กลศึกที่ 8: การซ่อนเร้น
  • หน้าแรก
  • การอัปเดตเนื้อหา
  • บทที่ 1: เกี่ยวกับกลศึก
  • บทที่ 2: กลศึกทั้งหมด
    • หมวดหมู่ที่ 1: การรับรู้
      • กลศึกที่ 1: การปรับมุมมอง
      • กลศึกที่ 2: การบิดเบือน
      • กลศึกที่ 3: ความเชื่อ
      • กลศึกที่ 4: ความชอบธรรม
      • กลศึกที่ 5: การหลอกล่อ
      • กลศึกที่ 6: ความแนบเนียน
      • กลศึกที่ 7: ภาพลักษณ์
    • หมวดหมู่ที่ 2: ข้อมูลข่าวสาร
      • กลศึกที่ 8: การซ่อนเร้น
      • กลศึกที่ 9: การเปิดเผย
      • กลศึกที่ 10: ร่องรอย
      • กลศึกที่ 11: การล่วงรู้
      • กลศึกที่ 12: ความชัดเจน
      • กลศึกที่ 13: ความไม่ชัดเจน
    • หมวดหมู่ที่ 3: จิตใจ
      • กลศึกที่ 14: จิตใจ
    • หมวดหมู่ที่ 4: กระบวนการ
      • กลศึกที่ 15: พันธะ
      • กลศึกที่ 16: กระบวนการ
      • กลศึกที่ 17: กับดัก
      • กลศึกที่ 18: ผลพลอยได้
      • กลศึกที่ 19: ทางเลือกได้เปล่า
      • กลศึกที่ 20: การทำให้เลยตามเลย
      • กลศึกที่ 21: การแพร่กระจาย
      • กลศึกที่ 22: ตัวแทน
      • กลศึกที่ 23: การเข้าถึง
      • กลศึกที่ 24: การเผื่อ
      • กลศึกที่ 25: ช่องโหว่
      • กลศึกที่ 26: เส้นเกณฑ์
      • กลศึกที่ 27: การแปรสภาพ
      • กลศึกที่ 28: เทคนิคเฉพาะ
    • หมวดหมู่ที่ 5: จังหวะเวลา
      • กลศึกที่ 29: จังหวะเวลา
      • กลศึกที่ 30: การทำทีละนิด
      • กลศึกที่ 31: การทำโดยฉับพลัน
    • หมวดหมู่ที่ 6: การบริหารทรัพยากร
      • กลศึกที่ 32: การใช้จำนวน
      • กลศึกที่ 33: การรวมตัว
      • กลศึกที่ 34: การแบ่งแยก
      • กลศึกที่ 35: การหมุนเวียน
      • กลศึกที่ 36: การแบ่งปัน
      • กลศึกที่ 37: การสละ
    • หมวดหมู่ที่ 7: การแสวงหาผลประโยชน์
      • กลศึกที่ 38: การช่วงใช้
      • กลศึกที่ 39: การช่วงชิง
      • กลศึกที่ 40: การลอกเลียน
      • กลศึกที่ 41: การเกาะ
      • กลศึกที่ 42: การรับแทน
    • หมวดหมู่ที่ 8: พลังอำนาจ
      • กลศึกที่ 43: คุณสมบัติ
      • กลศึกที่ 44: ความสัมพันธ์
      • กลศึกที่ 45: สิทธิพิเศษ
      • กลศึกที่ 46: อำนาจ
      • กลศึกที่ 47: การควบคุม
      • กลศึกที่ 48: การโจมตี

กลศึกที่ 8: การซ่อนเร้น

กลศึกประเภท “การซ่อนเร้น” เป็นกลอุบายที่เกี่ยวกับ “การปกปิดบางอย่าง ไม่ให้ผู้อื่นรับรู้” . ซึ่งตรงข้ามกับกลศึกประเภท “การเปิดเผย”

ซึ่งการซ่อนเร้นนั้น แบ่งเป็น 2 รูปแบบ ได้แก่ การซ่อนเร้น…
  1. บางส่วน
  2. แบบสมบูรณ์
VS

(การซ่อนเร้น “บางส่วน” vs “แบบสมบูรณ์”)

การซ่อนเร้น “บางส่วน” เป็นการซ่อนเร้นที่เป้าหมายยังรู้ถึงการมีอยู่ของสิ่งที่ถูกซ่อนเร้น หรือรู้ข้อมูลบางส่วนเกี่ยวกับสิ่งนั้น แค่เข้าถึงไม่ได้ . ส่วนการซ่อนเร้น “แบบสมบูรณ์” เป็นการซ่อนเร้นที่เป้าหมายไม่รู้ถึงการมีอยู่ของสิ่งนั้นเลย

โจรที่ซ่อนของผิดกฎหมาย ซึ่งถ้าตำรวจรู้ว่ามีของผิดกฎหมาย แค่ยังหาไม่เจอ ถือเป็นการซ่อนเร้น “บางส่วน” แต่ถ้าไม่มีใครรู้เลยว่า คนคนนี้มีของแบบนี้อยู่ด้วย ถือเป็นการซ่อนเร้น “แบบสมบูรณ์”(ซ่อนเร้น)⦅👎👎👎⦆

