิน เขาจะได้เชื่อว่า นาย A ไม่รู้ว่าเขารู้ แล้วค่อยซ้อนแผนทีหลัง(ทำอย่างแนบเนียน → บิดเบือน → วางกับดัก)

ถ้าเราอาจจะอยากให้ใครบางคนมีกำลังใจขึ้นมา แทนที่เราจะชมเขาตรง ๆ เราก็อาจจะชมเขาให้คนอื่นฟังแทน แต่จริง ๆ คือแอบจงใจให้เขาได้ยินไปด้วย ซึ่งได้ผลมากกว่าการชมส่วนตัวแน่นอน(ทำอย่างแนบเนียน → ทำให้มีกำลังใจ)⦅👍👍⦆. หรือบางคนก็ใช้วิธีนี้ทำให้คนที่ถูกชมประทับใจ และรู้สึกดีกับตัวเอง เพื่อสร้างความสัมพันธ์กับเขา(ทำอย่างแนบเนียน → ทำให้รู้สึกดีกับเรา → สร้างความสัมพันธ์)⦅🖐️⦆



ซึ่งกลศึกประเภทนี้ สามารถใช้ได้หลากหลายวัตถุประสงค์ เช่น …

(1. เพื่อ “อวด” แบบเนียน ๆ)

บางคนอาจจะโพสต์ภาพตัวเองออกกำลังกายอยู่ที่บ้าน หรือวิดีโอแฟนกำลังเลี้ยงลูก หรือวิดีโอสั้นลูก ๆ กำลังช่วยกันทำงานบ้าน ฯลฯ ลงออนไลน์ แล้วแอบเห็นประกาศนียบัตร หรือถ้วยรางวัล หรือเหรียญรางวัล หรือของสะสมต่าง ๆ ในฉากหลัง . คนที่ผ่านมาดูแล้วสังเกตเห็น ก็อาจจะแสดงความเห็นออกมา เช่น “เคยไปแข่ง…มาด้วยหรอครับ ?” หรือ “เป็นถ้วยรางวัลของรายการ…ใช่ไหมคะ ?” หรือ “ผมพึ่งรู้ว่าพี่ก็สะสม…ด้วย” ฯลฯ ก็ได้(สอดแทรก → ทำอย่างแนบเนียน → สร้างร่องรอย → สร้างภาพลักษณ์)⦅🖐️⦆

บางคนก็อาจจะอวดโดยใช้วิธีแทรกในตัวอย่าง เช่น มีคนกำลังคุยกันเรื่องการลงทุนอยู่ แล้วก็มีคนยกตัวอย่างขึ้นมาว่า “ยกตัวอย่างตัวที่ผมเคยลงทุน เป็นหุ้นแบรนด์ร้านอาหาร A ตอนแรกคิดว่าจะขาดทุนแล้ว แต่อยู่ ๆ นักการเมืองคนนั้นก็ไปกิน ทำให้ราคาพุ่งขึ้นไปเท่าเดิม ก็เลยรีบขายเลย ไม่งั้นนะ ขาดทุนหลายล้านแน่” . ซึ่งอย่างน้อยก็ทำให้เรารู้ว่าเขามีเงินอย่างน้อยก็หลักหลายล้าน และอาจจะมากกว่านั้น ซึ่งแนบเนียนกว่าการบอกตรง ๆ ว่าตัวเองมีเงินแค่ไหน(สอดแทรก → ทำอย่างแนบเนียน → สร้างภาพลักษณ์)⦅🖐️⦆

บางคนอาจจะดูแลเอาใจใส่ เอาอกเอาใจ คอยบริการใครบางคนเป็นอย่างดี แถมยังใจดี ใจเย็น สุภาพเรียบร้อย . แต่จริง ๆ คือ อาจจะทำเพื่อให้คนที่ตัวเองแอบชอบ เห็นว่าเขาดูแลเอาใจใส่คนอื่นมากแค่ไหน เผื่อจะอยากได้เขามาเป็นแฟนบ้าง หรือเพื่อให้แฟนเก่าที่เลิกกันไปแล้วเห็นว่า เขาเปลี่ยนไปแล้ว เป็นคนที่ดีขึ้นแล้ว เผื่อจะยอมใจอ่อนกลับมาชอบตัวเองอีกครั้ง หรือเขาอาจจะเปลี่ยนไปแล้วจริง ๆ ก็ได้(ทำอย่างแนบเนียน → สร้างภาพลักษณ์ → สร้างความสัมพันธ์)⦅🖐️❓⦆

คนที่กล้าชมตัวเองตรง ๆ ต่อหน้าพระราชาผู้ยิ่งใหญ่ ก็อาจจะถูกมองว่าอวดเก่ง ไม่รู้จักเจียมตัวได้ ขุนนางคนหนึ่ง เลยบอกว่า “ถ้ามีคนเก่งกว่าข้า แสดงว่าท่านมองคนผิด” . ซึ่งเป็นคำพูดที่ให้ความรู้สึกถ่อมตัวมากกว่า เพราะเป็นการชมตัวเองก็จริง แต่ก็ไม่ได้ยกตัวเสมอพระราชา แถมยังเป็นการยกย่องพระราชาไปในตัวด้วย(ทำอย่างแนบเนียน → (สร้างภาพลักษณ์ + (ทำให้รู้สึกดี → สร้างความสัมพันธ์)))

สมมติว่า มีนักการเมืองคนหนึ่งพึ่งรอดจากอุบัติเหตุบางอย่างมาอย่างฉิวเฉียด แล้วเขาบอกว่า “ที่ผมรอดมาได้ก็เพราะพระเจ้าได้ช่วยไว้” . แต่จริง ๆ คือ เขาอาจจะต้องการสื่อเป็นนัยว่า โชคชะตาเลือกอยู่ข้างเขา ทำให้คนอื่นรู้สึกราวกับว่า เขาเป็นตัวเอกของบทละครเรื่องนี้ เขานี่แหละคือผู้ที่ถูกลิขิตให้ชนะการเลือกตั้ง(ทำอย่างแนบเนียน → สร้างความเชื่อ)⦅🖐️❓⦆

(2. เพื่อ “โฆษณา” แบบเนียน ๆ)

บางคนโพสต์คลิปสั้น ๆ พูดคุยกับลูกค้าในร้านอาหารตัวเอง “คนนี้ครับ ขับรถมาไกลถึง 20 โล เพื่อมากินที่ร้านเรา” แล้วก็พูดคุยสัมภาษณ์ลูกค้าคนนั้น “คิดยังไงครับ ถึงได้ขับรถมาไกลขนาดนี้ ?” . แต่จริง ๆ เขาอาจจะอยากสื่อว่า ร้านของตัวเองอร่อยมาก จนถึงขนาดมีคนลงทุนขับรถไกล ๆ มากินเลย . ซึ่งแนบเนียนกว่าการบอกตรง ๆ ว่า อร่อยจนต่อให้เดินทางไกลมากินก็ยังคุ้ม(ทำอย่างแนบเนียน → สร้างภาพลักษณ์)⦅🖐️⦆

