กลศึกที่ 25: ช่องโหว่
  • หน้าแรก
  • การอัปเดตเนื้อหา
  • บทที่ 1: เกี่ยวกับกลศึก
  • บทที่ 2: กลศึกทั้งหมด
    • หมวดหมู่ที่ 1: การรับรู้
      • กลศึกที่ 1: การปรับมุมมอง
      • กลศึกที่ 2: การบิดเบือน
      • กลศึกที่ 3: ความเชื่อ
      • กลศึกที่ 4: ความชอบธรรม
      • กลศึกที่ 5: การหลอกล่อ
      • กลศึกที่ 6: ความแนบเนียน
      • กลศึกที่ 7: ภาพลักษณ์
    • หมวดหมู่ที่ 2: ข้อมูลข่าวสาร
      • กลศึกที่ 8: การซ่อนเร้น
      • กลศึกที่ 9: การเปิดเผย
      • กลศึกที่ 10: ร่องรอย
      • กลศึกที่ 11: การล่วงรู้
      • กลศึกที่ 12: ความชัดเจน
      • กลศึกที่ 13: ความไม่ชัดเจน
    • หมวดหมู่ที่ 3: จิตใจ
      • กลศึกที่ 14: จิตใจ
    • หมวดหมู่ที่ 4: กระบวนการ
      • กลศึกที่ 15: พันธะ
      • กลศึกที่ 16: กระบวนการ
      • กลศึกที่ 17: กับดัก
      • กลศึกที่ 18: ผลพลอยได้
      • กลศึกที่ 19: ทางเลือกได้เปล่า
      • กลศึกที่ 20: การทำให้เลยตามเลย
      • กลศึกที่ 21: การแพร่กระจาย
      • กลศึกที่ 22: ตัวแทน
      • กลศึกที่ 23: การเข้าถึง
      • กลศึกที่ 24: การเผื่อ
      • กลศึกที่ 25: ช่องโหว่
      • กลศึกที่ 26: การปฏิสัมพันธ์
      • กลศึกที่ 27: การแปรสภาพ
      • กลศึกที่ 28: เทคนิคเฉพาะ
    • หมวดหมู่ที่ 5: จังหวะเวลา
      • กลศึกที่ 29: จังหวะเวลา
      • กลศึกที่ 30: การทำทีละนิด
      • กลศึกที่ 31: การทำโดยฉับพลัน
    • หมวดหมู่ที่ 6: การบริหารทรัพยากร
      • กลศึกที่ 32: การใช้จำนวน
      • กลศึกที่ 33: การรวมตัว
      • กลศึกที่ 34: การแบ่งแยก
      • กลศึกที่ 35: การหมุนเวียน
      • กลศึกที่ 36: การแบ่งปัน
      • กลศึกที่ 37: การสละ
    • หมวดหมู่ที่ 7: การแสวงหาผลประโยชน์
      • กลศึกที่ 38: การช่วงใช้
      • กลศึกที่ 39: การช่วงชิง
      • กลศึกที่ 40: การลอกเลียน
      • กลศึกที่ 41: การเกาะ
      • กลศึกที่ 42: การรับแทน
    • หมวดหมู่ที่ 8: พลังอำนาจ
      • กลศึกที่ 43: คุณสมบัติ
      • กลศึกที่ 44: ความสัมพันธ์
      • กลศึกที่ 45: สิทธิพิเศษ
      • กลศึกที่ 46: อำนาจ
      • กลศึกที่ 47: การควบคุม
      • กลศึกที่ 48: การโจมตี

กลศึกที่ 25: ช่องโหว่

กลศึกประเภท “ช่องโหว่” เป็นกลอุบายที่เกี่ยวกับ "จุดบกพร่อง อันเกิดจากความไม่สมบูรณ์แบบของบางอย่าง ซึ่งเกิดจากความไม่ตั้งใจ"

