กลศึกที่ 8: การซ่อนเร้น
  • หน้าแรก
  • การอัปเดต
  • บทที่ 1: เกี่ยวกับกลศึก
  • บทที่ 2: กลศึกทั้งหมด
    • หมวดหมู่ที่ 1: การรับรู้
      • กลศึกที่ 1: การปรับมุมมอง
      • กลศึกที่ 2: การบิดเบือน
      • กลศึกที่ 3: ความเชื่อ
      • กลศึกที่ 4: ความชอบธรรม
      • กลศึกที่ 5: การหลอกล่อ
      • กลศึกที่ 6: ความแนบเนียน
      • กลศึกที่ 7: ภาพลักษณ์
    • หมวดหมู่ที่ 2: ข้อมูลข่าวสาร
      • กลศึกที่ 8: การซ่อนเร้น
      • กลศึกที่ 9: การเปิดเผย
      • กลศึกที่ 10: ร่องรอย
      • กลศึกที่ 11: การล่วงรู้
      • กลศึกที่ 12: ความชัดเจน
      • กลศึกที่ 13: ความไม่ชัดเจน
    • หมวดหมู่ที่ 3: จิตใจ
      • กลศึกที่ 14: จิตใจ
    • หมวดหมู่ที่ 4: กระบวนการ
      • กลศึกที่ 15: พันธะ
      • กลศึกที่ 16: กระบวนการ
      • กลศึกที่ 17: กับดัก
      • กลศึกที่ 18: ผลพลอยได้
      • กลศึกที่ 19: ทางเลือกได้เปล่า
      • กลศึกที่ 20: การทำให้เลยตามเลย
      • กลศึกที่ 21: การแพร่กระจาย
      • กลศึกที่ 22: ตัวแทน
      • กลศึกที่ 23: การเข้าถึง
      • กลศึกที่ 24: การเผื่อ
      • กลศึกที่ 25: ช่องโหว่
      • กลศึกที่ 26: การปฏิสัมพันธ์
      • กลศึกที่ 27: การแปรสภาพ
      • กลศึกที่ 28: เทคนิคเฉพาะ
    • หมวดหมู่ที่ 5: จังหวะเวลา
      • กลศึกที่ 29: จังหวะเวลา
      • กลศึกที่ 30: การทำทีละนิด
      • กลศึกที่ 31: การทำโดยฉับพลัน
    • หมวดหมู่ที่ 6: การบริหารทรัพยากร
      • กลศึกที่ 32: การใช้จำนวน
      • กลศึกที่ 33: การรวมตัว
      • กลศึกที่ 34: การแบ่งแยก
      • กลศึกที่ 35: การหมุนเวียน
      • กลศึกที่ 36: การแบ่งปัน
      • กลศึกที่ 37: การสละ
    • หมวดหมู่ที่ 7: การแสวงหาผลประโยชน์
      • กลศึกที่ 38: การช่วงใช้
      • กลศึกที่ 39: การช่วงชิง
      • กลศึกที่ 40: การลอกเลียน
      • กลศึกที่ 41: การเกาะ
      • กลศึกที่ 42: การรับแทน
    • หมวดหมู่ที่ 8: พลังอำนาจ
      • กลศึกที่ 43: คุณสมบัติ
      • กลศึกที่ 44: ความสัมพันธ์
      • กลศึกที่ 45: สิทธิพิเศษ
      • กลศึกที่ 46: อำนาจ
      • กลศึกที่ 47: การควบคุม
      • กลศึกที่ 48: การโจมตี

กลศึกที่ 8: การซ่อนเร้น

กลศึกประเภท “การซ่อนเร้น” เป็นกลอุบายที่เกี่ยวกับ “การปกปิดบางอย่าง ไม่ให้ผู้อื่นรับรู้” . ซึ่งตรงข้ามกับกลศึกประเภท “การเปิดเผย”

ซึ่งการซ่อนเร้นนั้น แบ่งเป็น 2 รูปแบบ ได้แก่ การซ่อนเร้น…
  1. บางส่วน
  2. แบบสมบูรณ์
VS

(การซ่อนเร้น “บางส่วน” vs “แบบสมบูรณ์”)

การซ่อนเร้น “บางส่วน” เป็นการซ่อนเร้นที่เป้าหมายยังรู้ถึงการมีอยู่ของสิ่งที่ถูกซ่อนเร้น หรือรู้ข้อมูลบางส่วนเกี่ยวกับสิ่งนั้น แค่เข้าถึงไม่ได้ . ส่วนการซ่อนเร้น “แบบสมบูรณ์” เป็นการซ่อนเร้นที่เป้าหมายไม่รู้ถึงการมีอยู่ของสิ่งนั้นเลย

โจรที่ซ่อนของผิดกฎหมาย ซึ่งถ้าตำรวจรู้ว่ามีของผิดกฎหมาย แค่ยังหาไม่เจอ ถือเป็นการซ่อนเร้น “บางส่วน” แต่ถ้าไม่มีใครรู้เลยว่า คนคนนี้มีของแบบนี้อยู่ด้วย ถือเป็นการซ่อนเร้น “แบบสมบูรณ์”(ซ่อนเร้น)⦅👎👎👎⦆

บางคนอาจจะซ่อนของมีค่าไว้ในตู้เซฟ ถือเป็นการซ่อนเร้น “บางส่วน” เพราะอย่างน้อยคนอื่นก็ว่ามีตู้เซฟ และอาจมีของมีค่าอยู่ในนั้นได้(ซ่อนเร้น) . แต่ถ้าเขาซ่อนเงินไม่ให้ใครรู้ เช่น เสียบไว้ในระหว่างหน้าของหนังสือบางเล่ม หรือซุกไว้ใต้เบาะรถ หรือซุกไว้ในกระเป๋ากางเกงที่ไม่ได้ใส่แล้ว ฯลฯ ถือเป็นการซ่อนเร้น “แบบสมบูรณ์” เพราะไม่มีใครรู้เลยว่ามีเงินซ่อนอยู่ นอกจากตัวผู้ซ่อนเอง(ซ่อนเร้น)⦅👎👎 / 👎⦆

ถ้ามีคนแอบทำอาชีพเสริมโดยที่ไม่บอกที่บ้านให้รู้ ถือเป็นการซ่อนเร้น “แบบสมบูรณ์” เพราะที่บ้านไม่รู้ถึงการที่เขาทำอาชีพนั้นเลย(ซ่อนเร้น)⦅👎🖐️⦆ . แต่ถ้าเขากับบอกคนอื่นว่า งานของเขาเป็นความลับ ไม่สามารถบอกได้(ใช้ความชอบธรรม → ซ่อนเร้น)ถือเป็นการซ่อนเร้น “บางส่วน” เพราะอย่างน้อยคนอื่นก็ยังรู้ว่าเขาทำงานบางอย่างที่บอกไม่ได้

เจ้าของร้านอาหารที่ซ่อนสูตรลับในการทำอาหาร ถือเป็นการซ่อนเร้น “บางส่วน” เพราะคนอื่นยังรู้ถึงการมีอยู่ของอาหารเมนูนั้น แค่ไม่รู้สูตรในการทำ(ซ่อนเร้น)



ซึ่งกลศึกประเภทนี้ สามารถใช้ได้หลากหลายวัตถุประสงค์ เช่น …

(1. เพื่อ “ไม่ให้คนอื่นหาเจอ”)

เรามักจะมีเอกสารสำคัญที่ต้องการเก็บไว้ส่วนตัวอยู่แล้ว เช่น เอกสารสัญญาทางธุรกิจ ฯลฯ หรือบางคนก็มีไดอารี่ส่วนตัว . ถ้าแบบง่าย ๆ ก็อาจจะเก็บไว้ในลิ้นชักที่ล็อกกุญแจได้ หรือในตู้เซฟ(ซ่อนเร้น)

ถ้าแบบยากหน่อย ก็อาจจะแอบเสียบไว้ในระหว่างหน้าของหนังสือสักเล่ม(ใช้ช่องโหว่ → ซ่อนเร้น)หรือใส่ในกล่องหรือแฟ้มหรือตู้เสื้อผ้าที่ดูธรรมดามาก ๆ หรือใส่ในแฟ้มที่มีชื่อหลอก เช่น “ใบเสร็จปี 1997”(บิดเบือน → ซ่อนเร้น)หรือแอบแทรกปน ๆ ไปกับเอกสารทั่วไปที่ไม่สำคัญ((ใช้ความกลมกลืน + ใช้จำนวน) → ซ่อนเร้น)หรือจะใช้หลายวิธีร่วมกันก็ได้ ⦅❓⦆

แต่ถ้าไม่จำเป็นต้องเก็บเป็นเอกสารจริง ก็อาจจะสแกนแล้วเก็บเป็นไฟล์ในคอมพิวเตอร์ ซึ่งต้องใช้รหัสในการเข้ามาอ่าน(แปรสภาพ → ซ่อนเร้น)⦅❓⦆

หรือถ้าเป็นเอกสารสำคัญมากจริง ๆ ก็อาจจะฉีกเป็นหลายชิ้นหรือแบ่งเป็นหลายแผ่น แล้วถ้าดันมีคนมาเจอจริง ๆ ก็จะเจอแค่ชิ้นเดียวหรือไม่กี่ชิ้น ทำให้ไม่สามารถเข้าใจความสำคัญได้(แบ่งแยก → ซ่อนเร้น)หรือเข้ารหัสข้อความในเอกสารนั้น แล้วเก็บเป็นข้อความที่ถูกเข้ารหัสแล้วแทน(ใช้เทคนิคเฉพาะ → แปรสภาพ → ซ่อนเร้น)⦅❓⦆