บางคนทำวิดีโอสั้น ๆ ว่า “เรามาทายกันดีกว่าว่า ขนมของเรารสชาติไหนขายดีสุด ?” . ซึ่งจริง ๆ เขาอาจจะอยากสื่อว่า ขนมร้านของตัวเองขายดีหลายรสชาติก็ได้(ทำอย่างแนบเนียน → สร้างภาพลักษณ์)⦅🖐️⦆

เจ้าของร้านอาหารอาจจะทำวิดีโอรีวิวร้านอาหารสาขาของตัวเอง โดยที่ไม่บอกพนักงานล่วงหน้า เช่น “วันนี้ข้าวแข็งไปนิดหน่อย เอาไปหุงใหม่” หรือ “อันนี้ดี ๆ ผัดออกมาได้นุ่มมาก ไม่แฉะเกินไป ถือว่าผ่าน” ฯลฯ . ซึ่งจริง ๆ เขาอาจจะอยากสื่อว่า ร้านอาหารของตัวเองมีมาตรฐานรสชาติสูงขนาดไหน แถมยังพยายามรักษามาตรฐานนั้นไว้ให้ได้ในทุกสาขาด้วย(ทำอย่างแนบเนียน → สร้างภาพลักษณ์)⦅🖐️⦆

บางคนก็ถ่ายรูปหรือวิดีโอตัวเองกับทีมงานทำงานอย่างหนัก เช่น นั่งแพ็กของทั้งคืน หรือนั่งอบขนมกันจนดึกดื่น ฯลฯ หรือบางคนก็อัดคลิปเล่าเบื้องหลังธุรกิจตัวเอง เช่น “ขอบคุณทุกคนมาก กว่าจะมาเป็นอย่างทุกวันนี้ได้ บอกได้เลยว่าเหนื่อยมากกกก เราต้องทำตั้งแต่ … ” ฯลฯ . เพื่อสื่ออ้อม ๆ ว่า พวกเขาเอาใจใส่ และทุ่มเทกับธุรกิจนี้มากขนาดไหน(ทำอย่างแนบเนียน → สร้างภาพลักษณ์)⦅🖐️⦆. (เป็นการบิดบริบทจากการ “โฆษณา” เป็นการ “ระบาย” หรือการ “ขอบคุณ”)

บางคน หลังจากที่ได้เรียนอะไรบางอย่างมา ก็อาจจะโพสต์ลงออนไลน์ ประมาณว่า “มาดูกันดีกว่าว่า หลังจากที่เรียนแล้ว เอามาใช้จริงจะเป็นยังไง ?” หรือ “ไม่รู้ว่าค่าคอร์สที่จ่ายไปคุ้มรึเปล่า ?” ฯลฯ . แต่จริง ๆ คือ ต้องการโปรโมตตัวเองไปในตัวว่า เราเองก็มีความรู้เรื่องนี้เหมือนกัน หรือเราเองก็มีความหลงไหลในเรื่องนี้ และยังอาจทำให้คนที่สนใจเรื่องนี้ทักมาหาก็ได้(ทำอย่างแนบเนียน → (สร้างภาพลักษณ์ + หาความสัมพันธ์))⦅🖐️⦆

ป้าร้านนวด อาจจะชวนคุย “พึ่งไปวิ่งมาใช่ไหม ? เส้นที่ขาตึงมาก เดี๋ยวกดให้ แต่วิ่งผิดท่านะ มันใช้กล้ามเนื้อตรงนี้เยอะไป” อาจจะทำให้เรามองว่า ป้าคนนี้ฝีมือไม่ธรรมดา แค่จับดูก็รู้แล้วว่าเราวิ่งผิดท่า แถมยังพยายามช่วยให้เราหายปวดอีกด้วยก็ได้(ทำอย่างแนบเนียน → สร้างภาพลักษณ์)⦅🖐️⦆

พนักงานดูแลลูกค้า อาจจะบ่นให้เราฟัง “เคสพี่ถือว่าง่ายแล้วนะ ผมเคยเจอเคสที่ยิ่งกว่าพี่อีก” แล้วก็เล่าปัญหาให้เราฟัง . อาจจะทำให้เรามองว่า พนักงานคนนี้มีประสบการณ์ เคยแก้เคสยาก ๆ มาก่อน และเป็นคนที่ไม่ถอดใจง่าย ๆ เวลาเจอปัญหาก็ได้(ทำอย่างแนบเนียน → สร้างภาพลักษณ์)⦅🖐️⦆

เวลาเราเห็นสื่อมาถ่ายทำเบื้องหลังอะไรสักอย่าง เช่น เบื้องหลังโรงงานผลิตขนม หรือเบื้องหลังโรงงานทำครีมบำรุงผิว ฯลฯ หรือเวลามาขอสัมภาษณ์ใครบางคน เช่น เบื้องหลังการทำงานเป็นหัวหน้าพ่อครัวของโรงแรมชื่อดัง ฯลฯ . ซึ่งจริง ๆ แล้ว มีความเป็นไปได้ 3 แบบ คือ แบบแรกสื่อจ่ายเงินให้เจ้าของ เพื่อขอถ่ายทำหรือขอสัมภาษณ์ แบบที่สองสื่อไม่ได้จ่ายเงิน เพราะเจ้าของเองก็ได้ประโยชน์ จึงเป็นผลประโยชน์ร่วมกัน และแบบที่สามเจ้าของต่างหากที่เป็นคนจ่ายเงินให้สื่อ . ซึ่ง 2 แบบแรก เราพอจะเข้าใจได้ แต่แบบสุดท้าย แบบที่เจ้าของเป็นคนจ่ายเงินให้สื่อนี่แหละ ที่แนบเนียน และคนมักจะไม่ค่อยรู้

สมมติว่า เราได้ดูรายการถ่ายทำเบื้องหลังการผลิตนักเก็ตในโรงงาน แล้วเราจึงรู้ว่า เขาไม่ได้ใช้เศษไก่อย่างที่คนเขาลือกัน แต่นักเก็ตของโรงงานนี้ ทำมาจากเนื้อส่วนที่ดี ล้างสะอาด แล้วก็นำไปปรุงรส ทอดด้วยน้ำมันใหม่ จนถึงการบรรจุภัณฑ์ และก็ไม่ได้ใส่สารกันเสียอย่างที่คนเขาลือกัน ฯลฯ . พอเราได้ดูรายการนี้ เราจะรู้สึกเชื่อถือ เหมือนกับว่าสื่ออุตส่าห์ไปล้วงและเอาข้อมูลวงในออกมานำเสนอให้ดู . แต่จริง ๆ แล้ว โรงงานต่างหาก ที่อาจจะเป็นคนจ้างสื่อให้ไปถ่ายทำก็ได้(ใช้ตัวกลาง → ทำอย่างแนบเนียน → เปิดเผย)⦅🖐️⦆