บางคนอาจจะซ่อนของมีค่าไว้ในตู้เซฟ ถือเป็นการซ่อนเร้น “บางส่วน” เพราะอย่างน้อยคนอื่นก็ว่ามีตู้เซฟ และอาจมีของมีค่าอยู่ในนั้นได้(ซ่อนเร้น) . แต่ถ้าเขาซ่อนเงินไม่ให้ใครรู้ เช่น เสียบไว้ในระหว่างหน้าของหนังสือบางเล่ม หรือซุกไว้ใต้เบาะรถ หรือซุกไว้ในกระเป๋ากางเกงที่ไม่ได้ใส่แล้ว ฯลฯ ถือเป็นการซ่อนเร้น “แบบสมบูรณ์” เพราะไม่มีใครรู้เลยว่ามีเงินซ่อนอยู่ นอกจากตัวผู้ซ่อนเอง(ซ่อนเร้น)⦅👎👎 / 👎⦆

ถ้ามีคนแอบทำอาชีพเสริมโดยที่ไม่บอกที่บ้านให้รู้ ถือเป็นการซ่อนเร้น “แบบสมบูรณ์” เพราะที่บ้านไม่รู้ถึงการที่เขาทำอาชีพนั้นเลย(ซ่อนเร้น)⦅👎🖐️⦆ . แต่ถ้าเขากับบอกคนอื่นว่า งานของเขาเป็นความลับ ไม่สามารถบอกได้(ใช้ความชอบธรรม → ซ่อนเร้น)ถือเป็นการซ่อนเร้น “บางส่วน” เพราะอย่างน้อยคนอื่นก็ยังรู้ว่าเขาทำงานบางอย่างที่บอกไม่ได้

เจ้าของร้านอาหารที่ซ่อนสูตรลับในการทำอาหาร ถือเป็นการซ่อนเร้น “บางส่วน” เพราะคนอื่นยังรู้ถึงการมีอยู่ของอาหารเมนูนั้น แค่ไม่รู้สูตรในการทำ(ซ่อนเร้น)



ซึ่งกลศึกประเภทนี้ สามารถใช้ได้หลากหลายวัตถุประสงค์ เช่น …

(1. เพื่อ “ไม่ให้คนอื่นหาเจอ”)

เรามักจะมีเอกสารสำคัญที่ต้องการเก็บไว้ส่วนตัวอยู่แล้ว เช่น เอกสารสัญญาทางธุรกิจ ฯลฯ หรือบางคนก็มีไดอารี่ส่วนตัว . ถ้าแบบง่าย ๆ ก็อาจจะเก็บไว้ในลิ้นชักที่ล็อกกุญแจได้ หรือในตู้เซฟ(ซ่อนเร้น)

ถ้าแบบยากหน่อย ก็อาจจะแอบเสียบไว้ในระหว่างหน้าของหนังสือสักเล่ม(ใช้ช่องโหว่ → ซ่อนเร้น)หรือใส่ในกล่องหรือแฟ้มหรือตู้เสื้อผ้าที่ดูธรรมดามาก ๆ หรือใส่ในแฟ้มที่มีชื่อหลอก เช่น “ใบเสร็จปี 1997”(บิดเบือน → ซ่อนเร้น)หรือแอบแทรกปน ๆ ไปกับเอกสารทั่วไปที่ไม่สำคัญ((ใช้ความกลมกลืน + ใช้จำนวน) → ซ่อนเร้น)หรือจะใช้หลายวิธีร่วมกันก็ได้ ⦅❓⦆

แต่ถ้าไม่จำเป็นต้องเก็บเป็นเอกสารจริง ก็อาจจะสแกนแล้วเก็บเป็นไฟล์ในคอมพิวเตอร์ ซึ่งต้องใช้รหัสในการเข้ามาอ่าน(แปรสภาพ → ซ่อนเร้น)⦅❓⦆

หรือถ้าเป็นเอกสารสำคัญมากจริง ๆ ก็อาจจะฉีกเป็นหลายชิ้นหรือแบ่งเป็นหลายแผ่น แล้วถ้าดันมีคนมาเจอจริง ๆ ก็จะเจอแค่ชิ้นเดียวหรือไม่กี่ชิ้น ทำให้ไม่สามารถเข้าใจความสำคัญได้(แบ่งแยก → ซ่อนเร้น)หรือเข้ารหัสข้อความในเอกสารนั้น แล้วเก็บเป็นข้อความที่ถูกเข้ารหัสแล้วแทน(ใช้เทคนิคเฉพาะ → แปรสภาพ → ซ่อนเร้น)⦅❓⦆

ผู้ผลิตบางคน อาจจะซ่อนของมีตำหนิไว้ด้านใน ส่วนด้านนอกมักเป็นของดี ๆ ให้คนอื่นเห็น เช่น กล่องขนมที่ตัวกล่องเป็นแบบใส มองทะลุเข้าไปเห็นขนมด้านในได้ ก็อาจจะเอาชิ้นสวย ๆ เต็ม ๆ ไว้ข้างนอก แล้วเอาชิ้นแตก ๆ หรือกลวง ๆ ไว้ข้างใน หรือแซนวิซที่เอาไส้มาแปะตรงขอบ ทำให้ดูเหมือนไส้เยอะ แต่จริง ๆ ข้างในกลวง ไม่มีไส้ ฯลฯ(ซ่อนเร้น → บิดเบือน)⦅⦅👎👎👎 / 👎👎⦆🖐️⦆