ผู้ผลิตบางคน อาจจะซ่อนของมีตำหนิไว้ด้านใน ส่วนด้านนอกมักเป็นของดี ๆ ให้คนอื่นเห็น เช่น กล่องขนมที่ตัวกล่องเป็นแบบใส มองทะลุเข้าไปเห็นขนมด้านในได้ ก็อาจจะเอาชิ้นสวย ๆ เต็ม ๆ ไว้ข้างนอก แล้วเอาชิ้นแตก ๆ หรือกลวง ๆ ไว้ข้างใน หรือแซนวิซที่เอาไส้มาแปะตรงขอบ ทำให้ดูเหมือนไส้เยอะ แต่จริง ๆ ข้างในกลวง ไม่มีไส้ ฯลฯ(ซ่อนเร้น → บิดเบือน)⦅⦅👎👎👎 / 👎👎⦆🖐️⦆

ผู้ผลิตบางราย เวลามีหน่วยงานมาตรวจสอบมาตรฐานโรงงาน ก็อาจจะเอาสินค้าล็อตที่เสียหาย หรือมีตำหนิ หรือมีค่าบางอย่างไม่ถึงมาตรฐานของอุตสาหกรรมนั้น ๆ ซ่อนไว้ด้านในลึก ๆ หรือเอาไปแอบที่อื่น คนที่มาตรวจจะได้เจอแต่สินค้าที่คุณภาพดีที่ผ่านมาตรฐาน(ซ่อนเร้น → บิดเบือน)⦅👎👎👎⦆

ในการซ่อนกล้องแอบถ่ายคนอื่น บางคนก็ซ่อนไว้ในสิ่งของที่เป็นสีดำ ๆ เล็ก ๆ คล้ายเลนส์กล้อง ทำให้คนอื่นดูไม่ออกหรือสังเกตได้ยาก เช่น นอตแว่นตา หรือรูรองเท้าผ้าใบ หรือรูปลั๊กไฟ หรือรูในพาวเวอร์แบงค์ หรือดวงตาของตุ๊กตา หรือพวกเซนเซอร์ที่เป็นจุดดำ ๆ ในอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่าง ๆ ฯลฯ(ใช้ความกลมกลืน → ซ่อนเร้น → เก็บร่องรอย)⦅👎👎👎⦆

หรือบางคนก็ซ่อนไว้ในจุดที่คนไม่ค่อยจะมอง เช่น ซอกในฝ้าเพดาน หรือช่องแอร์ หรือช่องระบายอากาศ ฯลฯ(ใช่ช่องโหว่ → ซ่อนเร้น → เก็บร่องรอย)⦅👎👎👎⦆

หรือบางคนก็ซ่อนไว้ในสิ่งของพกพาและควบคุมได้ พอมีคนที่อาจจะสังเกตได้เห็นก็แค่เบี่ยงหลบ เช่น ปากกา พอจะแอบถ่ายก็เลื่อนเปิด แต่พอกลัวคนเห็นก็เลื่อนปิด หรือทำเป็นควงปากกา หรือเอามาเขียน เพื่อเบี่ยงหลบไม่ให้เห็นเลนส์กล้อง ฯลฯ(ควบคุม → ซ่อนเร้น → เก็บร่องรอย)⦅👎👎👎⦆

หรือบางคนก็ใช้จำนวนเข้าช่วย เช่น ถ้ามีปากกาหลายด้าม หรือมีสิ่งของหลายอย่างบนโต๊ะ ก็จะสังเกตเห็นกล้องยากขึ้นไปอีก ฯลฯ(ใช้จำนวน → ซ่อนเร้น → เก็บร่องรอย)⦅👎👎👎⦆

สิ่งของบางอย่างก็ถูกออกแบบมาให้ซ่อนบางอย่างโดยเฉพาะ เช่น กระเป๋าหรือเสื้อแจ็กเก็ตที่มีช่องลับ หรือลิ้นชักที่มีชั้นลับอยู่ด้านล่าง หรือเข็มขัดที่มีช่องซ่อนเงิน หรือพื้นรองเท้าที่ถอดได้ ฯลฯ(ใช้คุณสมบัติเฉพาะ → ซ่อนเร้น)

สถานที่บางแห่งก็มีช่องโหว่ เช่น นักโทษที่ซ่อนของผิดกฎหมายไว้ตามซอกกำแพง หรือแผ่นกระเบื้องบางแห่งก็ยกขึ้นได้ ฯลฯ(ใช้ช่องโหว่ → ซ่อนเร้น). หรือสถานที่ที่ออกแบบมาให้ซ่อนบางอย่างโดยเฉพาะ เช่น ประตูลับ หรือฝ้าเพดานแบบเปิดได้ หรือบันไดที่มีช่องลับ ฯลฯ(ใช้คุณสมบัติเฉพาะ → ซ่อนเร้น)

(2. เพื่อแอบ “เคลื่อนย้าย” บางอย่าง)

ในหนัง เวลาที่ตัวละครจะแอบลอบเข้าไปในสถานที่ที่เขาไม่สามารถเข้าได้ ก็มีหลากหลายวิธีแตกต่างกันไป เช่น ซ่อนในพรม หรือกล่องเก็บของ หรือแอบในรถบรรทุก ฯลฯ พอสิ่งเหล่านี้ถูกเคลื่อนย้ายเข้าไป ก็เท่ากับเขาได้เข้าไปด้วย(ใช้พันธะ → ซ่อนเร้น)

หรืออาจจะปลอมตัวเป็นเจ้าหน้าที่ของสถานที่นั้น ๆ(บิดเบือน → ซ่อนเร้น)หรืออาจจะสร้างสถานการณ์ให้คนนอกเข้าไปได้ เช่น ทำให้ไฟดับ หรือท่อน้ำเสีย ฯลฯ จะได้ปลอมตัวเป็นช่างเข้าไปซ่อม(วางกับดัก → สร้างความชอบธรรม → บิดเบือน → ซ่อนเร้น)หรือถ้าเป็นหนังสงคราม ก็อาจจะให้ทหารขโมยชุดจากศพทหารฝ่ายตรงข้าม แล้วเอามาปลอมตัวเป็นพวกเขา เพื่อแฝงตัวเข้าไป(ช่วงชิง → บิดเบือน → ซ่อนเร้น)

หรือบางทีก็จะใช้จังหวะตอนที่คนเฝ้าไม่ทันสังเกต แล้วลอบเข้าไปอย่างรวดเร็ว((ใช้ช่องโหว่ + ทำอย่างฉับพลัน) → ซ่อนเร้น)หรือให้คนอื่นมาช่วงเบี่ยงเบนความสนใจ จะได้มีช่องโหว่(หลอกล่อ → สร้างช่องโหว่ → ซ่อนเร้น)หรือบางคนก็เป็นคนวงใน เลยรู้จังหวะเวลา รู้ว่าตอนไหนที่มีช่องโหว่(ใช้สิทธิพิเศษ → ล่วงรู้ ⇒ ใช้ช่องโหว่ → ซ่อนเร้น)

คนที่ต้องการจะลักลอบเอาของผิดกฎหมายข้ามประเทศ ก็อาจจะแอบซุกไว้ตามส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย(ซ่อนเร้น)หรือแอบปนไปกับการขนส่งอย่างอื่นที่ถูกกฎหมาย(สอดแทรก → ซ่อนเร้น)หรือเปลี่ยนรูปลักษณ์เป็นอย่างอื่น(บิดเบือน → ซ่อนเร้น)หรือถ้าเป็นของชิ้นใหญ่ ก็อาจจะแยกส่วนให้กลายเป็นชิ้นเล็ก ๆ จะได้แอบเอาเข้าไปได้ง่าย แล้วค่อยไปประกอบภาพหลัง(ใช้คุณสมบัติเฉพาะ → แบ่งแยก → ซ่อนเร้น)หรือจ่ายเงินให้กับเจ้าหน้าที่ตรวจสอบ ให้ช่วยทำเป็นมองไม่เห็น(ใช้ความโลภ → สร้างพันธะ → ใช้อำนาจ → ซ่อนเร้น)⦅👎👎👎⦆

เวลามีการสอบ ผู้เข้าสอบบางคนก็อาจจะแอบเอาโพยที่จดไว้เข้าไปในห้องสอบ เช่น ยัดไว้ในปลอกยางลบ หรือด้ามปากกา(ใช้ช่องโหว่ → ซ่อนเร้น)หรือบางคนก็อาจจะส่งคำตอบให้เพื่อนผ่านยางลบ ตอนเพื่อนของยืมยางลบ(ใช้ความชอบธรรม → ซ่อนเร้น)หรือบางคนก็อาจจะใช้จังหวะตอนคนคุมสอบเผลอ แอบหันไปลอกคำตอบเพื่อน((ใช้จังหวะ + ทำอย่างฉับพลัน) → ซ่อนเร้น → ลอกเลียน)⦅👎👎👎⦆

ถ้าเป็นการสอบที่อนุญาตให้ผู้สอบนำเครื่องคิดเลขเข้าไปใช้คำนวณได้ แต่ต้องเป็นเครื่องที่ทำได้แค่คิดเลขเท่านั้น ไม่มีฟังก์ชันล้ำ ๆ อย่างการเชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ตหรือเอไอ . บางคนอาจจะแอบนำเครื่องคิดเลขที่มีช่องลับ แล้วแอบใส่สมาร์ตโฟนบาง ๆ เข้าไปข้างใน(บิดเบือน → ซ่อนเร้น)หรือมีกลไกพิเศษที่สามารถทำให้ใช้ฟังก์ชันล้ำ ๆ ได้(ใช้คุณสมบัติเฉพาะ → บิดเบือน → ซ่อนเร้น)⦅👎👎👎⦆