หนังสือเล่มนี้ก็เช่นกัน สมมติว่าผู้เขียนเป็นเจ้าของโรงงานผลิตนักเก็ต ผู้เขียนก็อาจจะทำเป็นเขียนหนังสือเล่มนี้ แต่จริง ๆ คือ ที่เขียนมาตลอดก็เพื่อพูดถึงตัวอย่างนี้ เพื่อโฆษณาโรงงานผลิตนักเก็ตของตัวเองแบบเนียน ๆ . นอกจากจะไม่เสียเงินค่าโฆษณาแล้ว ยังได้เงินอีกต่างหาก (อันนี้ไม่จริงนะ)(ทำอย่างแนบเนียน → เปิดเผย)

เปรียบเทียบระดับความแนบเนียนทั้ง 3 แบบ :
(แบบธรรมดา) :
นาย A : “ขนมของเราขายดีมาก จนผลิตแทบไม่ทันแน่ะ” (สร้างภาพลักษณ์)
↓
(แบบแนบเนียน) :
นาย A : “วันนี้เราจะมาแชร์ให้ทุกคนดูถึงเบื้องหลัง ว่าทำไมขนมของเราถึงขายดีขนาดนี้”(ทำอย่างแนบเนียน → สร้างภาพลักษณ์)
↓
(แบบแนบเนียนขึ้นอีก) :
พิธีกร : ”วันนี้เราจะมาขุดคุ้ยเบื้องหลังไปพร้อมกัน ว่าทำไมขนมของเขาถึงได้ขายดีขนาดนี้ . ถ้าพร้อมแล้ว ขอเชิญพบกับคุณ A ได้เลยครับ” (ใช้ตัวกลาง → ทำอย่างแนบเนียน → สร้างภาพลักษณ์)
เปรียบเทียบระดับความแนบเนียนทั้ง 3 แบบ (2) :
(แบบธรรมดา) :
เปลี่ยนรูปลักษณ์สินค้า เปลี่ยนวิธีการสื่อสาร ออกผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ ให้ทันสมัยมากขึ้น เพื่อขายให้กับคนรุ่นใหม่ (สร้างภาพลักษณ์)
↓
(แบบแนบเนียน) :
นาย A : “วันนี้ผมจะมาแชร์เบื้องหลัง กลยุทธ์ที่ผมใช้ในการรีแบรนด์สินค้าเก่าแก่ของครอบครัวผม ให้ถูกใจคนรุ่นใหม่” (ทำอย่างแนบเนียน → สร้างภาพลักษณ์)
↓
(แบบแนบเนียนขึ้นอีก) :
เพจธุรกิจ : “ส่องกลยุทธ์ คุณ A ทายาทรุ่นที่ 3 ของ… ทำยังไงให้เข้าถึงใจคนเจนใหม่” (ใช้ตัวกลาง → ทำอย่างแนบเนียน → สร้างภาพลักษณ์)

แต่ก็ใช่ว่าเจ้าของจะเตี๊ยมกับสื่อเสมอไป และแม้ว่าเจ้าของจะเป็นอย่างงั้นก็ตาม แต่ถ้าสิ่งที่สื่อนำเสนอเป็นความจริง ก็ยังถือว่าเป็นประโยชน์อยู่ดี แถมได้ความรู้ด้วย . ผู้เขียนกลัวว่า พอยกตัวอย่างแบบนี้ไปแล้ว ผู้อ่านบางคนอาจพยายามจับผิดคนอื่นมากเกินไป⦅🖐️⦆

บริษัทแห่งหนึ่ง อาจจะรับสมัครพนักงานตามแหล่งต่าง ๆ ว่า “หาวิศวกรที่สามารถใช้ภาษา A, B, C ได้ มีความสามารถสื่อสาร และพร้อมทำงานร่วมกับคนหลากหลายชาติ” . แต่จริง ๆ คือ อาจจะไม่ต้องการรับสมัครจริง ๆ แค่จะสื่อว่าบริษัทของตัวเองเป็นบริษัทระดับนานาชาติ(บิดเบือน → ทำอย่างแนบเนียน → สร้างภาพลักษณ์)⦅👎🖐️⦆

พนักงานขาย พอไปหยิบของให้ลูกค้า ก็อาจจะทำเป็นหยิบของผิดมาให้ พอลูกค้าก็ท้วงว่า “ที่บอกไปไม่ใช่อันนี้นะคะ” ก็บอกว่า “โทษทีครับ หยิบผิดอัน พอดีอันนี้เป็นของลูกค้าท่านอื่นครับ” แล้วก็เปลี่ยนไปหยิบของที่ถูกมาให้ เพื่อให้ดูเหมือนว่าของชิ้นนั้นมีคนต้องการ(บิดเบือน → ทำอย่างแนบเนียน → บิดเบือน)⦅👎🖐️⦆

เจ้าของสินค้าอาจจะขอให้ร้านค้าวางสินค้าของตนเองไว้ใกล้ ๆ หรืออยู่แถวเดียวกับสินค้าที่มีชื่อเสียงอยู่แล้ว . เวลาคนมาเลือกของ ก็อาจจะมองว่าสินค้าเหล่านี้อยู่ระดับเดียวกันก็ได้ เพื่อให้ดูเหมือนว่าของชิ้นนั้นมีคนต้องการ(ทำอย่างแนบเนียน → สร้างภาพลักษณ์)⦅👎🖐️⦆

สมมติว่า ในคอนเทนต์จัดอันดับ มีสินค้าจากแบรนด์ A, B, C, D, E ซึ่งแต่ละตัวก็จะมีข้อดีข้อเสียแตกต่างกันไป . ซึ่งจริง ๆ แล้ว แบรนด์ A, B, C, E เป็นแบรนด์ระดับโลกที่คนรู้จักกันดี ส่วนแบรนด์ D เป็นแบรนด์ใหม่ ที่ยังไม่ค่อยมีใครรู้จัก แต่การที่แบรนด์ D มาโผล่ในการจัดอันดับเดียวกัน แถมยังถูกพูดถึงในลักษณะที่มีข้อดีข้อเสียเทียบเท่ากับแบรนด์เหล่านั้นอีก ก็อาจจะทำให้บางคนเข้าใจว่า แบรนด์ D อยู่ในระดับเดียวแบรนด์เหล่านั้น เพียงแค่ตัวเองไม่รู้จักเฉย ๆ ก็ได้(สอดแทรก → ทำอย่างแนบเนียน → ยืมภาพลักษณ์)⦅👎🖐️⦆

(3. เพื่อ “หลอกถาม”)

หัวหน้าอาจจะถามลูกน้องว่า “จำได้ไหม ลูกค้าบอกว่าอะไร ?” . ซึ่งเหมือนเป็นการสอนลูกน้อง ให้นึกถึงสิ่งที่ลูกค้าพูด . แต่จริง ๆ คือ หัวหน้าอาจจะลืมเองก็ได้ เลยหลอกถามแบบเนียน ๆ(ทำอย่างแนบเนียน)⦅🖐️⦆