ซึ่งช่องโหว่นั้น มีทั้งหมด 11 รูปแบบ ได้แก่ ช่องโหว่ที่อยู่ในรูปแบบของ…
  1. ช่องว่าง
  2. จุดบอด
  3. การอยู่นอกขอบเขต
  4. การเป็นขอบ
  5. การซ้อนทับ
  6. ความไม่เท่าเทียม
  7. การเป็นเศษ
  8. การใช้ในทางที่ผิดได้
  9. การใช้วิธีอื่นแทนได้
  10. ความผิดพลาด
  11. ความซับซ้อน
และยังแบ่งตามรูปแบบการใช้งานได้หลากหลายประเภท เช่น ช่องโหว่ทาง…
  • กายภาพ
  • การวางตำแหน่ง
  • กระบวนการ
  • ระบบ
  • กฎเกณฑ์
  • โอกาส
  • การคำนวณ
  • รูปลักษณ์
  • ภาษา
  • จิตวิทยา
(ตัวอย่างการใช้ช่องโหว่ รูปแบบและประเภทต่าง ๆ) :
ตัวอย่างรูปแบบช่องโหว่ทาง…
ซ่อนของในช่องว่าง เช่น รอยแยกในกำแพง ช่องแอร์ ใต้เบาะรถ ใต้กรอบรูป ฯลฯช่องว่างกายภาพ
ทีมฟุตบอล เทผู้เล่นไปที่ฝั่งหนึ่งของสนามเยอะ ทำให้อีกฝั่งหนึ่งว่าง เลยเป็นช่องโหว่ให้บุกได้ง่ายช่องว่างการวางตำแหน่ง
ระหว่างพักประชุม แอบใช้จุดอับของสถานที่ เช่น ห้องน้ำ หรือมุมสูบบุหรี่ ฯลฯ ทำข้อตกลงกันลับ ๆ นอกรอบจุดบอดกายภาพ
ทหารฝ่ายตรงข้าม แอบเคลื่อนทัพนอกระยะของเรดาร์ หรือนอกเส้นทางสำรวจของหน่วยตรวจตราการอยู่นอกขอบเขตกายภาพ
รีบกินให้เสร็จ เพราะคนสุดท้ายต้องล้างจานการเป็นขอบกระบวนการ
เดินเป็นกลุ่มในสถานที่อันตราย คนที่อยู่หน้าสุดกับคนท้ายสุด มักจะเสี่ยงกว่าคนอื่นการเป็นขอบการวางตำแหน่ง
แอบเนียนกินฟรีในง่ายแต่ง ฝั่งเจ้าบ่าวก็นึกว่าเป็นฝั่งเจ้าสาว ฝั่งเจ้าสาวก็นึกว่าเป็นฝั่งเจ้าบ่าวการซ้อนทับกระบวนการ
ซื้อของรุ่นถูก แต่เลือกสีและดีไซน์เดียวกับที่รุ่นแพงมี คนอื่นก็อาจจะคิดว่าเราซื้อรุ่นแพงการซ้อนทับรูปลักษณ์
ซื้อของอย่างเดียวกันจากแหล่งที่ถูก ไปขายในแหล่งที่แพง เพื่อทำกำไรจากส่วนต่างของราคาความไม่เท่าเทียมโอกาส
เลือกทำงานที่ง่ายแต่ดูเหมือนแยก และหลีกเลี่ยงงานที่ยากแต่ดูเหมือนง่ายความไม่เท่าเทียมการคำนวณ
นักการเมืองโกงเงินทอน หรือเงินส่วนต่าง เพราะง่ายกว่าโกงเงินก้อนหลักการเป็นเศษการคำนวณ
แต่งงานกับคนในประเทศหนึ่ง เพื่อให้ได้สิทธิ์พำนักในประเทศนั้น ไม่ได้มีความสัมพันธ์กันจริง ๆการใช้ในทางที่ผิดได้กฎเกณฑ์
แจกของจำเป็นให้นักโทษ เช่น แปรงสีฟัน ช้อน ผ้าห่ม ฯลฯ แต่เอาไปดัดแปลงเป็นอุปกรณ์แหกคุกการใช้ในทางที่ผิดได้กายภาพ
ตัวตู้เซฟออกแบบมาแข็งแรง ไม่สามารถงัดได้ เลยยกไปทั้งตู้เซฟการใช้วิธีอื่นแทนได้กายภาพ
มีกฎหมายควบคุมราคา เลยไปคิดเป็นค่าบริการแทนการใช้วิธีอื่นแทนได้กฎเกณฑ์
เจาะบัคของโปรแกรม เพื่อขโมยข้อมูลส่วนตัวของผู้ใช้ความผิดพลาดระบบ
แอบขโมยของ ท่ามกลางงานเลี้ยงที่เอะอะ วุ่นวาย ต่างคนต่างทำอะไรของตัวเอง เลยไม่มีใครสังเกตเห็นความซับซ้อนกระบวนการ