ผู้ผลิตบางราย เวลามีหน่วยงานมาตรวจสอบมาตรฐานโรงงาน ก็อาจจะเอาสินค้าล็อตที่เสียหาย หรือมีตำหนิ หรือมีค่าบางอย่างไม่ถึงมาตรฐานของอุตสาหกรรมนั้น ๆ ซ่อนไว้ด้านในลึก ๆ หรือเอาไปแอบที่อื่น คนที่มาตรวจจะได้เจอแต่สินค้าที่คุณภาพดีที่ผ่านมาตรฐาน(ซ่อนเร้น → บิดเบือน)⦅👎👎👎⦆

ในการซ่อนกล้องแอบถ่ายคนอื่น บางคนก็ซ่อนไว้ในสิ่งของที่เป็นสีดำ ๆ เล็ก ๆ คล้ายเลนส์กล้อง ทำให้คนอื่นดูไม่ออกหรือสังเกตได้ยาก เช่น นอตแว่นตา หรือรูรองเท้าผ้าใบ หรือรูปลั๊กไฟ หรือรูในพาวเวอร์แบงค์ หรือดวงตาของตุ๊กตา หรือพวกเซนเซอร์ที่เป็นจุดดำ ๆ ในอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่าง ๆ ฯลฯ(ใช้ความกลมกลืน → ซ่อนเร้น → เก็บร่องรอย)⦅👎👎👎⦆

หรือบางคนก็ซ่อนไว้ในจุดที่คนไม่ค่อยจะมอง เช่น ซอกในฝ้าเพดาน หรือช่องแอร์ หรือช่องระบายอากาศ ฯลฯ(ใช่ช่องโหว่ → ซ่อนเร้น → เก็บร่องรอย)⦅👎👎👎⦆

หรือบางคนก็ซ่อนไว้ในสิ่งของพกพาและควบคุมได้ พอมีคนที่อาจจะสังเกตได้เห็นก็แค่เบี่ยงหลบ เช่น ปากกา พอจะแอบถ่ายก็เลื่อนเปิด แต่พอกลัวคนเห็นก็เลื่อนปิด หรือทำเป็นควงปากกา หรือเอามาเขียน เพื่อเบี่ยงหลบไม่ให้เห็นเลนส์กล้อง ฯลฯ(ควบคุม → ซ่อนเร้น → เก็บร่องรอย)⦅👎👎👎⦆

หรือบางคนก็ใช้จำนวนเข้าช่วย เช่น ถ้ามีปากกาหลายด้าม หรือมีสิ่งของหลายอย่างบนโต๊ะ ก็จะสังเกตเห็นกล้องยากขึ้นไปอีก ฯลฯ(ใช้จำนวน → ซ่อนเร้น → เก็บร่องรอย)⦅👎👎👎⦆

สิ่งของบางอย่างก็ถูกออกแบบมาให้ซ่อนบางอย่างโดยเฉพาะ เช่น กระเป๋าหรือเสื้อแจ็กเก็ตที่มีช่องลับ หรือลิ้นชักที่มีชั้นลับอยู่ด้านล่าง หรือเข็มขัดที่มีช่องซ่อนเงิน หรือพื้นรองเท้าที่ถอดได้ ฯลฯ(ใช้คุณสมบัติเฉพาะ → ซ่อนเร้น)

สถานที่บางแห่งก็มีช่องโหว่ เช่น นักโทษที่ซ่อนของผิดกฎหมายไว้ตามซอกกำแพง หรือแผ่นกระเบื้องบางแห่งก็ยกขึ้นได้ ฯลฯ(ใช้ช่องโหว่ → ซ่อนเร้น). หรือสถานที่ที่ออกแบบมาให้ซ่อนบางอย่างโดยเฉพาะ เช่น ประตูลับ หรือฝ้าเพดานแบบเปิดได้ หรือบันไดที่มีช่องลับ ฯลฯ(ใช้คุณสมบัติเฉพาะ → ซ่อนเร้น)

(2. เพื่อแอบ “เคลื่อนย้าย” บางอย่าง)

ในหนัง เวลาที่ตัวละครจะแอบลอบเข้าไปในสถานที่ที่เขาไม่สามารถเข้าได้ ก็มีหลากหลายวิธีแตกต่างกันไป เช่น ซ่อนในพรม หรือกล่องเก็บของ หรือแอบในรถบรรทุก ฯลฯ พอสิ่งเหล่านี้ถูกเคลื่อนย้ายเข้าไป ก็เท่ากับเขาได้เข้าไปด้วย(ใช้พันธะ → ซ่อนเร้น)

หรืออาจจะปลอมตัวเป็นเจ้าหน้าที่ของสถานที่นั้น ๆ(บิดเบือน → ซ่อนเร้น)หรืออาจจะสร้างสถานการณ์ให้คนนอกเข้าไปได้ เช่น ทำให้ไฟดับ หรือท่อน้ำเสีย ฯลฯ จะได้ปลอมตัวเป็นช่างเข้าไปซ่อม(วางกับดัก → สร้างความชอบธรรม → บิดเบือน → ซ่อนเร้น)หรือถ้าเป็นหนังสงครามก็อาจจะให้ทหารปลอมตัวเป็นทหารฝ่ายตรงข้าม โดยการขโมยชุดทหารมาจากศพของพวกเขา แล้วแฝงตัวเข้าไป(ช่วงชิง → บิดเบือน → ซ่อนเร้น)