สมมติว่า เรากำลังคบกับคนคนหนึ่ง ซึ่งคนที่บ้านไม่ชอบคนคนนี้ เลยแอบคบกัน แล้วพอเราได้ดอกไม้ช่อใหญ่จากเขาในวันวาเลนไทน์ ก็ไม่รู้จะแอบเอาเข้าบ้านยังไงดี เพราะใหญ่เกินไป ถ้าถือเข้าไปคนที่บ้านจะเห็น หรือต่อให้ใส่ถุงหรือกล่องใบใหญ่ก็อาจถูกสงสัยว่าเป็นดอกไม้ได้ เพราะเป็นวันวาเลนไทน์พอดี . บางคนก็อาจจะแอบเอาไปฝากไว้ที่ห้องเพื่อนก่อน แล้ววันหลัง ในวันที่เราไปหาเพื่อนตามปกติ เราก็อาจจะหาถุงหรือกล่องอะไรมาใส่ แล้วบอกว่าเพื่อนซื้อของมาให้ แล้วค่อยถือถุงหรือกล่องใบนั้นเข้าห้องเราไป(ซ่อนเร้น → รอจังหวะ ⇒ บิดเบือน → ซ่อนเร้น)หรือเอาดอกไม่ไปฝากไว้ที่เพื่อน แล้วบอกให้เพื่อนเอาไปให้เราในวันรับปริญญาอีกที คนที่บ้านก็จะเข้าใจว่าเป็นดอกไม้สำหรับวันรับปริญญาของเราแทน(ซ่อนเร้น ⇒ แปรสภาพ → บิดเบือน → ซ่อนเร้น)⦅❓⦆

(3. เพื่อซ่อน “รูปลักษณ์” ที่แท้จริง)

คนที่ขายของผิดกฎหมาย หรือของที่ตัวเขาไม่ได้รับอนุญาตให้จำหน่ายได้ ก็อาจจะใช้วิธีเปลี่ยนรูปลักษณ์เป็นอย่างอื่น เช่น ถ้าเขาขายยาเสพติด หรือยาที่กฎหมายห้าม ก็อาจจะทำให้อยู่ในรูปของลูกอม หรือขนมขบเคี้ยว หรือถ้าเขาขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ก็อาจจะเอามาเทใส่ขวดน้ำอัดลม หรือน้ำผลไม้แทน หรือเขาอาจจะขายบุหรี่ไฟฟ้าที่อยู่ในรูปของปากกา หรือลิปสติก หรือพาวเวอร์แบงค์ ฯลฯ(แปรสภาพ → บิดเบือน → ซ่อนเร้น)⦅👎👎👎⦆

ในหนังสายลับ จะมีบางตัวละครที่แอบพกอาวุธติดตัวโดยทำให้อยู่ในรูปลักษณ์อื่น เช่น หวีหรือบัตรหรือปิ่นปักผม ซึ่งเป็นมีดหรือมีดพิษในตัว หรือปืนปากกา ซึ่งหน้าตาเหมือนปากกาธรรมดา หรือไฟฉายพกพา แต่มีระบบช็อตไฟฟ้าในตัว ฯลฯ(ใช้คุณสมบัติเฉพาะ → บิดเบือน → ซ่อนเร้น)⦅👎👎👎⦆

ถ้าเรากำลังหลบหน้าใครบางคน เราก็อาจจะใช้วิธีง่าย ๆ อย่างการใส่หน้ากากอนามัย ซึ่งการใส่หน้ากากอนามัยมีความชอบธรรมในตัวอยู่แล้ว เพราะคนอื่นอาจจะคิดว่าเราเป็นหวัด หรือถ้าที่ที่เราอยู่ฝุ่นเยอะ ก็ใส่ไว้กันฝุ่นก็ได้(ใช้ความชอบธรรม → ซ่อนเร้น)⦅🖐️⦆

หรือถ้ามากกว่านี้ ก็อาจจะถือโอกาสนี้เปลี่ยนแปลงตัวเองไปเลย เช่น ลองทำทรงผมใหม่ หรือลองแต่งตัวแนวใหม่ หรือถ้าระยะยาวก็อาจจะเพิ่มหรือลดน้ำหนัก ทำให้หุ่นและหน้าเปลี่ยนตามไปด้วย หรืออาจจะทำศัลยกรรมบางอย่างที่เคยอยากทำอยู่แล้วด้วย(ซ่อนเร้น + เพิ่มผลพลอยได้)⦅🖐️❓⦆

ถ้าไม่อยากให้คนอื่นเห็นหุ่นหรือสัดส่วนของเรา เราก็อาจจะใช้วิธีใส่เสื้อผ้าหลวม ๆ หรือใส่เสื้อผ้าสีเข้ม หรือใส่พวกเสื้อคลุม หรือใส่เสื้อผ้าที่มีการตัดเย็บพิเศษ หรือเลือกเนื้อผ้าบางชนิดก็ช่วยได้ ฯลฯ((ใช้เทคนิคเฉพาะ / ใช้คุณสมบัติเฉพาะ) → ซ่อนเร้น → สร้างภาพลักษณ์)⦅🖐️⦆

อสังหาริมทรัพย์ เช่น บ้าน หรือคอนโด ฯลฯ ผู้พัฒนาโครงการอาจจะใช้วัสดุคุณภาพต่ำ ราคาถูก แต่ถ้าทาสีสวย ๆ ตกแต่งดี ๆ ทำให้ดูหรูหราและทันสมัย คนภายนอกก็อาจจะเข้าใจผิด คิดไม่ถึงว่าที่ที่ดูดีขนาดนี้จะใช้ของคุณภาพแค่นี้(สร้างภาพลักษณ์ → ซ่อนเร้น)⦅👎👎👎🖐️⦆

(4. เพื่อซ่อนสิ่งที่เป้าหมาย “ไม่จำเป็นต้องรู้”)

ในการออกแบบผลิตภัณฑ์ที่ดี เรามักจะออกแบบให้เรียบง่ายที่สุด ให้ผู้ใช้ไม่ต้องเห็นความยุ่งเหยิงที่อยู่เบื้องหลัง ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้ใช้ไม่จำเป็นต้องรู้อยู่แล้ว แถมยังทำให้รู้สึกยุ่งเหยิง รก ไม่สบายตาเปล่า ๆ ด้วย . ซึ่งถ้าผลิตภัณฑ์ของเรามีกลไกที่ซับซ้อน เราก็อาจจะหาวิธีซ่อนมันไว้ แล้วแสดงเฉพาะส่วนที่จำเป็นก็พอ เช่น เครื่องชงกาแฟอัตโนมัติ ที่ต้องคำนวณทั้งแรงดันน้ำ อุณหภูมิ เวลาไหลของน้ำ แต่กลับออกแบบมาให้มีแค่ปุ่มเดียว คือแค่ใส่แคปซูลกาแฟแล้วก็กดปุ่ม เท่านี้ก็พร้อมดื่มแล้ว ฯลฯ(ซ่อนเร้น → ทำให้รู้สึกง่าย)⦅👍⦆

หรือระบบสายไฟที่ซับซ้อน ช่างไฟก็อาจจะเอาตู้มาครอบ ทำให้ลูกค้ารู้สึกปลอดภัย สวยงาม และถ้าออกแบบมาดีก็จะทำให้ซ่อมได้ง่ายสำหรับช่างด้วย(ซ่อนเร้น → ทำให้รู้สึกง่าย)⦅👍⦆. แต่ก็มีช่างไฟบางคนที่เดินสายไฟได้ไม่ดี เก็บงานไม่เรียบร้อย แต่ก็ใช้วิธีนี้เพื่อปกปิดความสะเพร่าของตัวเอง ซึ่งลูกค้าบางคนก็ไม่รู้ และรู้สึกว่ามันดูเรียบร้อย(ซ่อนเร้น)⦅👎👎 / 👎👎👎⦆

แต่นักออกแบบผลิตภัณฑ์บางคน อยากจะเก็บฟังก์ชันที่ซับซ้อนให้กับผู้ใช้ที่ชอบปรับแต่งสิ่งต่าง ๆ ด้วยตัวเอง แต่ในขณะเดียวกัน ก็อยากจะซ่อนความซับซ้อนให้ผู้ใช้ส่วนใหญ่เห็นแต่ความเรียบง่ายไปด้วย เขาจึงต้องออกแบบผลิตภัณฑ์ให้มีทั้งความซับซ้อนและความเรียบง่ายไปในตัว(ซ่อนเร้น → ทำให้รู้สึกง่าย)⦅👍⦆

เช่น ถ้าเราสังเกตรีโมตแอร์ส่วนใหญ่ พอเราหยิบขึ้นมา เราก็มักจะเห็นปุ่มแค่ไม่กี่ปุ่ม เช่น ปุ่มเปิดปิด ปรับอุณหภูมิขึ้นลง ฯลฯ แต่พอเราเลื่อนบานเลื่อนลง เราก็จะพบกับปุ่มอื่น ๆ เต็มไปหมด เช่น ปุ่มตั้งเวลาเปิดปิด หรือปุ่มปรับทิศทางลม หรือปุ่มปรับความแรงของพัดลม หรือโหมดกลางคืน ฯลฯ . ทำให้เห็นทั้งความเรียบง่าย ไม่รก และคงความซับซ้อนไปในตัว(ซ่อนเร้น → ทำให้รู้สึกง่าย)⦅👍⦆

หรือซอฟแวร์จำนวนมาก นักพัฒนาก็มักจะชอบซ่อนฟังก์ชันหลาย ๆ อย่างไว้ในแถบที่เปิดปิดขึ้นมาได้ ซึ่งตอนแรกจะปิดไว้ก่อน เช่น ในเว็บไซต์นี้ก็คือ จุด 3 จุด ตรงมุมบนขวา ผู้อ่านจะได้ไม่รู้สึกรก ถูกรบกวน และมีสมาธิกับการอ่านหนังสือได้อย่างเต็มที่ ฯลฯ(ซ่อนเร้น → ทำให้รู้สึกง่าย)⦅👍⦆