บางคนอาจจะไปแสดงความยินดีกับคนอื่น เช่น “ยินดีด้วยนะ ลูกสาวได้งานใหม่แล้ว” หรือ “เดี๋ยวนี้ลูกชายมีแฟนด้วยหรอ เห็นเดินกับผู้หญิง ยินดีด้วยนะ” ฯลฯ . แต่จริง ๆ คือ แค่อยากรู้อยากเห็นเฉย ๆ จะได้ถามคำถามอื่นต่อได้ เช่น “ทำงานที่ไหนหรอ ?” หรือ “ว่าแต่ เขาเป็นใคร ไปรู้จักกันตั้งแต่เมื่อไหร่” ฯลฯ(ทำอย่างแนบเนียน)⦅👎🖐️❓⦆

ถ้าเราอยากรู้ว่า คนที่เราแอบชอบอยู่ที่บ้านรึเปล่า ? แต่เราก็ไม่กล้าถามคนในครอบครัวเขาตรง ๆ ซึ่งถ้าเรารู้ว่าช่วงนี้เขากำลังป่วยอยู่ เราก็อาจจะถามว่า “เขาหายป่วยรึยัง ?” แล้วถ้าเขาตอบประมาณว่า “ยังนอนป่วยอยู่เลย” หรือ “ดีขึ้นแล้วนะ แต่ยังตัวร้อนอยู่” ก็แสดงว่าเขาน่าจะอยู่บ้าน(ทำอย่างแนบเนียน → ล่วงรู้)⦅🖐️⦆

สมมติว่า เรากำลังคุยกับคนคนหนึ่งอยู่ แล้วเขาถามเราว่า “พี่ไม่เคยชอบใครเลยหรอ ?” เราก็อาจจะตอบว่า “เคยมีนะ แต่พี่ไม่ใช่สเปกของเขา” แล้วถ้าเขาถามต่อว่า “แล้วไม่ได้บอกเขาไปหรอ ?” เราก็อาจจะบอกว่า “สมมติว่า เธอเจอคนที่ถูกใจทุกอย่างเลย ยกเว้นรูปร่างหน้าตา เธอจะชอบปะล่ะ ?” . แต่จริง ๆ คือ คนที่พูดถึง ที่บอกว่าเราไม่ใช่สเปกของเขา ก็คือคนที่คุยอยู่ด้วยนี่แหละ(ทำอย่างแนบเนียน → ล่วงรู้)⦅🖐️⦆

(4. เพื่อ “เข้าถึงอีกฝ่าย” แบบเนียน ๆ)

บางคนอาจจะโพสต์รูปตัวเองไปกินร้านอาหารแถว ๆ ที่เรียนหรือที่ทำงาน เพื่อให้เพื่อนหรือคนที่แอบชอบเขาอยู่รู้ว่า เรากลับจากไปเที่ยวมาแล้ว อยากจะทำเป็นบังเอิญมาเจอกันก็ได้นะ(ทำอย่างแนบเนียน → สร้างร่องรอย → เปิดเผย → สร้างความสัมพันธ์)⦅🖐️⦆

บางคนอาจจะรู้มาว่า คนที่ตัวเองแอบชอบนั้นชอบคนแบบไหน ก็เลยทำตัวเองให้ดูเป็นคนแบบนั้นแบบเนียน ๆ เช่น รู้ว่าเขาชอบคนฉลาด ก็อาจจะหาหนังสือจิตวิทยามาอ่านให้เขาเห็น หรือรู้ว่าเขาชอบคนที่รู้จักวางแผนอนาคต ก็อาจจะทำเป็นหนังสือการเงิน หรือชวนคุยเรื่องการเงิน ฯลฯ . ซึ่งก็ไม่แน่ว่า ถ้าเขาเห็นเราสนใจเรื่องนั้น ก็อาจเป็นฝ่ายชวนเราคุยก่อนก็ได้(ล่วงรู้ ⇒ ทำอย่างแนบเนียน → (สร้างภาพลักษณ์ + สร้างความสัมพันธ์))⦅🖐️❓⦆

สมมติว่า มีเพื่อนกลุ่มหนึ่งที่เราอยากเข้าไปตีสนิทด้วย แต่เราแทบไม่ได้สนิทกับพวกเขาเท่าไหร่เลย . ซึ่งปกติแล้ว คนที่อินกับเรื่องเรื่องหนึ่งมาก ๆ ก็ย่อมอยากคุยกับคนคอเดียวกันเป็นธรรมดา แล้วถ้าเรารู้ว่าเพื่อนกลุ่มนี้เขาอินกับเรื่องไหน ชอบคุยเรื่องไหนกันเป็นประจำ เราก็อาจจะลองไปศึกษาเรื่องนั้น แล้วก็อาจจะทำเป็นอ่านหนังสือเกี่ยวกับเรื่องนั้นให้พวกเขาเห็น หรือทำเป็นโพสต์เรื่องนั้นลงออนไลน์ . อาจจะทำให้เขาเป็นฝ่ายเข้ามาชวนคุยก่อนก็ได้(ล่วงรู้ ⇒ (ทำอย่างแนบเนียน + ใช้ความชอบ) → สร้างความสัมพันธ์)⦅🖐️⦆

บางคนอาจจะโพสต์รูปหรือวิดีโอที่บ้านตัวเองลงออนไลน์ แต่จงใจให้เห็นของสะสมเฉพาะกลุ่มบางอย่าง เช่น งานศิลปะ หรือคอลเลกชันกระเป๋า หรือรองเท้าหายาก ฯลฯ แล้วถ้าคนที่เขาสนใจสิ่งเหล่านี้มาเห็น ก็อาจจะทักมาชวนคุย เลยทำให้เรามีคนที่หลงไหลในสิ่งเดียวกันมาไว้พูดคุยแลกเปลี่ยนกันก็ได้ หรืออาจจะทำให้เราถูกชวนเข้าใปอยู่ในสังคมที่สนใจเรื่องนั้น ๆ ด้วยก็ได้(ทำอย่างแนบเนียน → (สร้างร่องรอย + ใช้ความชอบ) → หาความสัมพันธ์)⦅🖐️⦆

(5. เพื่อ “บอกเรื่องที่ไม่อยากบอกตรง ๆ”)

คนที่อยากได้ดอกไม้จากแฟน แต่ก็ไม่อยากบอกตรง ๆ อยากให้เขาคิดเองได้มากกว่า ก็อาจจะบอกอ้อม ๆ แทน เช่น ทำเป็นชวนคุย “ดอกไม้ตรงนั้นสวยจังเลย” หรือชมแฟนเพื่อนที่ซื้อดอกไม้มาให้ “น่ารักจังเลย ซื้อดอกไม้มาให้แฟนด้วย” หรือแชร์คลิปผู้ชายซื้อดอกไม้มาเซอร์ไพรส์แฟน ฯลฯ(ทำอย่างแนบเนียน → เปิดเผย)⦅🖐️❓⦆