หรืออาจจะใช้จังหวะตอนที่คนเฝ้าไม่ทันสังเกต ลอบเข้าไปอย่างรวดเร็ว((ใช้ช่องโหว่ + ทำอย่างฉับพลัน) → ซ่อนเร้น)หรือให้คนอื่นมาช่วงเบี่ยงเบนความสนใจ จะได้มีช่องโหว่(หลอกล่อ → สร้างช่องโหว่ → ซ่อนเร้น)หรือบางคนก็เป็นคนวงใน เลยรู้จังหวะเวลา รู้ว่าตอนไหนที่มีช่องโหว่(ใช้สิทธิพิเศษ → ล่วงรู้ ⇒ ใช้ช่องโหว่ → ซ่อนเร้น)

คนที่ต้องการจะลักลอบเอาของผิดกฎหมายข้ามประเทศ ก็อาจจะซุกไว้ตามส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย(ซ่อนเร้น)หรือแอบปนไปกับการขนส่งอย่างอื่นที่ถูกกฎหมาย(สอดแทรก → ซ่อนเร้น)หรือเปลี่ยนรูปลักษณ์เป็นอย่างอื่น(บิดเบือน → ซ่อนเร้น)หรือถ้าเป็นของชิ้นใหญ่ ก็อาจจะแยกส่วนให้กลายเป็นชิ้นเล็ก ๆ จะได้แอบเอาเข้าไปได้ง่าย แล้วค่อยไปประกอบภาพหลัง(ใช้คุณสมบัติเฉพาะ → แบ่งแยก → ซ่อนเร้น)หรือจ่ายเงินให้กับเจ้าหน้าที่ตรวจสอบ ให้ช่วยทำเป็นมองไม่เห็น(ใช้ความโลภ → สร้างพันธะ → ใช้อำนาจ → ซ่อนเร้น)⦅👎👎👎⦆

เวลามีการสอบ ผู้เข้าสอบบางคนก็อาจจะแอบเอาโพยที่จดไว้เข้าไปในห้องสอบ เช่น ยัดไว้ในปลอกยางลบ หรือด้ามปากกา(ใช้ช่องโหว่ → ซ่อนเร้น)หรือบางคนก็อาจจะส่งคำตอบให้เพื่อนผ่านยางลบ ตอนเพื่อนของยืมยางลบ(ใช้ความชอบธรรม → ซ่อนเร้น)หรือบางคนก็อาจจะใช้จังหวะตอนคนคุมสอบเผลอ แอบหันไปลอกคำตอบเพื่อน((ใช้จังหวะ + ทำอย่างฉับพลัน) → ซ่อนเร้น → ลอกเลียน)⦅👎👎👎⦆

ถ้าเป็นการสอบที่อนุญาตให้ผู้สอบนำเครื่องคิดเลขเข้าไปใช้คำนวณได้ แต่ต้องเป็นเครื่องที่ทำได้แค่คิดเลขเท่านั้น ไม่มีฟังก์ชันล้ำ ๆ อย่างการเชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ตหรือเอไอ . บางคนอาจจะแอบนำเครื่องคิดเลขที่มีช่องลับ แล้วแอบใส่สมาร์ตโฟนบาง ๆ เข้าไปข้างใน(บิดเบือน → ซ่อนเร้น)หรือมีกลไกพิเศษที่สามารถทำให้ใช้ฟังก์ชันล้ำ ๆ ได้(ใช้คุณสมบัติเฉพาะ → บิดเบือน → ซ่อนเร้น)⦅👎👎👎⦆

(3. เพื่อซ่อน “รูปลักษณ์” ที่แท้จริง)

คนที่ขายของผิดกฎหมาย หรือของที่ตัวเขาไม่ได้รับอนุญาตให้จำหน่ายได้ ก็อาจจะใช้วิธีเปลี่ยนรูปลักษณ์เป็นอย่างอื่น เช่น ถ้าเขาขายยาเสพติด หรือยาที่กฎหมายห้าม ก็อาจจะทำให้อยู่ในรูปของลูกอม หรือขนมขบเคี้ยว หรือถ้าเขาขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ก็อาจจะเอามาเทใส่ขวดน้ำอัดลม หรือน้ำผลไม้แทน หรือเขาอาจจะขายบุหรี่ไฟฟ้าที่อยู่ในรูปของปากกา หรือลิปสติก หรือพาวเวอร์แบงค์ ฯลฯ(แปรสภาพ → บิดเบือน → ซ่อนเร้น)⦅👎👎👎⦆

ในหนังสายลับ จะมีบางตัวละครที่แอบพกอาวุธติดตัวโดยทำให้อยู่ในรูปลักษณ์อื่น เช่น หวีหรือบัตรหรือปิ่นปักผม ซึ่งเป็นมีดหรือมีดพิษในตัว หรือปืนปากกา ซึ่งหน้าตาเหมือนปากกาธรรมดา หรือไฟฉายพกพา แต่มีระบบช็อตไฟฟ้าในตัว ฯลฯ(ใช้คุณสมบัติเฉพาะ → บิดเบือน → ซ่อนเร้น)⦅👎👎👎⦆

ถ้าเรากำลังหลบหน้าใครบางคน เราก็อาจจะใช้วิธีง่าย ๆ อย่างการใส่หน้ากากอนามัย ซึ่งการใส่หน้ากากอนามัยมีความชอบธรรมในตัวอยู่แล้ว เพราะคนอื่นอาจจะคิดว่าเราเป็นหวัด หรือถ้าที่ที่เราอยู่ฝุ่นเยอะ ก็ใส่ไว้กันฝุ่นก็ได้(ใช้ความชอบธรรม → ซ่อนเร้น)⦅🖐️⦆