(5. เพื่อซ่อน “สูตรลับ” หรือ “เคล็ดลับ”)

ร้านอาหารบางร้าน อาจจะเอาซอสมากรอกใส่ขวดอื่น หรือร้านเสริมสวยบางร้าน อาจจะเอาผลิตภัณฑ์จัดแต่งทรงผมที่ใช้มากรอกใส่ขวดอื่น จะได้เอาเป็นสูตรลับ เพื่อให้ร้านอื่นเอาไปทำตามไม่ได้ หรือหรือลูกค้าเอาไปทำเองยังไงก็ไม่เหมือน ต้องให้ที่ร้านทำให้(แปรสภาพ → ซ่อนเร้น)⦅🖐️⦆

ในการจำหน่ายอาหารหรือเครื่องดื่ม ซึ่งจำเป็นต้องเปิดเผยวัตถุดิบบนฉลาก ในทางกฎหมายก็มีข้อยกเว้นบางอย่าง ให้ผู้ผลิตสามารถปกป้องสูตรของตัวเองไว้เป็นความลับได้ ซึ่งเป็นรูปแบบของการใช้คำแบบกว้าง ๆ เช่น น้ำแอปเปิ้ลผสมผลไม้รวม ในฉลากอาจจะมีส่วนผสมเขียนว่า “น้ำผลไม้รวม 15%” ซึ่งไม่จำเป็นต้องระบุก็ได้ว่าเป็นผลไม้อะไรบ้าง หรือน้ำอัดลมที่เราดื่มกันเป็นประจำ ส่วนผสมหลายอย่างก็ยังคงเป็นความลับอยู่ เพราะในฉลากจะใช้คำว่า “กลิ่นธรรมชาติ” แทนได้ เลยไม่ต้องระบุส่วนผสมอย่างละเอียด ฯลฯ(ซ่อนเร้น)⦅👎🖐️⦆

น้ำหอมส่วนใหญ่ ก็มักจะไม่เปิดเผยส่วนผสมหรือที่เรียกว่าโน๊ตน้ำหอมทั้งหมด โดยเลือกเปิดเผยแค่ส่วนผสมที่อยากให้คนอื่นรู้ เพื่อปกป้องสูตรและสร้างภาพลักษณ์ไปในตัว เช่น น้ำหอมแนวสดชื่นที่แอบผสมโน๊ตหวานลงไปเล็กน้อย ก็จะไม่ได้เขียนโน๊ตหวานลงไป เพื่อปกป้องสูตรเฉพาะตัว และทำให้มุมมองของลูกค้า มองว่าเป็นน้ำหอมแนวสดชื่น เพราะถ้าเขารู้ว่ามีโน๊ตหวาน มุมมองของเขาอาจจะเปลี่ยนไปก็ได้(ซ่อนเร้น → สร้างภาพลักษณ์)⦅👎🖐️⦆

ในการผลิตสินค้า ถ้าสินค้าของเราขายดี คนที่รู้ความลับและลอกเลียนสินค้าของเราได้ง่ายที่สุด ก็อาจจะเป็นโรงงานที่เราจ้างผลิตก็ได้ . บางเจ้าเลยใช้วิธีแยกส่วนการผลิต บางชิ้นส่วนก็ผลิตจากที่หนึ่ง อีกชิ้นส่วนก็ผลิตจากอีกที่ แล้วค่อยมาประกอบกันอีกที ทำให้การผลิตซับซ้อนยุ่งยากมากขึ้น แต่ก็แลกมากลับการที่ไม่มีใครรู้ส่วนผสมหรือวัตถุดิบ หรือขั้นตอนการผลิตทั้งหมด แต่ละโรงงานจะรู้แค่ส่วนของที่ตัวเองผลิตเท่านั้น(แบ่งแยก → ซ่อนเร้น)⦅❓⦆

บางคน พอทำบางอย่างเป็น ซึ่งเป็นสิ่งที่มีคนทำเป็นน้อย หรือรู้ข้อมูลสำคัญบางอย่าง ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อองค์กรของตัวเอง ก็อาจจะพยายามไม่สอน ไม่ถ่ายทอด ไม่บอกต่อ จะได้เก่งคนเดียว เป็นคนสำคัญที่องค์กรขาดไม่ได้(ซ่อนเร้น → รักษาอำนาจ)⦅⦅👎👎👎 / 👎👎⦆🖐️⦆

(6. เพื่อ ”แอบทำ” บางอย่าง)

พ่อแม่บางคน ถ้ากลัวว่าลูกของตัวเองกินจะขนมที่ไม่ดีต่อสุขภาพเหมือนตัวเอง ซึ่งแม้แต่ตัวเองก็ยังเลิกไม่ได้ ก็อาจจะแอบเอาขนมไปซ่อนไม่ให้ลูกเห็นแทน(ซ่อนเร้น)หรือแอบกินตอนที่ลูกไม่เห็นหรือไม่อยู่บ้าน(ใช้ช่องโหว่ → ซ่อนเร้น)⦅👍🖐️❓⦆

ถ้าคนที่บ้านไม่เห็นด้วยกับอาชีพเสริมหรืองานอดิเรกบางอย่าง บางคนก็อาจจะแอบทำโดยไม่ให้พวกเขารับรู้(ซ่อนเร้น)⦅👎🖐️❓⦆แล้วค่อยเปิดเผยทีหลัง ตอนที่ทำสำเร็จแล้ว(ซ่อนเร้น ⇒ ทำให้เลยตามเลย)⦅👎🖐️❓⦆. หรือบางคนก็อาจจะแอบหนีเที่ยว โดยอ้างเหตุผลว่าจะไปทำธุระ(บิดเบือน → สร้างความชอบธรรม → ซ่อนเร้น)⦅👎👎 / 👎👎👎⦆ . หรือบางคนก็อาจจะแอบใช้ของของคนที่บ้าน ตอนที่เข้าไม่อยู่(ใช้ช่องโหว่ → ซ่อนเร้น → ช่วงชิง)⦅👎🖐️❓⦆. หรือคนบางกลุ่ม อาจจะแอบนินทาคนอื่นตอนที่เขาไม่อยู่(ใช้ช่องโหว่ → ซ่อนเร้น)⦅👎👎⦆. หรือบางคนก็อาจจะแอบฟังคนอื่นคุยเรื่องสำคัญกัน(ซ่อนเร้น → ล่วงรู้)⦅👎👎🖐️⦆

ช่างก่อสร้างบางคน อาจจะแอบลดคุณภาพของวัสดุที่ใช้ ไปใช้ของคุณภาพรองลงมาซึ่งมีราคาถูกกว่า จะได้ลดต้นทุนของตัวเอง โดยที่คนจ้างไม่รู้เรื่องด้วย(ซ่อนเร้น → ช่วงชิง)⦅👎👎👎🖐️⦆

เจ้าของร้านอาหารบางแห่ง ถ้าต้องการจะลดต้นทุนโดยไม่ให้ลูกค้ารู้ตัว ก็อาจจะค่อย ๆ ปรับสัดส่วนของวัตถุดิบราคาถูกและแพงทีละนิด เช่น ให้ข้าวกับผักเพิ่มขึ้น และลดเนื้อสัตว์ลงเล็กน้อย(ทำทีละนิด → ปรับสัดส่วน → ซ่อนเร้น). หรือแอบสอดแทรกวัตถุดิบราคาถูกกว่าลงไป เช่น แอบผสมเนื้อไก่ลงไปในแฮมเบอร์เกอร์เนื้อวัว(สอดแทรก + ซ่อนเร้น). หรือหาวัตถุดิบมาทดแทน แล้วใช้เทคนิคบางอย่างช่วย เช่น เปลี่ยนจากนมนำเข้า เป็นนมท้องถิ่น แล้วพยายามปรุงรสให้เหมือน(ใช้เทคนิคเฉพาะ → แปรสภาพ → บิดเบือน → ซ่อนเร้น)หรือเปลี่ยนจากเนื้อส่วนที่แพงแต่นุ่ม เป็นเนื้อส่วนที่ถูกแต่นุ่มน้อยลง แล้วทำให้นุ่มขึ้นด้วยเทคนิคบางอย่างแทน(ใช้เทคนิคเฉพาะ → แปรสภาพ → ซ่อนเร้น)ฯลฯ ⦅⦅👎👎👎 / 👎👎 / 👎⦆🖐️❓⦆

บางคนอาจจะใช้วิธีแอบทำสิ่งที่คนอื่นไม่เห็นด้วยอย่างลับ ๆ จนเรื่องราวดำเนินไปจนถึงจุดที่พิสูจน์ได้แล้ว หรือแก้ไขอะไรได้ยากแล้ว จึงค่อยเปิดเผยภายหลัง เพื่อให้คนอื่นไม่สามารถขัดขวางหรือห้ามปรามได้ทัน เช่น แอบทำอาชีพเสริมหรือแอบทำธุรกิจส่วนตัว ซึ่งคนที่บ้านไม่เห็นด้วย แล้วพอประสบความสำเร็จค่อยบอกทีหลัง หรือแอบลงทุนบางอย่าง จนได้กำไรแล้วถึงค่อยบอก(ซ่อนเร้น → ทำให้เลยตามเลย). หรือพนักงานแอบรวมกลุ่มกันทำโปรเจกต์ลับ ๆ ซึ่งคนในบริษัทไม่ค่อยเห็นด้วย แล้วค่อยบอกคนอื่นตอนที่มีหลักฐานหรือตัวเลขบางอย่างที่พอจะมาอ้างอิงได้((รวมตัว + ซ่อนเร้น) → (ทำให้เลยตามเลย + สร้างร่องรอย)). หรือผู้บริหารบางคนอาจจะแอบไปทำสัญญาการค้ากับบริษัทอื่น จนมีสัญญาออกไปแล้ว หรือเริ่มลงทุนบางส่วนไปแล้ว ค่อยบอกคนอื่น ถ้าจะกลับไปแก้ไขก็ทำได้ยากแล้ว(ซ่อนเร้น → สร้างพันธะ → ทำให้เลยตามเลย)⦅⦅👎👎👎 / 👎👎 / 👎⦆❓⦆