บางคนอาจจะพูดชมคนอื่น เช่น “แต่งตัวแบบนั้นก็เท่ห์เหมือนกันนะ” หรือ “ชอบจังเลย ผู้ชายที่ดูแลตัวเองแบบนี้” หรือ “เด็กคนนั้นน่ารักจัง รู้จักช่วยพ่อแม่ทำงานด้วย” ฯลฯ . แต่จริง ๆ คือ อาจจะจงใจให้คนที่อยู่ใกล้ ๆ ฯลฯ ได้ยิน เผื่อจะหันมาทำแบบนี้บ้าง(ทำอย่างแนบเนียน → สร้างความอยาก)⦅🖐️❓⦆

ในร้านอาหาร อาจจะมีคนพูดประมาณว่า “คุณลูกค้าเป็นคิวสุดท้ายของวันนี้พอดีเลยครับ” หรือ “พี่กินเสร็จแล้วนะ ที่เหลือน้องกินไปเลย” ฯลฯ . ซึ่งจริง ๆ คนที่พูดอาจจะต้องการเร่งก็ได้ แต่ก็กลัวเสียมารยาท เลยบิดวิธีสื่อสารเป็นการให้ข้อมูลแทน(ทำอย่างแนบเนียน)⦅🖐️❓⦆

บางคนอาจจะถามคนอื่นประมาณว่า “เป็นไงบ้าง ขนมที่ซื้อมาฝาก อร่อยไหม ?” หรือ “หนังสือที่เอามาให้เป็นไง ได้อ่านรึยัง ?” ฯลฯ . แต่จริง ๆ แล้ว เขาอาจจะกำลังตอกย้ำเรื่องที่ตัวเองเคยช่วยคนอื่นก็ได้(ทำอย่างแนบเนียน → ทำให้เกรงใจ)⦅🖐️⦆

เราอาจจะหาใครสักคนมาช่วยซ้อมพรีเซนต์ธุรกิจ ให้เขาช่วยออกความเห็นว่า ที่นำเสนอไปเป็นยังไงบ้าง ? น่าสนใจไหม ? อยากรู้อะไรอีกไหม ? . แต่จริง ๆ คือ คนที่เราต้องการนำเสนอให้ฟังก็คือเขานี่แหละ แต่กลัวว่าเขาจะไม่เปิดใจ รู้สึกเหมือนตัวเองกำลังถูกขายอยู่ เลยทำเป็นซ้อมแล้วหาคนช่วยฟังแทน(ทำอย่างแนบเนียน → ทำให้เปิดใจ)⦅👎🖐️❓⦆

(6. เพื่อ “เตือน” หรือ “ให้สติ” อย่างนุ่มนวล)

เวลาเราเข้าแอปธนาคาร บางครั้งก็จะมีแบบประเมินความเสี่ยงให้ทำ “เมื่อมีการแจ้งว่าคุณถูกรางวัล คุณควรดีใจ แล้วทำตามคำบอกหรือไม่ ?” . ซึ่งจริง ๆ แล้ว ธนาคารอาจจะแค่อยากเตือนลูกค้าให้ระวังมิจฉาชีพ แต่ก็ไม่ได้อยากให้ลูกค้ารู้สึกเหมือนถูกสั่งสอน เลยบิดเป็นการใช้แบบสอบถามแทน(ทำอย่างแนบเนียน)⦅👍⦆

เวลาเราอยากเตือนเพื่อนของเราไม่ให้ลืมทำบางอย่าง แต่ก็ไม่อยากวางตัวเหนือเขา หรือกลัวว่าเขาจะไม่พอใจ เช่น “แค่นี้ฉันไม่ลืมหรอกน่า” หรือ “ของแค่นี้จะไปลืมได้ยังไง” ฯลฯ . เราก็อาจจะบิดเป็นการถามคำถามแทน เช่น “ต้องโทรจองล่วงหน้าใช่ไหมคะ ?” จริง ๆ หมายถึง “อย่าลืมโทรไปจองนะ” หรือ “พรุ่งนี้มีส่งการบ้านใช่ไหม ?” จริง ๆ หมายถึง “อย่าลืมทำการบ้านนะ” หรือ “เย็นนี้ เราต้องสรุปรายงานที่ไปเจอลูกค้ามาใช่ไหม ?” จริง ๆ หมายถึง “อย่าลืมสรุปรายงานภายในเย็นนี้นะ” ฯลฯ(ทำอย่างแนบเนียน)⦅🖐️⦆

สมมติว่า หัวหน้าของเรามีครอบครัวอยู่แล้ว แต่ก็ยังแอบมีชู้ ไม่ซื่อสัตย์กับครอบครัวตัวเอง . ถ้าเราเตือนเขาตรง ๆ เขาอาจจะไม่พอใจ หาว่าเราเป็นใครถึงไปสอนเขา หรือมองว่าเราไปยุ่งเรื่องส่วนตัวของเขา . เราเลยอาจจะทำเป็นขอคำแนะนำจากเขาแทน ให้เขาช่วยสอนเรารับผิดชอบเรื่องงาน แล้วลองตั้งคำถามหลาย ๆ มุมดู . พอเขาสอนเราอย่างภูมิใจ เขาก็อาจจะชะงักไปครู่หนึ่ง แล้วย้อนกลับมามองตัวเองก็ได้ว่า ตัวเราก็ควรมีความรับผิดชอบต่อครอบครัวด้วยเช่นกัน(ทำอย่างแนบเนียน → (ใช้ความภูมิใจ + ใช้พันธะ) → ปรับมุมมอง)⦅👍👍👍⦆

ในขณะประชุมอยู่ เราเห็นว่าคนอื่นกำลังออกนอกประเด็น หรือกำลังเสียเวลากับรายละเอียดเล็ก ๆ เกินไป เราก็อาจจะถามคำถามขึ้นมาว่า “เป้าหมายของเราคืออะไรนะ ?” หรือ “ผลลัพธ์ที่เราต้องการคืออะไรนะ ?” เป็นการเตือนอ้อม ๆ ให้โฟกัสกับสิ่งที่สำคัญจริง ๆ โดยไม่ทำให้ใครรู้สึกถูกหักหน้า และไม่ทำลายบรรยากาศ(ทำอย่างแนบเนียน)⦅👍👍⦆

ลูกน้องที่บอกกับหัวหน้าว่า “ไม่รู้ว่าผมคิดมากไปเองรึเปล่า ?” หรือ “ผมกำลังกังวลอย่างหนึ่ง” หรือขุนนางที่บอกกับพระราชาว่า “หม่อมฉันเป็นคนคิดมาก มักตีตนไปก่อนไข้” แล้วก็เล่าสิ่งที่ตัวเองกังวลออกมา . แต่จริง ๆ คือ อาจจะเพื่อเตือนเจ้านายให้ระวังต่างหาก แต่เพราะไม่อยากถูกมองว่ายกตนเสมอเจ้านาย อยากดูเป็นคนถ่อมตัว เลยพูดเหมือนตัวเองคิดมากไปเองแทน(ทำอย่างแนบเนียน)⦅👍⦆