หรือถ้ามากกว่านี้ ก็อาจจะถือโอกาสนี้เปลี่ยนแปลงตัวเองไปเลย เช่น ลองทำทรงผมใหม่ หรือลองแต่งตัวแนวใหม่ หรือถ้าระยะยาวก็อาจจะเพิ่มหรือลดน้ำหนัก ทำให้หุ่นและหน้าเปลี่ยนตามไปด้วย หรืออาจจะทำศัลยกรรมบางอย่างที่เคยอยากทำอยู่แล้วด้วย(ซ่อนเร้น + เพิ่มผลพลอยได้)⦅🖐️❓⦆

ถ้าไม่อยากให้คนอื่นเห็นหุ่นหรือสัดส่วนของเรา เราก็อาจจะใช้วิธีใส่เสื้อผ้าหลวม ๆ หรือใส่เสื้อผ้าสีเข้ม หรือใส่พวกเสื้อคลุม หรือใส่เสื้อผ้าที่มีการตัดเย็บพิเศษ หรือเลือกเนื้อผ้าบางชนิดก็ช่วยได้ ฯลฯ((ใช้เทคนิคเฉพาะ / ใช้คุณสมบัติเฉพาะ) → ซ่อนเร้น → สร้างภาพลักษณ์)⦅🖐️⦆

อสังหาริมทรัพย์ เช่น บ้าน หรือคอนโด ฯลฯ ผู้พัฒนาโครงการอาจจะใช้วัสดุคุณภาพต่ำ ราคาถูก แต่ถ้าทาสีสวย ๆ ตกแต่งดี ๆ ทำให้ดูหรูหราและทันสมัย คนภายนอกก็อาจจะเข้าใจผิด คิดไม่ถึงว่าที่ที่ดูดีขนาดนี้จะใช้ของคุณภาพแค่นี้(สร้างภาพลักษณ์ → ซ่อนเร้น)⦅👎👎👎🖐️⦆

(4. เพื่อปิดบัง “ข้อมูล”)

นักการตลาดบางคน อาจจะนำเสนอโปรโมชันบางอย่าง แต่ก็มีเงื่อนไขบางอย่างพ่วงเข้ามาด้วย โดยอาจจะพยายามซ่อนเงื่อนไขเหล่านั้น เพื่อให้ดูหน้าสนใจเกินจริง เช่น สินค้าราคา 1,000 บาท “ลด 50%” ส่วนเงื่อนไขที่ว่า “ลดสูงสุด 100 บาท” เขียนตัวเล็กนิดเดียว และเอาไปแอบไว้ที่ขอบด้านล่าง หรือต้องเปิดด้านในหรือพลิกด้านหลังก่อน ถึงจะมองเห็น(ซ่อนเร้น → บิดเบือน → ทำให้น่าสนใจ → หลอกล่อ)⦅👎👎🖐️⦆

ในการจำหน่ายอาหารหรือเครื่องดื่ม ซึ่งจำเป็นต้องเปิดเผยวัตถุดิบบนฉลาก ในทางกฎหมายก็มีข้อยกเว้นบางอย่าง ให้ผู้ผลิตสามารถปกป้องสูตรของตัวเองไว้เป็นความลับได้ ซึ่งเป็นรูปแบบของการใช้คำแบบกว้าง ๆ เช่น น้ำแอปเปิ้ลผสมผลไม้รวม ในฉลากอาจจะมีส่วนผสมเขียนว่า “น้ำผลไม้รวม 15%” ซึ่งไม่จำเป็นต้องระบุก็ได้ว่าเป็นผลไม้อะไรบ้าง หรือน้ำอัดลมที่เราดื่มกันเป็นประจำ ส่วนผสมหลายอย่างก็ยังคงเป็นความลับอยู่ เพราะในฉลากจะใช้คำว่า “กลิ่นธรรมชาติ” แทนได้ เลยไม่ต้องระบุส่วนผสมอย่างละเอียด ฯลฯ(ซ่อนเร้น)⦅👎🖐️⦆

น้ำหอมส่วนใหญ่ ก็มักจะไม่เปิดเผยส่วนผสมหรือที่เรียกว่าโน๊ตน้ำหอมทั้งหมด โดยเลือกเปิดเผยแค่ส่วนผสมที่อยากให้คนอื่นรู้ เพื่อปกป้องสูตรและสร้างภาพลักษณ์ไปในตัว เช่น น้ำหอมแนวสดชื่นที่แอบผสมโน๊ตหวานลงไปเล็กน้อย ก็จะไม่ได้เขียนโน๊ตหวานลงไป เพื่อปกป้องสูตรเฉพาะตัว และทำให้มุมมองของลูกค้า มองว่าเป็นน้ำหอมแนวสดชื่น เพราะถ้าเขารู้ว่ามีโน๊ตหวาน มุมมองของเขาอาจจะเปลี่ยนไปก็ได้(ซ่อนเร้น → สร้างภาพลักษณ์)⦅👎🖐️⦆

ในการผลิตสินค้า ถ้าสินค้าของเราขายดี คนที่รู้ความลับและลอกเลียนสินค้าของเราได้ง่ายที่สุด ก็อาจจะเป็นโรงงานที่เราจ้างผลิตก็ได้ . บางเจ้าเลยใช้วิธีแยกส่วนการผลิต บางชิ้นส่วนก็ผลิตจากที่หนึ่ง อีกชิ้นส่วนก็ผลิตจากอีกที่ แล้วค่อยมาประกอบกันอีกที ทำให้การผลิตซับซ้อนยุ่งยากมากขึ้น แต่ก็แลกมากลับการที่ไม่มีใครรู้ส่วนผสมหรือวัตถุดิบ หรือขั้นตอนการผลิตทั้งหมด แต่ละโรงงานจะรู้แค่ส่วนของที่ตัวเองผลิตเท่านั้น(แบ่งแยก → ซ่อนเร้น)⦅❓⦆