(7. เพื่อปิดบัง “ข้อมูล”)

บางคน เวลาทำอะไรที่ดูไม่ดีในต่างประเทศ ก็อาจจะพยายามไม่ให้คนอื่นรู้ว่าตัวเองมาจากประเทศอะไร จะได้ไม่เสียชื่อประเทศตัวเอง(ซ่อนเร้น)⦅👍⦆แต่บางคนก็พยายามทำให้คนอื่นเข้าว่า ตัวเองเป็นคนของอีกประเทศหนึ่ง(บิดเบือน)⦅👎👎⦆

นักการตลาดบางคน อาจจะนำเสนอโปรโมชันบางอย่าง แต่ก็มีเงื่อนไขบางอย่างพ่วงเข้ามาด้วย โดยพยายามซ่อนเงื่อนไขเหล่านั้น เพื่อให้ดูหน้าสนใจเกินจริง เช่น สินค้าราคา 1,000 บาท “ลด 50%” ส่วนเงื่อนไขที่ว่า “ลดสูงสุด 100 บาท” เขียนตัวเล็กนิดเดียว และเอาไปแอบไว้ที่ขอบด้านล่าง หรือต้องเปิดด้านในหรือพลิกด้านหลังก่อน ถึงจะมองเห็น(ซ่อนเร้น → บิดเบือน → ทำให้น่าสนใจ → หลอกล่อ)⦅👎👎🖐️⦆

ในการเจรจาซื้อขายหรือควบรวมธุรกิจ บางครั้งสิ่งที่ฝ่ายหนึ่งต้องการจากอีกฝ่ายอาจจะเป็นข้อมูลของลูกค้า ซึ่งข้อมูลเป็นสิ่งที่แตกต่างจากสิ่งของ ถ้าส่งของให้ลองแล้วไม่ชอบก็ยังเอาคืนได้ แต่การข้อมูลเป็นสิ่งที่ได้แล้วได้เลย . บางรายเลยใช้วิธีส่งข้อมูลตัวอย่างบางส่วนให้ดูก่อน อีกฝ่ายจะได้รู้ว่ามีข้อมูลอยู่จริง ๆ ไม่ได้หลอกลวง(แบ่งแยก → ซ่อนเร้น)หรือเอาข้อมูลสำคัญไปเข้ารหัสไว้ก่อน พอเจรจาเสร็จแล้วจึงให้ข้อมูลแบบที่ไม่ได้เข้ารหัส(ใช้เทคนิคเฉพาะ → แปรสภาพ → ซ่อนเร้น)

ถ้าต้องการปิดบังบางอย่างไม่ให้คนอื่นรู้ หนึ่งในวิธีที่ใช้บ่อยที่สุด ก็คือการหาเหตุผลบางอย่างมาอ้าง เช่น ถ้ามีคนอาสาขับรถมาส่งเรา แต่เราไม่อยากให้เขารู้ที่อยู่ของเรา เราอาจจะบอกว่า “ถ้าเข้าไปข้างในจะกลับรถยาก ส่งตรงนี้ก็ได้” หรือรัฐบาล เวลาแอบทำอะไรบางอย่าง ก็อาจจะบอกว่า “เป็นความลับสำคัญของประเทศ ไม่สามารถเปิดเผยได้” หรือองค์กรทางศาสนาบางแห่ง เวลามีคนต้องการตรวจสอบการใช้เงิน ก็อาจจะบอกว่าพวกเขา “ลบหลู่ศาสนา” หรือ “ทำลายศาสนา” ทั้ง ๆ ที่เป็นเรื่องที่สมควรตรวจสอบได้ ฯลฯ(ใช้ความชอบธรรม → ซ่อนเร้น)⦅⦅👎👎👎 / 👎👎 / 👎⦆🖐️⦆

คนที่มีอำนาจ เวลาจะปิดข่าวที่ไม่ดีเกี่ยวกับตนเองไม่ให้คนหมู่มากรู้ หรือให้เป็นที่สนใจน้อยที่สุด ก็อาจจะใช้อำนาจของตัวเองสั่งสื่อไม่ให้เผยแพร่(ใช้อำนาจ → ซ่อนเร้น)หรือจ่ายเงินให้สื่อ(ใช้ความโลภ → สร้างพันธะ → ซ่อนเร้น)หรือบางคนก็ใช้วิธีรับซื้อข้อมูล ซึ่งเมื่อรับซื้อแล้ว คนอื่นก็ไม่มีสิทธิ์ในการเผยแพร่ ทำให้คนทั่วไปไม่รู้เรื่องแบบนี้(ดักต้นทาง → สร้างพันธะ → ซ่อนเร้น)หรือให้สื่อไปไล่ลบความเห็นให้เรื่องนี้เป็นที่ถูกพูดถึงน้อยที่สุด(ใช้อำนาจ → ทำลาย → ซ่อนเร้น)หรือเอาเรื่องอื่นที่น่าสนใจมากลบ เช่น ข่าวคนดังทะเลาะกัน หรือคนดังแอบมีชู้ หรือคนดังโกงเงิน ฯลฯ(ใช้ความน่าสนใจ → หลอกล่อ → ซ่อนเร้น)หรืออยู่เฉย ๆ ไม่ออกมาตอบโต้ และพยายามไม่ให้เป็นข่าว ไม่ให้คนพูดถึงตัวเขาให้มากที่สุด(นิ่งเฉย → ซ่อนเร้น)หรือค่อย ๆ ให้คนมาช่วยเบี่ยงประเด็นไปเรื่องอื่นเรื่อย ๆ จนทำให้คนสนใจในเรื่องที่เกี่ยวกับเขาน้อยลง((ทำทีละนิด + หลอกล่อ) → แปรสภาพ → ซ่อนเร้น)หรือเขาอาจจะใช้หลายวิธีควบคู่กัน⦅👎👎👎⦆

เวลาที่มีคนกล้าออกมาเปิดเผยเรื่องสำคัญ ที่อาจจะมีผลกระทบที่ทำให้ใครบางคนหรือคนบางกลุ่มเสียผลประโยชน์ การปิดบังข้อมูลส่วนตัวของเขาและความคุ้มครอง เป็นสิ่งที่สำคัญมาก(ซ่อนเร้น)⦅👍👍👍⦆เขาจะได้ไม่ถูกคุกคาม และเวลามีเรื่องแบบนี้อีก คนอื่นจะได้กล้าออกมาเปิดเผยอีกเช่นกัน

(8. เพื่อซ่อน “อารมณ์” หรือ “ความรู้สึก” ที่แท้จริง)

ในการสร้างความสัมพันธ์กับคนอื่น ถ้าอีกฝ่ายดันเป็นคนแบบที่เราไม่ชอบ เช่น เขาเป็นคนพูดมาก หรือคนขี้อวด หรือคนที่ชอบพูดจาแง่ลบเกี่ยวกับคนอื่น ฯลฯ เราก็อาจจะพยายามระมัดระวังการแสดงสีหน้า ท่าทาง น้ำเสียง เพื่อไม่ให้เขารู้ว่าเรามีอคติกับเขา(ซ่อนเร้น → สร้างความสัมพันธ์)⦅🖐️❓⦆หรือบางคนถึงขนาดที่ต้องเสแสร้งว่าตัวเองชื่นชอบเขาก็มี((ซ่อนเร้น + บิดเบือน) → สร้างความสัมพันธ์)⦅👎🖐️❓⦆หรือเราอาจจะลองลดอคติลง แล้วหามุมที่ดีของเขาดู เพราะคนเราย่อมมีทั้งด้านดีและเสียเป็นธรรมดา ไม่แน่ว่าเขาอาจจะมีมุมดี ๆ ที่เราคิดไม่ถึงก็ได้((ซ่อนเร้น + ปรับมุมมอง) → สร้างความสัมพันธ์)⦅👍🖐️❓⦆

เวลาไปเจอญาติผู้ใหญ่ แล้วมีญาติผู้ใหญ่คนหนึ่งที่เราไม่ชอบมาก ๆ แต่ถ้าเราชักสีหน้า หรือไม่ทักทาย หรือทำตัวเสียมารยาท ก็อาจถูกพ่อแม่ตำหนิ หรือถูกผู้ใหญ่คนอื่นมองในทางไม่ดีได้ เราเลยอาจจะทำเป็นไม่ได้มีปัญหาอะไรกับเขา ทำตัวตามปกติเหมือนกับที่เราแสดงออกกับผู้ใหญ่คนอื่น(ซ่อนเร้น → สร้างภาพลักษณ์)⦅👍🖐️❓⦆