หัวหน้าอาจจะตำหนิลูกน้องของตัวเองคนหนึ่ง แต่จริง ๆ คือ อาจจะต้องการให้พนักงานที่อยู่คนละแผนกได้ยิน เพราะถ้าสอนตรง ๆ ก็จะกลายเป็นเราไปยุ่งเรื่องของเขา เพราะอยู่คนละแผนกกัน . หรือต้องการให้เด็กใหม่ได้ยิน โดยที่ไม่ต้องตำหนิตรง ๆ เพราะเขาพึ่งเข้ามาใหม่ไม่กี่วัน เดี๋ยวจะตกใจลาออกกันไปหมด ไม่มีใครอยากทำงานด้วย(ทำอย่างแนบเนียน)⦅👍⦆

(7. เพื่อ “หลอกด่า” หรือ “บูลลี่" ทางอ้อม)

บางคนอาจจะบอกว่า “ใครทำแบบนี้ก็โง่แล้ว” หรือ “ไม่มีคนฉลาดที่ไหนที่ทำแบบนี้หรอก” หลังจากที่รู้มาว่ามีคนทำพลาด เพื่อหลอกด่าคนคนนั้นว่าโง่(ทำอย่างแนบเนียน → โจมตี)⦅👎👎🖐️⦆

ถ้ามีคนพูดประมาณว่า “บ้านเล็กก็ทำความสะอาดง่ายดี” หรือ “ดูประหยัด ไม่ฟุ่มเฟือยดี” ฯลฯ . จริง ๆ แล้ว เขาก็อาจจะกำลังดูถูกอีกคนอยู่ก็ได้ (ทำอย่างแนบเนียน → โจมตี)⦅👎👎🖐️⦆ . แต่ก็ไม่แน่ เขาอาจจะหมายความอย่างงั้นจริง ๆ ก็ได้ และมันก็เป็นมุมมองที่ดีมุมหนึ่ง (ปรับมุมมอง)⦅🖐️⦆

บางคนอาจจะลงรูปหรือวิดีโอใช้ชีวิตอย่างมีความสุข ไปเที่ยว ไปหาอะไรอร่อย ๆ กิน ไปออกกำลังกาย ไปทำสวยหรือทำหล่อ ทำงานอดิเรกที่ชอบ ฯลฯ . แต่จริง ๆ อาจจะกำลังประชดประชันแฟนเก่า ประมาณว่า เลิกกับมันไปแล้วก็ยังสบายดี ชีวิตไม่ได้มีปัญหาอะไร แถมยังดีขึ้นด้วยซ้ำ และยังได้ทำในสิ่งที่ตอนคบกันไม่ได้ทำด้วย(ทำอย่างแนบเนียน → โจมตี)⦅👎👎🖐️⦆

บางคนอาจจะโพสต์ถามในออนไลน์ เช่น “สังเกตคู่รักคบกันมานาน พอเลิกกันแล้ว ผู้(ชาย/หญิง)มักไปได้ดีกว่าผู้(หญิง/ชาย)เสมอ” ฯลฯ . แต่จริง ๆ คือ เขาอาจจะกำลังจิกกัดแฟนเก่าตัวเองอยู่ก็ได้((ทำอย่างแนบเนียน + บิดเบือน) → โจมตี)⦅👎👎🖐️⦆

บางคนอาจจะทำเป็นตั้งคำถามในออนไลน์ เพื่อกระแนะกระแหน จิกกัดกลุ่มคนที่ไม่ชอบ เช่น ผู้สูงอายุ เด็กรุ่นใหม่ ผู้ชาย ผู้หญิง เพศทางเลือก คนบางประเทศ คนบางเชื้อชาติ คนบางสีผิว คนบางศาสนา ฯลฯ . เช่น “ทำไมเวลาเด็กสมัยนี้มาสมัครงาน ถึงชอบถามเรื่องวันหยุดกันจัง ?” ทั้ง ๆ ที่มันก็แค่ข้อมูลทั่วไปที่ควรจะรู้อยู่แล้ว ไม่เห็นจะแปลกตรงไหน แต่ที่ทำก็เพื่ออยากให้สังคมมองว่า เด็กสมัยนี้เรื่องมาก เอาแต่ใจ((ทำอย่างแนบเนียน + บิดเบือน) → (สร้างความเกลียดชัง + ทำลายภาพลักษณ์))⦅👎👎👎⦆

หรือบางคนอาจจะตั้งคำถามว่า “ทำไมคนประเทศ A ถึงมีแต่คนทำตัวแย่ ?” เพื่อให้คนมองประเทศ A ในแง่ลบ ทั้ง ๆ ที่เขาพึ่งรู้จักคนประเทศนี้แค่ไม่กี่คน หรืออาจจะกุเรื่องขึ้นมาเลยก็ได้ แต่พูดเหมือนตัวเองมีประสบการณ์ในการเจอกับคนประเทศนี้มามากมายแล้ว((ทำอย่างแนบเนียน + บิดเบือน) → (สร้างความเกลียดชัง + ทำลายภาพลักษณ์))⦅👎👎👎⦆.เป็นการใช้บริบทซ้อนบริบทแบบ 2 ชั้น การ “ถามคำถาม” เป็นบริบทหลอก ส่วนการ “เล่าประสบการณ์” เป็นเหมือนบริบทจริง แต่จริง ๆ ก็ยังเป็นบริบทหลอกที่อยู่ลึกลงไปอีกชั้นอีกที การ “หลอกด่า” ต่างหาก ถึงจะเป็นบริบทจริง

บางคนอาจจะทำเป็นออกมาให้ความรู้บางอย่าง เช่น “พฤติกรรมแบบนี้ อย่าไปทำตามกันนะครับ มันแสดงถึงความก้าวร้าว ไม่ให้เกียรติคนอื่น” หรือ “ถ้าคุณไม่อยากถูกมองว่าแก่ อย่าแต่งตัวแบบนี้” หรือหมอที่บอกว่า “ถ้าคุณไม่อยากฟันดำแบบนี้ ให้ทำตามนี้” ฯลฯ . แต่ภาพหรือวิดีโอประกอบนั้น เป็นบุคคลที่มีชื่อเสียง เพื่อให้เขาถูกล้อเลียนและรู้สึกอับอาย ถือเป็นการบูลลี่ทางอ้อม และก็อาจจะมีคอมเมนต์มาซ้ำเติมอีก จึงถือเป็นมือคนอื่นให้มาช่วยบูลลี่เขาด้วย(ทำอย่างแนบเนียน → (ทำให้อับอาย + (ช่วงใช้ → ทำให้อับอาย)))⦅👎👎👎⦆