ในการเจรจาซื้อขายหรือควบรวมธุรกิจ บางครั้งสิ่งที่ฝ่ายหนึ่งต้องการจากอีกฝ่ายอาจจะเป็นข้อมูลของลูกค้า ซึ่งข้อมูลเป็นสิ่งที่แตกต่างจากสิ่งของ ถ้าส่งของให้ลองแล้วไม่ชอบก็ยังเอาคืนได้ แต่การข้อมูลเป็นสิ่งที่ได้แล้วได้เลย . บางรายเลยใช้วิธีส่งข้อมูลตัวอย่างบางส่วนให้ดูก่อน อีกฝ่ายจะได้รู้ว่ามีข้อมูลอยู่จริง ๆ ไม่ได้หลอกลวง(แบ่งแยก → ซ่อนเร้น)หรือเอาข้อมูลสำคัญไปเข้ารหัสไว้ก่อน พอเจรจาเสร็จแล้วจึงให้ข้อมูลแบบที่ไม่ได้เข้ารหัส(ใช้เทคนิคเฉพาะ → แปรสภาพ → ซ่อนเร้น)

ถ้าต้องการปิดบังบางอย่างไม่ให้คนอื่นรู้ หนึ่งในวิธีที่ใช้บ่อยที่สุด ก็คือการหาเหตุผลบางอย่างมาอ้าง เช่น ถ้ามีคนอาสาขับรถมาส่งเรา แต่เราไม่อยากให้เขารู้ที่อยู่ของเรา เราอาจจะบอกว่า “ถ้าเข้าไปข้างในจะกลับรถยาก ส่งตรงนี้ก็ได้” หรือรัฐบาล เวลาแอบทำอะไรบางอย่าง ก็อาจจะบอกว่า “เป็นความลับสำคัญของประเทศ ไม่สามารถเปิดเผยได้” หรือองค์กรทางศาสนาบางแห่ง เวลามีคนต้องการตรวจสอบการใช้เงิน ก็อาจจะบอกว่าพวกเขา “ลบหลู่ศาสนา” หรือ “ทำลายศาสนา” ทั้ง ๆ ที่เป็นเรื่องที่สมควรตรวจสอบได้ ฯลฯ(ใช้ความชอบธรรม → ซ่อนเร้น)⦅⦅👎👎👎 / 👎👎 / 👎⦆🖐️⦆

คนที่มีอำนาจ เวลาจะปิดข่าวที่ไม่ดีเกี่ยวกับตนเองไม่ให้คนหมู่มากรู้ หรือให้เป็นที่สนใจน้อยที่สุด ก็อาจจะใช้อำนาจของตัวเองสั่งสื่อไม่ให้เผยแพร่(ใช้อำนาจ → ซ่อนเร้น)หรือจ่ายเงินให้สื่อ(ใช้ความโลภ → สร้างพันธะ → ซ่อนเร้น)หรือบางคนก็ใช้วิธีรับซื้อข้อมูล ซึ่งเมื่อรับซื้อแล้ว คนอื่นก็ไม่มีสิทธิ์ในการเผยแพร่ ทำให้คนทั่วไปไม่รู้เรื่องแบบนี้(ดักต้นทาง → สร้างพันธะ → ซ่อนเร้น)หรือให้สื่อไปไล่ลบความเห็นให้เรื่องนี้เป็นที่ถูกพูดถึงน้อยที่สุด(ใช้อำนาจ → ทำลาย → ซ่อนเร้น)หรือเอาเรื่องอื่นที่น่าสนใจมากลบ เช่น ข่าวคนดังทะเลาะกัน หรือคนดังแอบมีชู้ หรือคนดังโกงเงิน ฯลฯ(ใช้ความน่าสนใจ → หลอกล่อ → ซ่อนเร้น)หรืออยู่เฉย ๆ ไม่ออกมาตอบโต้ และพยายามไม่ให้เป็นข่าว ไม่ให้คนพูดถึงตัวเขาให้มากที่สุด(นิ่งเฉย → ซ่อนเร้น)หรือค่อย ๆ ให้คนมาช่วยเบี่ยงประเด็นไปเรื่องอื่นเรื่อย ๆ จนทำให้คนสนใจในเรื่องที่เกี่ยวกับเขาน้อยลง((ทำทีละนิด + หลอกล่อ) → แปรสภาพ → ซ่อนเร้น)หรือเขาอาจจะใช้หลายวิธีควบคู่กัน⦅👎👎👎⦆

เวลาที่มีคนกล้าออกมาเปิดเผยเรื่องสำคัญ ที่อาจจะมีผลกระทบที่ทำให้ใครบางคนหรือคนบางกลุ่มเสียผลประโยชน์ การที่เราปิดบังชื่อ หน้าตา และข้อมูลส่วนตัวต่าง ๆ ของผู้ที่ออกมาเปิดเผยถือเป็นเรื่องสำคัญมาก(ซ่อนเร้น)⦅👍👍👍⦆เขาจะได้ไม่ถูกคุกคาม และเวลามีเรื่องแบบนี้อีก คนอื่นจะได้กล้าออกมาเปิดเผยอีกเช่นกัน