อีกมุมหนึ่ง เขาอาจจะไม่ดีกับเราในบางเรื่อง เลยทำให้เราไม่ชอบเขาไปซะทั้งหมด แต่ถ้าลองคิดดูดี ๆ เขาอาจจะดีกับเราในเรื่องอื่น หรือมีประโยชน์กับเราในเรื่องอื่นก็ได้ เช่น เวลารวมญาติ เขาอาจจะชอบพูดจากดคนอื่นให้ต่ำ และหลายครั้งก็เป็นเรา เราเลยเกลียดเขา แต่พอถึงวันที่เรารับปริญญา หรือวันที่เราแต่งงาน เขาก็อาจจะเอาซองใส่เงินให้เรา และแสดงความยินดีกับเราก็ได้ เขาอาจจะไม่ได้เกลียดเราขนาดนั้นก็ได้ เพียงแต่นิสัยที่ชอบพูดจากดคนอื่นให้ต่ำของเขา ดันเป็นข้อเสียที่ทำให้เราเกลียดเขาไปเลย แต่ถ้าเราแสดงออกไม่ดีกับเขาไปแล้ว ก็เท่ากับเราทำลายความสัมพันธ์ไปแล้ว ผลประโยชน์ที่เราอาจได้รับจากเขา และข้อดีอื่น ๆ ที่เราอาจมองเห็น ก็อาจจะไม่มีอีกแล้ว((ซ่อนเร้น + ปรับมุมมอง) → รักษาความสัมพันธ์)⦅👍🖐️❓⦆

ในการทำงาน เวลามีคนมาให้ความเห็นเรา อาจจะเป็นหัวหน้า หรือเพื่อนร่วมงาน หรือลูกค้า หรือคนจากแผนกอื่น ฯลฯ แม้เราจะไม่เห็นด้วยกับมุมมองแบบนี้ หรือไม่ชอบความเห็นนี้ หรือไม่ชอบคำพูดของเขาเลย แต่บางคนก็เลือกที่จะเก็บอาการ และแสดงออกว่าตัวเองอยากฟัง ขอบคุณที่อีกฝ่ายให้ความเห็น จะได้ถูกมองว่าเป็นคนมีทัศนคติดี เปิดใจรับฟังคนอื่น((ซ่อนเร้น + บิดเบือน) → สร้างภาพลักษณ์)⦅🖐️❓⦆หรือบางคนก็ทำเพื่อหลีกเลี่ยงความขัดแย้ง((ซ่อนเร้น + บิดเบือน) → รักษาความสัมพันธ์)⦅🖐️❓⦆หรือเราอาจจะมองว่า แม้ว่าความเห็นครั้งนี้ของเขาจะไม่ถูกต้อง แต่ถ้าเราแสดงออกว่าไม่อยากฟัง ครั้งหน้าเขาก็อาจจะไม่กล้าให้ความเห็นกับเราก็ได้ ซึ่งความเห็นครั้งหน้าของเขาอาจจะมีประโยชน์กับเราก็ได้(ซ่อนเร้น + ปรับมุมมอง)⦅👍🖐️❓⦆

สมมติว่า เราเป็นครูสอนเด็ก ๆ ในโรงเรียน เวลาเจอเด็ก เราก็ควรทำเป็นอารมณ์ดี ปล่อยความสุขออกมาให้เต็มที่ อย่าเอาความทุกข์ไประบายให้เด็ก ให้เด็ก ๆ เขาเห็นครูแล้วมีความสุข จะได้อยากมาโรงเรียน อยากมาเจอครู((ซ่อนเร้น + ทำให้รู้สึกดี) → หลอกล่อ)⦅👍👍👍⦆. และอีกอย่าง เด็กพวกนี้แป๊บเดียวก็โตแล้ว แต่ความทรงจำของพวกเขาจะอยู่ไปตลอด เขาจะได้จำประสบการณ์ดี ๆ ในวัยเด็กที่ได้จากโรงเรียนได้

บางครอบครัวมีกติการร่วมกัน จะพ่อหรือแม่หรือใครก็ตาม ในระหว่างทานอาหารจะไม่เอาความทุกข์ไประบายให้คนอื่นฟัง ให้เป็นช่วงเวลาแห่งความสุข เป็นบรรยากาศดี ๆ ในทุก ๆ วัน คนในครอบครัวจะได้อยากมาอยู่พร้อมหน้ากัน ทานอาหารร่วมกัน เวลาแต่งงาน มีครอบครัวแยกกันไปแล้ว ก็ยังคิดถึงและกับมาเจอกัน ส่วนความทุกข์หรือปัญหาต่าง ๆ ค่อยไปคุยกันนอกรอบ อาจจะหาห้องเงียบ ๆ เลือกเฉพาะคนที่เกี่ยวข้องคุยกันทีหลัง((ซ่อนเร้น + ทำให้รู้สึกดี) → หลอกล่อ)⦅👍👍👍⦆

(9. เพื่อซ่อน “ตัวตน” บางอย่าง)

เมื่อเราโตขึ้น หลายคนก็มักจะซ่อนนิสัยบางอย่างไม่ให้พ่อแม่รู้ เวลาอยู่กับเพื่อนก็จะทำตัวแบบหนึ่ง เช่น พูดคำหยาบบ้าง พูดเรื่องลามกบ้าง ฯลฯ พออยู่กับพ่อแม่ก็จะทำตัวสุภาพเรียบร้อย(ซ่อนเร้น → สร้างภาพลักษณ์)⦅👎🖐️❓⦆

บางคนก็อาจจะซ่อนนิสัยบางอย่างไม่ให้แฟนรู้ โดยเฉพาะแฟนที่พึ่งคบกันใหม่ ๆ เช่น แฟนเป็นคนชอบคนเรียบร้อย แต่จริง ๆ แล้ว เขาอาจจะเป็นคนกวน ๆ หรือคนหยาบคายก็ได้ หรือแฟนชอบคนสะอาดสะอ้าน เขาอาจจะอาบน้ำ และแต่งตัวให้เรียบร้อย ทุกครั้งก่อนจะไปหาแฟน แต่ชีวิตปกติอาจจะเป็นคนสกปรก ไม่ดูแลตัวเองก็ได้ หรือบางคนก็ชอบเก็บห้องให้เรียบร้อยเฉพาะวันที่แฟนจะมา ฯลฯ(ซ่อนเร้น → สร้างภาพลักษณ์)⦅👎🖐️❓⦆หรือบางคนอาจจะใช้วิธีค่อย ๆ เปิดเผยตัวตนทีละนิด ให้แฟนค่อย ๆ ปรับตัวแล้วชินไปเอง เพราะสนิทกันแล้ว หรือรักไปแล้ว ลงทุนไปแล้ว เลยทำใจรับได้ แต่ถ้าเปิดเผยให้เขาเห็นแบบนี้ตั้งแต่แรก ก็อาจจะถูกบอกเลิกไปนานแล้วก็ได้(ซ่อนเร้น ⇒ ทำทีละนิด → สร้างความเคยชิน)⦅👎🖐️❓⦆

ในบางครั้ง การเปิดเผยหรือแสดงสิ่งที่เป็นจุดอ่อนของเราออกมา ก็อาจทำให้ใครบางคนใช้สิ่งนี้มาทำร้ายเราได้ เช่น ถ้าเราเคยพูดว่า “โครตเกลียดเลย พวกที่ชอบพูดดูถูกคนอื่น” คนที่ยินก็ก็อาจจะเดาได้ว่า เราน่าจะอ่อนไหวกับคำพูดเหล่านี้มากกว่าคนปกติ เลยอาจจะยุแยงให้คนอื่นพูดในแง่ลบออกมา เช่น ตั้งคำถามชี้นำบางอย่าง ฯลฯ แล้วพอเขาพูดถึงคนอื่นในลักษณะที่เป็นไปในทางลบ เราก็อาจจะคิดมากเกินจริง แล้วมีอคติกับคนคนนั้นได้((ล่วงรู้ ⇒ (ใช้จุดอ่อน + บิดเบือน) → ทำลายความสัมพันธ์))⦅👎👎👎🖐️⦆

หรือถ้าเรามักจะแสดงออกอยู่เสมอว่า เรามีคนที่อยากให้ยอมรับในตัวเรา พยายามพิสูจน์ตัวเองกับเขาอยู่บ่อย ๆ เขาก็อาจจะใช้สิ่งนี้มาคอยบงการและหลอกใช้งานเรา พอเราทำนู่นทำนี่ให้ เขาก็ชมบ้าง ไม่ชมบ้าง ตำหนิบ้าง ไม่ตำหนิบ้าง เราจะได้โหยหาและวิ่งไล่ตามคำชมจากเขาอยู่เรื่อย ๆ(ล่วงรู้ ⇒ (ใช้จุดอ่อน + ทำอย่างไม่สม่ำเสมอ) → ควบคุม → ช่วงใช้)⦅👎👎👎🖐️⦆

คนบางคนเลยมักจะไม่ค่อยแสดงความต้องการและความรู้สึกที่แท้จริงของตัวเองออกมา ซึ่งเป็นกลไกในการปกป้องตัวเอง โดยเขาเองก็อาจจะไม่รู้ตัว(ซ่อนจุดอ่อน)⦅🖐️❓⦆

การที่คนอื่นรู้ว่า เรามีอคติกับใคร อาจจะเป็นการที่เรากำลังสร้างศัตรูที่มองไม่เห็นก็ได้ หรือการที่เราแสดงออกอย่างชัดเจนว่า เราชอบใคร แล้วถ้าเขาดันเป็นคนที่มีประเด็นกับคนอื่นในทางไม่ดี เราก็อาจจะถูกมองว่าเป็นพวกเดียวกันก็ได้ หรือถูกมองว่าแบบคนนั้นไปด้วยก็ได้ . บางคนเลยเลือกที่จะปิดบังความชอบและไม่ชอบใครเป็นการส่วนตัวเอาไว้(ซ่อนเร้น)⦅❓⦆

(10. เพื่อซ่อน “อาวุธลับ”)

การซ่อน “อาวุธลับ” เป็นการซ่อนสิ่งสำคัญของตัวเองที่ทำให้สามารถพลิกสถานการณ์ได้ และอีกฝ่ายคาดไม่ถึง . บางครั้งก็เรียกว่า “ไพ่ลับ” หรือ “ไพ่ตาย” หรือ “ไม้เด็ด” หรือ “ท่าไม้ตาย” ฯลฯ