บางคน ถ้าจะบูลลี่ ล้อเลียน ทำลายภาพลักษณ์ของใครบางคน ก็อาจจะเอาพฤติกรรมแปลก ๆ ของเขา หรือสิ่งที่เขาเคยทำพลาด มาเล่าเป็นเรื่องตลก หรือมาทำเป็นมีมตลก(ทำอย่างแนบเนียน → ทำลายภาพลักษณ์)⦅👎👎👎⦆

แล้วพอมีคนไม่พอใจ เขาก็อาจจะอ้างว่า “แค่พูดเล่นเฉย ๆ” หรือ “ก็แค่มุกตลกเอง” เป็นการสร้างความชอบธรรมให้ตัวเองในการล้อเลียนคนอื่นแบบไม่มีความผิด(บิดเบือน → สร้างความชอบธรรม)⦅👎👎👎⦆ . หรือบางคนก็โยนความผิดให้คนอื่นแทน เช่น “ช่างเปราะบางจริง ๆ” หรือ “อ่อนไหวอะไรขนาดนี้อะ” ฯลฯ(บิดเบือน → ให้รับแทน → สร้างความชอบธรรม)⦅👎👎👎⦆

บางคนอาจจะวิพากษ์วิจารณ์สินค้าของแบรนด์แบรนด์หนึ่งในแง่ลบ แล้วก็บอกว่า “เป็นเจ้าของแบรนด์ก็ต้องรับฟังความเห็นของลูกค้าให้ได้ครับ” . ซึ่งเป็นการพูดเหมือนเจ้าของแบรนด์คนนั้นแสดงอาการปิดกั้น ไม่รับฟังความเห็นคนอื่น ทั้ง ๆ ที่เขาไม่ได้ออกมาสื่อสารอะไรให้คิดอย่างงั้นได้เลย(ทำอย่างแนบเนียน → บิดเบือน → โจมตี)⦅👎👎👎⦆

พี่อาจจะพูดกับน้องว่า “เวลาพี่ไม่อยู่ดูแลพ่อแม่ด้วยนะ” ซึ่งเป็นการพูดเหมือนตัวเองเป็นคนดูแลพ่อแม่มากกว่า ทั้ง ๆ ที่ความเป็นจริง น้องอาจจะดูแลพ่อแม่เป็นหลักเลยก็ได้(ทำอย่างแนบเนียน → บิดเบือน)⦅👎👎🖐️⦆

(8. เพื่อ “ชี้นำความคิด” แบบเนียน ๆ)

สมมติว่า มีตัวเลือกให้เลือก 2 แบบ แล้วอยู่ ๆ ก็มีใครบางคนพูดขึ้นมาว่า “แบบแรกมันมีคนเลือกด้วยหรอ ?” หรือ “ใครเลือกแบบแรกก็บ้าแล้ว” . ซึ่งคนที่ยังลังเลอยู่ ยังไม่แน่ใจว่าจะเลือกแบบไหนดี ก็อาจจะถูกชี้นำความคิด ให้เลือกแบบที่สองโดยไม่รู้ตัวก็ได้(ทำอย่างแนบเนียน → บิดเบือน → ปรับมุมมอง)⦅👎🖐️❓⦆

หรือบางคนอาจจะพูดดักไว้ก่อน เช่น “ใครทำแบบนี้ก็บ้าแล้ว” หรือ “ใครทำแบบนี้ก็โง่แล้ว” หรือ “คนฉลาดที่ไหนเขาจะทำแบบนี้กัน” ฯลฯ โดยจงใจพูดให้คนอื่นได้ยิน จะได้ไม่มีใครกล้าทำ เพราะกลัวโดนคนอื่นดูถูก หรือกลัวโดนคนที่พูดด่า(ทำอย่างแนบเนียน → สร้างความกลัว)⦅👎🖐️❓⦆

คนที่ถามอีกฝ่ายประมาณว่า “คุณ A สะดวกเข้ามารับตอนเช้าหรือบ่ายดีคะ ?” หรือ “คุณลูกค้าสะดวกจะตัดบัตรหรือจ่ายเงินสดดีคะ ?” ฯลฯ ทั้ง ๆ ที่อีกฝ่ายยังไม่ทันตัดสินใจด้วยซ้ำ และลึก ๆ แล้ว เขาอาจจะอยากปฏิเสธก็ได้ แต่กลับถามเหมือนเขาตอบตกลงไปแล้ว . เพื่อชี้นำความคิด ให้อีกฝ่ายเผลอข้ามขั้นตอนที่อาจจะตอบปฏิเสธไป หรือเพื่อให้อีกฝ่ายเกรงใจ(ทำอย่างแนบเนียน → ทำให้เกรงใจ)⦅👎🖐️❓⦆

สมมติว่า ในระหว่างการประชุม มีคนมีความเห็นแตกต่างกันมาก ๆ แม้เราจะมีความเห็นในใจ แต่เราก็ไม่อยากเลือกข้างใคร . เราเลยอาจจะบิดบริบทจากการแสดงความเห็น เป็นการให้ข้อมูลหรือถามคำถามแทน เช่น “เหมือนลูกค้าจะชอบแบบ A นะ” หรือ “ลูกค้าเคยบอกว่าชอบแบบ A ใช่ไหมนะ ?” เป็นการชี้นำอ้อม ๆ ว่าเราเลือกแบบ A โดยที่ไม่ได้เลือกข้างตรง ๆ(ทำอย่างแนบเนียน → รักษาความสัมพันธ์)⦅👍🖐️⦆

ตัวผู้เขียนเอง ก็อาจจะอยากสื่อบางอย่างให้กับคนหมู่มาก เลยอาจจะทำเป็นเขียนหนังสือกลอุบายเล่มนี้ แต่จริง ๆ คือ อาจจะต้องการแอบแฝงแนวคิดบางอย่างลงไปในหนังสือแบบเนียน ๆ ก็ได้(ทำอย่างแนบเนียน → ปรับมุมมอง)⦅🖐️⦆

(9. เพื่อ “ปกป้องบางอย่าง” แบบเนียน ๆ)

ในหนังต่อสู้ ตัวละครที่บอกว่า “ไม่ต้องถึงมือท่านหรอก” แล้วอาสาไปจัดการกับอีกฝ่ายแทน . แต่จริง ๆ คือ อาจจะทำเพื่อต้องการช่วยให้อีกฝ่ายหนีไปก็ได้(ทำอย่างแนบเนียน). พออีกฝ่ายหนีไปได้ก็ค่อยบอกว่า “คิดไม่ถึงว่ามันจะมีคนมาช่วย” หรือ “คิดไม่ถึงว่ามันจะมีไม้ตายซ่อนอยู่” ฯลฯ(บิดเบือน → สร้างความชอบธรรม)

ขุนนางคนหนึ่ง ต้องการช่วยนาย A ซึ่งเป็นเพื่อนของตัวเองให้พ้นผิด . เวลามีคนสงสัยนาย A เขาก็อาจจะบอกว่า “คนอย่างนาย A ไม่มีทางคิดอะไรซับซ้อนแบบนี้หรอก” . ซึ่งความเข้าใจของคนอื่น เหมือนเป็นแค่การวิเคราะห์เฉย ๆ แต่จริง ๆ คือ ก็เพื่อต้องการให้คนไม่สงสัยนาย A(ทำอย่างแนบเนียน → ซ่อนเร้น)⦅🖐️⦆