บางคน เวลาทำอะไรที่ดูไม่ดีในต่างประเทศ ก็อาจจะพยายามไม่ให้คนอื่นรู้ว่าตัวเองมาจากประเทศอะไร จะได้ไม่เสียชื่อประเทศตัวเอง(ซ่อนเร้น)⦅👍⦆

(5. เพื่อซ่อนสิ่งที่เป้าหมาย “ไม่จำเป็นต้องรู้”)

ในการออกแบบผลิตภัณฑ์ที่ดี เรามักจะออกแบบให้เรียบง่ายที่สุด ให้ผู้ใช้ไม่ต้องเห็นความยุ่งเหยิงที่อยู่เบื้องหลัง ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้ใช้ไม่จำเป็นต้องรู้อยู่แล้ว แถมยังทำให้รู้สึกยุ่งเหยิง รก ไม่สบายตาเปล่า ๆ ด้วย . ซึ่งถ้าผลิตภัณฑ์ของเรามีกลไกที่ซับซ้อน เราก็อาจจะหาวิธีซ่อนมันไว้ แล้วแสดงเฉพาะส่วนที่จำเป็นก็พอ เช่น เครื่องชงกาแฟอัตโนมัติ ที่ต้องคำนวณทั้งแรงดันน้ำ อุณหภูมิ เวลาไหลของน้ำ แต่กลับออกแบบมาให้มีแค่ปุ่มเดียว คือแค่ใส่แคปซูลกาแฟแล้วก็กดปุ่ม เท่านี้ก็พร้อมดื่มแล้ว ฯลฯ(ซ่อนเร้น → ทำให้รู้สึกง่าย)⦅👍⦆

หรือระบบสายไฟที่ซับซ้อน ช่างไฟก็อาจจะเอาตู้มาครอบ ทำให้ลูกค้ารู้สึกปลอดภัย สวยงาม และถ้าออกแบบมาดีก็จะทำให้ซ่อมได้ง่ายสำหรับช่างด้วย(ซ่อนเร้น → ทำให้รู้สึกง่าย)⦅👍⦆. แต่ก็มีช่างไฟบางคนที่เดินสายไฟได้ไม่ดี เก็บงานไม่เรียบร้อย แต่ก็ใช้วิธีนี้เพื่อปกปิดความสะเพร่าของตัวเอง ซึ่งลูกค้าบางคนก็ไม่รู้ และรู้สึกว่ามันดูเรียบร้อย(ซ่อนเร้น)⦅👎👎 / 👎👎👎⦆

แต่นักออกแบบผลิตภัณฑ์บางคน อยากจะเก็บฟังก์ชันที่ซับซ้อนให้กับผู้ใช้ที่ชอบปรับแต่งสิ่งต่าง ๆ ด้วยตัวเอง แต่ในขณะเดียวกัน ก็อยากจะซ่อนความซับซ้อนให้ผู้ใช้ส่วนใหญ่เห็นแต่ความเรียบง่ายไปด้วย เขาจึงต้องออกแบบผลิตภัณฑ์ให้มีทั้งความซับซ้อนและความเรียบง่ายไปในตัว(ซ่อนเร้น → ทำให้รู้สึกง่าย)⦅👍⦆

เช่น ถ้าเราสังเกตรีโมตแอร์ส่วนใหญ่ พอเราหยิบขึ้นมา เราก็มักจะเห็นปุ่มแค่ไม่กี่ปุ่ม เช่น ปุ่มเปิดปิด ปรับอุณหภูมิขึ้นลง ฯลฯ แต่พอเราเลื่อนบานเลื่อนลง เราก็จะพบกับปุ่มอื่น ๆ เต็มไปหมด เช่น ปุ่มตั้งเวลาเปิดปิด หรือปุ่มปรับทิศทางลม หรือปุ่มปรับความแรงของพัดลม หรือโหมดกลางคืน ฯลฯ . ทำให้เห็นทั้งความเรียบง่าย ไม่รก และคงความซับซ้อนไปในตัว(ซ่อนเร้น → ทำให้รู้สึกง่าย)⦅👍⦆

หรือซอฟแวร์จำนวนมาก นักพัฒนาก็มักจะชอบซ่อนฟังก์ชันหลาย ๆ อย่างไว้ในแถบที่เปิดปิดขึ้นมาได้ ซึ่งตอนแรกจะปิดไว้ก่อน เช่น ในเว็บไซต์นี้ก็คือ จุด 3 จุด ตรงมุมบนขวา ผู้อ่านจะได้ไม่รู้สึกรก ถูกรบกวน และมีสมาธิกับการอ่านหนังสือได้อย่างเต็มที่ ฯลฯ(ซ่อนเร้น → ทำให้รู้สึกง่าย)⦅👍⦆

(6. เพื่อ ”แอบทำ” บางอย่าง)