ในหนังหรือการ์ตูนต่อสู้ บางตัวละครจะซ่อนท่าไม้ตายหรืออาวุธลับเอาไว้ เผื่อตอนที่กำลังจะแพ้หรือกำลังเสียเปรียบ จะได้หยิบมาใช้พลิกสถานการณ์ได้ แต่ถ้าหยิบมาใช้ตั้งแต่แรกก็อาจถูกแก้ทางได้ทัน(ซ่อนเร้น → ทำเผื่อ)

ในการแข่งกีฬา บางทีมอาจจะซ่อนกลยุทธ์เด็ดบางอย่างที่อีกทีมไม่เคยเห็น หรือซ่อนคนเก่งที่ไม่ค่อยได้ลงสนามให้ใครเห็น เอาไว้เป็นไพ่ลับเผื่อเจอทีมที่ทำให้ตัวเองเสียเปรียบมาก ๆ จะได้เอามาใช้พลิกสถานการณ์ พออีกทีมพึ่งเคยเห็นกลยุทธ์แบบนี้ครั้งแรก ก็จะจับทางยากและรับมือไม่ถูก(ซ่อนเร้น → ทำเผื่อ)⦅❓⦆

บางบริษัทอาจจะซ่อนไอเดียหรือนวัตกรรมบางอย่างไว้ แล้วค่อยเอาไว้วางขายตอนจำเป็นจริง ๆ เช่น เมื่อยอดขายตก หรือคนเริ่มเบื่อสินค้าเดิม หรือคู่แข่งเริ่มเก่งขึ้น ฯลฯ แม้จะเป็นผลิตภัณฑ์ที่ดีกว่าตัวปัจจุบันก็ตาม แต่ที่ไม่ปล่อยออกมาตั้งแต่แรก ก็เพื่อไม่ให้แย่งยอดขายของตัวปัจจุบันที่ยังขายได้อยู่ หรือเพื่อไม่ให้เจ้าอื่นตามได้ทัน เพราะพอเจ้าอื่นกำลังจะตามทันก็ค่อยปล่อยตัวนี้ออกมา(ซ่อนเร้น → ทำเผื่อ)⦅👎🖐️❓⦆

ในการเจรจา บางคนก็จะซ่อนไพ่ลับเอาไว้ต่อรอง ยังไม่ได้เปิดไพ่ทั้งหมดว่าเรายังมีอะไรเหลือที่เป็นประโยชน์กับอีกฝ่ายได้บ้าง เผื่อจังหวะที่กำลังจะเสียเปรียบ หรืออยากได้อะไรจากอีกฝ่ายอีก ก็เอาสิ่งนี้มาต่อรองได้(ซ่อนเร้น → ทำเผื่อ → สร้างพันธะ)

บางคน เวลาที่เพื่อนร่วมทีมไปทำงานสำคัญบางอย่าง ก็อาจจะยังไม่วางใจ เช่น เห็นว่าเขาเป็นมือใหม่ หรือมองว่าเขามีความสามารถไม่ถึง หรือเห็นว่ามั่นใจเกินไป หรือเห็นจุดอ่อนหรือข้อผิดพลาดบางอย่าง ฯลฯ เลยแอบเตรียมแผนสำรองไว้ก่อน เผื่อว่าเขาล้มเหลว จะได้มีแผนสำรองไว้รับมืออีกที(ซ่อนเร้น → ทำเผื่อ)⦅❓⦆

(11. เพื่อซ่อน “ความสามารถ” หรือ “ศักยภาพ” ที่แท้จริง)

บางคนอาจจะซุ่มฝึกฝนบางอย่าง หรือซักซ้อมอย่าง โดยพยายามไม่ทำคนที่อยู่ด้วยกันรู้ เพื่อให้คนอื่นไม่รู้สึกถึงความเร่งรีบ หรือมีความรู้สึกของการแข่งขัน ก็เท่ากับตัดคู่แข่งไปในตัว ทำให้เขาเหนือกว่าคนที่อยู่ระดับเดียวกัน(ซ่อนเร้น → ทำให้ประมาท)⦅👎👎🖐️⦆

โลกนี้มีคนบางคนไม่ชอบให้ใครโดดเด่นกว่าตัวเอง และก็มีคนบางคนที่เวลาเห็นว่ามีคนที่เก่งกว่าตัวเอง ก็จะรู้สึกกังวล ไม่มั่นคงทางจิตใจ ไม่เชื่อมั่นในตัวเอง . บางครั้ง เราอาจจะทำเป็นไม่แสดงความสามารถออกมา หรือไม่อวดเก่งในบางเรื่อง พวกเขาจะได้สบายใจ รู้สึกมั่นคง และไม่ตั้งแง่เป็นศัตรูกับเรา(ซ่อนเร้น → (ทำให้สบายใจ + รักษาความสัมพันธ์))⦅❓⦆

บางบริษัท พอวิจัยและพัฒนานวัตกรรมบางอย่างได้ ก็อาจจะแอบซ่อนไว้ก่อน ยังไม่เปิดเผยออกมาให้ใครรู้ พอเตรียมการทุกอย่างพร้อม เช่น เตรียมการผลิต วางแผนการตลาด ฯลฯ ค่อยวางขายทีเดียว เพื่อให้เจ้าอื่นไม่ทันได้เตรียมตัว หรือปรับตัวตามไม่ทัน(ซ่อนเร้น → ทำโดยฉับพลัน)⦅🖐️❓⦆

บางประเทศ ถ้าแสดงออกชัดเจนเลยว่าตัวเองมีศักยภาพบางด้าน เช่น เศรษฐกิจ หรือเทคโนโลยี หรือการทหาร ฯลฯ ก็อาจถูกประเทศมหาอำนาจที่มีอยู่เดิมมองว่าเป็นภัยคุกคาม เลยหาวิธีสกัดก่อนที่จะโตและมีอำนาจได้ ก็เลยซ่อนศักยภาพที่แท้จริงของตัวเองเอาไว้ แล้วพอมีอำนาจมากขึ้นเรื่อย ๆ ศักยภาพก็จะแสดงออกมาให้เห็นเอง(ซ่อนเร้น → หลีกเลี่ยง)⦅🖐️❓⦆

ในพิชัยสงครามซุนวูกล่าวว่า “มีความสามารถ พึงแสดงออกว่าไร้ความสามารถ” . บางกองทัพเลยอาจจะแกล้งทำเป็นกระจอก อ่อนแอ แต่จริง ๆ แล้ว แอบมีการฝึกฝนทหาร เตรียมแผนการรบ รวบรวมทรัพยากร พัฒนายุทโธปกรณ์ต่าง ๆ อย่างลับ ๆ ก็อาจทำให้ฝ่ายศัตรูเกิดความประมาท มองข้ามตนเองไป ไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะมีศักยภาพขนาดนี้ก็ได้(บิดเบือน → ซ่อนเร้น → ทำให้ประมาท). แล้วก็อาจจะเอาไว้แสดงออกมาทีเดียว หรือบุกเอาชนะทีเดียว ตอนที่อีกฝ่ายไม่ทันตั้งตัว((ใช้ความประมาท + ทำอย่างฉับพลัน) → (โจมตี / แสดงอำนาจ))⦅⦅👎👎👎 / 👎👎 / 👎⦆🖐️❓⦆

(12. เพื่อซ่อน “อุดมการณ์” หรือ “เป้าหมายที่แท้จริง”)

เราอาจจะมีเป้าหมายที่ยิ่งใหญ่ ซึ่งถ้าพูดออกไป คนอื่นก็อาจจะมองว่าเพ้อฝัน ทำไม่ได้จริง หรือไม่เชื่อว่าเป็นไปได้ หรือไม่เห็นด้วยกับวิสัยทัศน์ของเราเลยพยายามห้าม . บางคนจึงเลือกที่จะซ่อนเป้าหมายเอาไว้ก่อน แล้วพอลงมือทำแล้วได้ผลลัพธ์บางอย่างออกมา ก็ค่อยใช้ผลลัพธ์นั้นเป็นเครื่องพิสูจน์ว่าวิสัยทัศน์ของตัวเองเป็นจริงหรือไม่(ซ่อนเร้น)⦅🖐️❓⦆

อีกอย่างคือ ในระหว่างทำตามเป้าหมายก็จะไม่มีแรงกดดัน ไม่ต้องคอยกังวลว่าคนอื่นจะมองเรายังไง ไม่ต้องมาฟังคนอื่นพูดตอกย้ำว่า “อย่าไปทำ” หรือ ”ทำไม่ได้” ทำให้มีสมาธิในการตามเป้าหมายทำอย่างเต็มที่(ซ่อนเร้น → ทำให้ไม่ถูกกดดัน). และถ้าผลลัพธ์ออกมาดี ก็ดีไป แต่ถ้าผลลัพธ์ออกมาไม่ดีอย่างที่คิด ก็ยังไม่เสียหน้า และไม่มีใครมาตอกย้ำเราว่า “เห็นไหม บอกแล้ว”(ซ่อนเร้น → ใช้ทางเลือกได้เปล่า)⦅🖐️❓⦆

เช่น ถ้าผู้เขียนบอกคนอื่นว่า อยากเขียนหนังสือกลอุบายที่ดีที่สุดเท่าที่โลกนี้เคยมีมา คนอื่นก็อาจจะบอกว่ามันยาก หรือทำไม่ได้จริง หรือไม่เห็นด้วยก็ได้ แล้วผู้เขียนก็อาจจะเสียสมาธิกับเรื่องเหล่านี้ เลยเลือกที่จะลองเขียนดูก่อน แล้วปล่อยหนังสือออกมาทางเว็บไซต์นี้ แล้วถ้าหนังสือเล่มนี้สำเร็จก็ดีไป ถ้าไม่สำเร็จก็ไม่เป็นไร(ซ่อนเร้น → (ทำให้ไม่ถูกกดดัน + ใช้ทางเลือกได้เปล่า))