(10. เพื่อ “ให้คนอื่นพัฒนาตัวเอง“ แบบเนียน ๆ)

เด็กบางคนอาจจะฟังพอร์ตแคสหรือดูวิดีโอเกี่ยวกับจิตวิทยาครอบครัว . แต่จริง ๆ คือ ตั้งใจให้พ่อแม่ที่อยู่แถวนั้นได้ยิน จะได้ไม่ทำร้ายจิตใจคนในครอบครัว โดยไม่จำเป็นต้องไปปะทะทางความคิดกับพ่อแม่(ทำอย่างแนบเนียน → ปรับมุมมอง)⦅👍👍👍🖐️⦆

เราอาจจะฟังพอร์ตแคสหรือวิดีโอ เกี่ยวกับจิตวิทยาความรัก ทำยังไงให้อยู่ด้วยกันอย่างมีความสุข ? แต่จริง ๆ คือ ตั้งใจให้แฟนที่อยู่แถวนั้นได้ยิน(ทำอย่างแนบเนียน → ปรับมุมมอง)⦅👍👍👍🖐️⦆

สมมติว่า เราเห็นเพื่อนของเราทำอะไรก็เร่งรีบ เคร่งเครียด กดดันตัวเองตลอดเวลา เราก็อาจจะเปิดพอร์ตแคสฟัง ซึ่งพูดถึงเกี่ยวกับการกลับมาอยู่กับตัวเอง เช่น การอยู่กับปัจจุบัน การอยู่กับลมหายใจ การทบทวนชีวิตของตัวเอง ฯลฯ . ซึ่งเขาก็อยู่แถวนั้น ก็เลยได้ยินไปด้วย เลยอาจจะย้อนกลับมามองตัวเอง ฉุกคิด และตกผลึกอะไรบางอย่างขึ้นมาก็ได้(ทำอย่างแนบเนียน → ปรับมุมมอง)⦅👍👍👍🖐️⦆

โรงเรียนอาจจะดัดแปลงบอร์ดเกมหรือกิจกรรมให้นักเรียนทำ โดยใช้ธีมเดียวกับการแข่งขันระดับโลกในปัจจุบัน เช่น ธีมเอไอ หรือเทคโนโลยี ฯลฯ หรือเอาโลโก้ของบริษัทระดับโลกมาตกแต่งตามจุดต่าง ๆ หรือเอาเรื่องราวเจ๋ง ๆ ของคนเก่งระดับโลกมาเล่าให้เด็กฟังบ่อย ๆ . เด็กจะได้คุ้นเคยกับเรื่องเหล่านี้ ไม่ได้รู้สึกว่าเรื่องเหล่านี้ไกลตัวเกินไป และเคยชินกับการคิดการใหญ่ ตั้งเป้าหมายใหญ่(ทำอย่างแนบเนียน → ทำให้คุ้นเคย → ปรับมุมมอง)⦅👍👍👍🖐️⦆

หรืออาจจะเชิญศิษย์เก่าเก่ง ๆ ที่ประสบความสำเร็จ หรือบุคคลภายนอกที่โด่งดัง ให้มาช่วยพูดหรือช่วยสอนบ้าง . แม้ว่าสิ่งที่เขาพูดจะคล้าย ๆ กับสิ่งที่เราสามารถหาอ่านได้ทั่วไปในอินเทอร์เน็ตอยู่แล้วก็ตาม แต่ก็เป็นจิตวิทยาที่ทำให้เด็กรู้สึกว่าสิ่งเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องไกลตัว พอได้เจอตัวจริง ก็อาจทำให้เด็กรู้สึกว่าเขาก็เป็นคนคนหนึ่งเหมือนกัน เคยอยู่ในจุดที่เราอยู่เหมือนกัน สักวันเราก็สามารถเป็นแบบเขาได้(ทำอย่างแนบเนียน → ทำให้คุ้นเคย → ปรับมุมมอง)⦅👍👍👍🖐️⦆

สมมติว่า แฟนเราเป็นคนที่ชอบกินอาหารที่ไม่ดีต่อสุขภาพ แล้วเราไม่อยากว่าเขาตรง ๆ พอแฟนถามว่า “พี่กินไรยังค้าบ ?” เราก็อาจจะตอบว่า “กินน้ำเต้าหู้ครับ ได้โปรตีนกับแคลเซียมด้วย” หรือถ้าแฟนเราเป็นคนที่ชอบใช้เงินฟุ่มเฟือย พอแฟนถามว่า “วันนี้กินอะไรหรอ ?” เราก็อาจจะตอบว่า “กินไข่ต้มกับน้ำเต้าหู้ ประหยัดดี แถมดีต่อสุขภาพด้วย” หรือถ้าอยากให้แฟนเป็นคนที่มีน้ำใจมากขึ้น เราอาจจะซื้อผลไม้กลับบ้าน แล้วบอกว่า “พอดีเห็นแม่ค้ายืนขายตั้งนาน ไม่ค่อยมีลูกค้า สงสาร ก็เลยช่วยซื้อ” ฯลฯ . เพราะปกติแล้ว อุปนิสัยของคนรอบข้างมักส่งผลต่ออุปนิสัยของตัวเราด้วย พอทำบ่อย ๆ นิสัยของเขาอาจจะดีขึ้นก็ได้ โดยที่เราไม่จำเป็นทำตัวเป็นคนไปสั่งสอนเขา หรือไปปะทะทางความคิดกับเขาเลย(ทำอย่างแนบเนียน → ปรับมุมมอง)⦅👍👍👍🖐️⦆

ถ้าอยากให้ใครบางคนเปลี่ยนนิสัยบางอย่าง และเราไม่อยากไปปะทะเขาตรง ๆ อยากให้เขาเห็นชัด ๆ ด้วยตัวเองมากกว่า เราก็อาจจะทำสิ่งที่ตรงข้ามกับเขา เช่น พอเห็นเขาเอาแต่กินขนม เราก็อาจจะเอาขนมเพื่อสุขภาพมากิน หรือเวลาเขาสั่งอาหารมันมาก เราก็สั่งแบบมันน้อย หรือพอเราเห็นเขาเอาแต่เล่นมือถือ เราก็อาจจะหาอะไรที่มีประโยชน์ทำ อย่างการอ่านหนังสือ หรือการออกกำลังกาย ฯลฯ . อาจจะทำให้เขาเกิดการเปรียบเทียบแล้วย้อนกลับมามองตัวเอง จนยอมเปลี่ยนนิสัยก็ได้(ทำอย่างแนบเนียน → ปรับมุมมอง)⦅👍👍👍🖐️❓⦆





← กลศึกที่ 5 : การหลอกล่อกลศึกที่ 7 : ภาพลักษณ์ →