ถ้าคนที่บ้านไม่เห็นด้วยกับอาชีพเสริมหรืองานอดิเรกบางอย่าง บางคนก็อาจจะแอบทำโดยไม่ให้พวกเขารับรู้(ซ่อนเร้น)⦅👎🖐️❓⦆แล้วค่อยเปิดเผยทีหลัง ตอนที่ทำสำเร็จแล้ว(ซ่อนเร้น ⇒ ทำให้เลยตามเลย)⦅👎🖐️❓⦆. หรือบางคนก็อาจจะแอบหนีเที่ยว โดยอ้างเหตุผลว่าจะไปทำธุระ(บิดเบือน → สร้างความชอบธรรม → ซ่อนเร้น)⦅👎👎 / 👎👎👎⦆ . หรือบางคนก็อาจจะแอบใช้ของของคนที่บ้าน ตอนที่เข้าไม่อยู่(ใช้ช่องโหว่ → ซ่อนเร้น → ช่วงชิง)⦅👎🖐️❓⦆. หรือคนบางกลุ่ม อาจจะแอบนินทาคนอื่นตอนที่เขาไม่อยู่(ใช้ช่องโหว่ → ซ่อนเร้น)⦅👎👎⦆. หรือบางคนก็อาจจะแอบฟังคนอื่นคุยเรื่องสำคัญกัน(ซ่อนเร้น → ล่วงรู้)⦅👎👎🖐️⦆

พ่อแม่บางคน กลัวว่าลูกของตัวเองกินจะขนมที่ไม่ดีต่อสุขภาพเหมือนตัวเอง ซึ่งแม้แต่ตัวเองก็ยังเลิกไม่ได้ เลยแอบเอาขนมไปซ่อนไม่ให้ลูกเห็นแทน(ซ่อนเร้น)หรือแอบกิน ตอนที่ลูกไม่เห็นหรือไม่อยู่บ้าน(ใช้ช่องโหว่ → ซ่อนเร้น)⦅👍🖐️❓⦆

ช่างก่อสร้างบางคน อาจจะแอบลดคุณภาพของวัสดุที่ใช้ ไปใช้ของคุณภาพรองลงมาซึ่งมีราคาถูกกว่า จะได้ลดต้นทุนของตัวเอง โดยที่คนจ้างไม่รู้เรื่องด้วย(ซ่อนเร้น → ช่วงชิง)⦅👎👎👎🖐️⦆

เจ้าของร้านอาหารบางแห่ง ถ้าต้องการจะลดต้นทุนโดยไม่ให้ลูกค้ารู้ตัว ก็อาจจะค่อย ๆ ปรับสัดส่วนของวัตถุดิบราคาถูกและแพงทีละนิด เช่น ให้ข้าวกับผักเพิ่มขึ้น และลดเนื้อสัตว์ลงเล็กน้อย(ทำทีละนิด → ปรับสัดส่วน → ซ่อนเร้น). หรือแอบสอดแทรกวัตถุดิบราคาถูกกว่าลงไป เช่น แอบผสมเนื้อไก่ลงไปในแฮมเบอร์เกอร์เนื้อวัว(สอดแทรก + ซ่อนเร้น). หรือหาวัตถุดิบมาทดแทน แล้วใช้เทคนิคบางอย่างช่วย เช่น เปลี่ยนจากนมนำเข้า เป็นนมท้องถิ่น แล้วพยายามปรุงรสให้เหมือน(ใช้เทคนิคเฉพาะ → แปรสภาพ → บิดเบือน → ซ่อนเร้น)หรือเปลี่ยนจากเนื้อส่วนที่แพงแต่นุ่ม เป็นเนื้อส่วนที่ถูกแต่นุ่มน้อยลง แล้วทำให้นุ่มขึ้นด้วยเทคนิคบางอย่างแทน(ใช้เทคนิคเฉพาะ → แปรสภาพ → ซ่อนเร้น)ฯลฯ ⦅⦅👎👎👎 / 👎👎 / 👎⦆🖐️❓⦆

บางคนอาจจะใช้วิธีแอบทำสิ่งที่คนอื่นไม่เห็นด้วยอย่างลับ ๆ จนเรื่องราวดำเนินไปจนถึงจุดที่พิสูจน์ได้แล้ว หรือแก้ไขอะไรได้ยากแล้ว จึงค่อยเปิดเผยภายหลัง เพื่อให้คนอื่นไม่สามารถขัดขวางหรือห้ามปรามได้ทัน เช่น แอบทำอาชีพเสริมหรือแอบทำธุรกิจส่วนตัว ซึ่งคนที่บ้านไม่เห็นด้วย แล้วพอประสบความสำเร็จค่อยบอกทีหลัง หรือแอบลงทุนบางอย่าง จนได้กำไรแล้วถึงค่อยบอก(ซ่อนเร้น → ทำให้เลยตามเลย)หรือพนักงานแอบรวมกลุ่มกันทำโปรเจกต์ลับ ๆ ซึ่งคนในบริษัทไม่ค่อยเห็นด้วย แล้วค่อยบอกคนอื่นตอนที่มีหลักฐานหรือตัวเลขบางอย่างที่พอจะมาอ้างอิงได้((รวมตัว + ซ่อนเร้น) → (ทำให้เลยตามเลย + สร้างร่องรอย))หรือผู้บริหารบางคนอาจจะแอบไปทำสัญญาการค้ากับบริษัทอื่น จนมีสัญญาออกไปแล้ว หรือเริ่มลงทุนบางส่วนไปแล้ว ค่อยบอกคนอื่น ถ้าจะกลับไปแก้ไขก็ทำได้ยากแล้ว(ซ่อนเร้น → สร้างพันธะ → ทำให้เลยตามเลย)⦅⦅👎👎👎 / 👎👎 / 👎⦆❓⦆

(7. เพื่อซ่อน “นิสัย” หรือ “อารมณ์” ที่แท้จริง)





← กลศึกที่ 7 : ภาพลักษณ์กลศึกที่ 9 : การเปิดเผย →