⦅❓ แต่วิธีนี้ก็มีข้อเสีย คือถ้าเราบอกคนอื่น ความเห็นของเขาก็อาจจะมีประโยชน์ และเอาไปใช้ได้จริงก็ได้ ถ้าเลือกที่จะซ่อนเร้นก็เท่ากับลดโอกาสที่จะได้รับความเห็นที่มีประโยชน์ไปด้วย⦆

แต่ก็มีวิธีกลาง ๆ ที่ช่วยให้เราซ่อนเร้น แต่ก็ยังได้รับความเห็นของคนอื่นอยู่ เช่น ซ่อนบางส่วนเอาไว้ โดยเลือกบอกคนอื่นเฉพาะส่วนที่เป็นรายละเอียด ไม่จำเป็นต้องบอกภาพใหญ่ทั้งหมด(ซ่อนเร้น)หรือเลือกบอกเฉพาะคนที่คิดว่าถ้าบอกเขาไปแล้ว จะได้ความเห็นที่มีประโยชน์ เอามาใช้ได้จริงกลับมา(ซ่อนเร้น)หรือโยนให้คนอื่น เช่น บอกว่ามีเพื่อนมาถาม หรือเห็นคนพูดในอินเทอร์เน็ตแล้วสนใจ เลยเอามาชวนคุย ฯลฯ(บิดเบือน → ซ่อนเร้น)หรือแบ่งทีละส่วนมาที่ต้องการความเห็นมาลองทำก่อน ไม่ต้องทำทั้งหมด แล้วพอได้ผลลัพธ์ของส่วนนั้นออกมา ก็ค่อยไปทำส่วนอื่นไปเรื่อย ๆ จนสำเร็จเป็นเป้าหมายใหญ่ในที่สุด(ซ่อนเร้น ⇒ แบ่งแยก → ทำทีละนิด)⦅👍🖐️⦆

เช่น คนที่ต้องการเปิดร้านอาหารไปทั่วโลก แทนที่จะบอกคนอื่นว่า “จะขยายสาขาไปทั่วโลก” หรือ “จะขยายสาขาไปทั่วประเทศ” ให้คนอื่นคาดหวังหรือเป็นห่วงเปล่า ๆ เลยอาจจะลองแบ่งการทดลองเป็นส่วน ๆ เช่น ลองทำอาหารให้คนอื่นกิน แล้วบอกแค่ว่า “อยากลองทำดู” จะได้เอาความเห็นมาปรับสูตรอาหาร หรือลองเอาไอเดียของตัวเองไปถาม แต่บอกว่าเคยอ่านเจอ หรือลองเปิดร้านเล็ก ๆ สักร้านดูก่อน จะได้ทดสอบว่าเป็นยังไง ฯลฯ เหมือนต่อจิ๊กซอว์ทีละชิ้น ยังไม่ต้องบอกว่าอยากได้ภาพอะไร พอต่อจิ๊กซอว์ไปเรื่อย ๆ จนรายละเอียดมากขึ้นเรื่อย ๆ ภาพใหญ่ก็จะปรากฎเอง(ซ่อนเร้น ⇒ แบ่งแยก → ทำทีละนิด)⦅👍⦆

ในการทำธุรกิจ ถ้าเราเปิดเผยวิสัยทัศน์หรือไอเดียบางอย่างของเราเร็วเกินไป โดยที่ยังไม่มีรากฐานที่มั่นคงพอ แล้วถ้าดันเป็นไอเดียที่น่าสนใจ ก็อาจจะทำให้เราถูกเลียนแบบและมีคู่แข่งเร็วเกินไปก็ได้ . บางคนเลยเลือกที่จะซ่อนเอาไว้ก่อน และค่อย ๆ สะสมรากฐานทีละนิด เช่น ฐานลูกค้า เงินทุน ประสบการณ์ แบรนด์ ระบบ ฯลฯ จนโตพอที่จะไม่ล้มง่าย ๆ แม้จะมีคู่แข่ง แล้วค่อยเปิดเผยภาพใหญ่ที่แท้จริงออกมา(ซ่อนเร้น ⇒ ทำทีละนิด)⦅❓⦆

คนที่มีอุดมการณ์บางอย่างทางการเมือง มีเป้าหมายที่ยิ่งใหญ่ ก็อาจจะค่อย ๆ สะสมชื่อเสียงจากการทำผลงานต่าง ๆ สร้างความนิยมกับประชาชน สร้างตำแหน่งทางการทหาร สร้างพันธมิตรและพวกพ้อง ฯลฯ จนเขามีอำนาจมากพอ แล้วค่อยประกาศเจตนารมณ์ แต่ถ้าเขาเปิดเผยออกมาตั้งแต่ยังตัวเล็ก ๆ อยู่ ก็อาจจะทำให้มีศัตรูที่มองไม่เห็น และถูกขัดขวางไปก่อน จนล้มเหลวไม่เป็นท่าก็ได้(ซ่อนเร้น + (ทำทีละนิด → สร้างอำนาจ))⦅🖐️⦆

ขุนนางชั่วร้ายคนหนึ่ง อาจจะพยายามทำสิ่งต่าง ๆ อย่างระมัดระวัง ไม่ไปยุ่งเรื่องคนอื่นโดยไม่จำเป็น ไม่แสดงให้คนอื่นรู้ว่าตนเองเป็นคนทะเยอทะยานแค่ไหน ค่อย ๆ สร้างฐานอำนาจ สร้างพวกพ้อง สร้างความไว้ใจ แล้วพอถึงเวลาที่เหมาะสม ก็ค่อยชิงอำนาจมาอยู่ในมือตัวเอง((ซ่อนเร้น + (ทำทีละนิด → สร้างอำนาจ)) → ช่วงชิง)⦅👎👎👎🖐️⦆

บางประเทศ อาจจะมีการวางแผนที่จะจัดการกับอีกประเทศหนึ่ง แต่กลับแสดงท่าทีเป็นมิตรกับประเทศนั้น เพื่อไม่ให้เขารู้ว่าตัวเองต้องการทำอะไร อีกฝ่ายจะได้ไม่ทันระวังและเตรียมการรับมือ(บิดเบือน → ซ่อนเร้น)หรืออาจจะเกิดจากหลายประเทศแอบร่วมมือกันลับหลัง((รวมตัว + บิดเบือน) → ซ่อนเร้น)⦅👎👎👎🖐️⦆

(13. เพื่อ “อยู่เบื้องหลัง” เหตุการณ์บางอย่าง)

ซีอีโอหรือผู้นำองค์กรของบางองค์กร อาจจะไม่ได้เป็นคนที่เก่งที่สุด อาจจะมีคนที่เก่งกว่า หรืออาจจะไม่ได้เป็นคนวางแผนอยู่เบื้องหลังที่แท้จริงเลยก็ได้ แต่เขาเป็นแค่คนที่หน้าตาดี มีบุคลิกดี พูดจาน่าเชื่อถือ หรือพูดจาโน้มน้าวใจคนเก่ง ฯลฯ เลยถูกตั้งให้เป็นซีอีโอหรือผู้นำก็ได้ จะได้เป็นคนออกหน้าในการสื่อสาร ส่วนคนที่วางแผนอยู่เบื้องหลังที่แท้จริง อาจจะไม่มีใครรู้จักเลยก็ได้((ซ่อนเร้น + ใช้ตัวแทน) → สร้างภาพลักษณ์)⦅🖐️⦆

ในประวัติศาสตร์ บางครั้งขุนนางที่เป็นผู้คุมอำนาจที่แท้จริง ก็อาจจะหลบอยู่เบื้องหลังพระราชาอีกที เวลาสั่งการอะไรก็ตาม ก็จะให้พระราชาเป็นคนออกหน้าแทน เพราะถ้าประชาชนรู้ว่า คำสั่งที่ออกมาจากเบื้องบนไม่ได้มาจากความต้องการของพระราชาที่เขานับถือ แต่มาจากขุนนางที่ควบคุมพระราชาอีกที ก็อาจจะไม่พอใจ และเกิดการต่อต้านได้((ซ่อนเร้น + ควบคุม) → ใช้ตัวแทน → ใช้ความชอบธรรม)⦅⦅👎👎👎 / 👎👎⦆🖐️⦆

รัฐบาลของบางประเทศ อาจจะมีผู้มีอำนาจคอยบงการอยู่เบื้องหลังอีกที เช่น นายทุน หรือรัฐบาลจากประเทศอื่น หรือกลุ่มสถานบันการเงินที่ควบคุมระบบการเงินของโลก ฯลฯ เพราะคนเหล่านั้นไม่ได้มีความชอบธรรมมากพอ ถ้าประชาชนรู้ว่านโยบายและกฎหมายต่าง ๆ ที่รัฐบาลออกมา ไม่ได้มาจากความต้องการที่แท้จริงของรัฐบาล แต่กลับมาจากคนเหล่านี้ คนก็จะไม่พอใจ ไม่ยอบรับ และออกมาต่อต้าน พวกเขาจึงซ่อนอยู่เบื้องหลังและควบคุมรัฐบาลอีกที((ซ่อนเร้น + ควบคุม) → ใช้ตัวแทน → ใช้ความชอบธรรม)⦅👎👎👎🖐️⦆





← กลศึกที่ 7 : ภาพลักษณ์กลศึกที่ 9 : การเปิดเผย →