(1. ช่องโหว่ที่อยู่ในรูปแบบของ "ช่องว่าง")

ช่องโหว่ที่อยู่ในรูปแบบของ “ช่องว่าง” เป็นช่องโหว่ที่เป็นลักษณะของช่องว่างของบางอย่าง เช่น ช่องว่างของสิ่งของ ช่องว่างของสถานที่ ช่องว่างระหว่างกระบวนการ ช่องว่างที่เกิดจากความหละหลวมของการวางตำแหน่ง ช่องว่างทางโอกาส ฯลฯ . บางครั้งก็เรียกว่า “พื้นที่ว่าง” หรือ “ช่องโหว่” หรือ “รูโหว่” ขึ้นอยู่กับบริบท

(ช่องโหว่ทาง "กายภาพ")

นักรบที่แม้จะสวมเกาะ ก็ยังมีช่องโหว่ตามจุดต่าง ๆ เช่น ข้อมือ ข้อเท้า ข้อพับต่าง ๆ ใต้วงแขน ช่องที่ใช้มอง ฯลฯ ที่คู่ต่อสู้สามารถโจมตีได้(ใช้ช่องโหว่ → โจมตี)

ช่องโหว่ที่อยู่ตามสิ่งของหรือสถานที่ต่าง ๆ เช่น รอยแยกในกำแพง หรือใต้เบาะรถยนต์ หรือหลังกรอบรูป ฯลฯ . บางคนก็อาจจะเอามาใช้ซ่อนของบางอย่าง(ใช้ช่องโหว่ → ซ่อนเร้น)⦅⦅👎 / -⦆🖐️⦆หรือบางคนก็ใช้ซ่อนกล้องแอบถ่ายคนอื่น(ใช้ช่องโหว่ → ซ่อนเร้น → เก็บร่องรอย)⦅👎👎👎⦆

ในเกมหรือหนังที่มีฉากรอบเร้น หรือฉากแหกคุก หรือฉากดักฟัง ฯลฯ บางตัวละครก็อาจจะแอบซ่อนในช่องแอร์ หรือท่อระบายน้ำ หรือช่องใต้หลังคา ฯลฯ(ใช้ช่องโหว่ → ซ่อนเร้น)

(ช่องโหว่ทาง "การวางตำแหน่ง")

ในการแข่งฟุตบอล ถ้ามีผู้เล่นทีมใดทีมหนึ่ง เทไปกระจุกรวมกันที่ส่วนใดส่วนหนึ่งของสนามมากไป ก็อาจจะทำให้ส่วนอื่นเกิดความหละหลวม การป้องกันต่ำ แล้วถ้ามีผู้เล่นทีมตรงข้ามหลุดเข้าไปได้ ก็อาจจะไหลยาวไปจนถึงประตูเลยก็ได้(ใช้ช่องโหว่ → จู่โจม)

ในการแข่งกีฬาที่มีการตีลูกข้ามกันไปกันมา เช่น แบตมินตัน หรือเทนนิส หรือวอลเลย์บอล ฯลฯ ถ้าเราเผลอยืนตำแหน่งไม่ดี มีจุดอยู่ไกลจากตัวเองมากเกินไป ก็อาจเป็นช่องโหว่ ให้ฝ่ายตรงข้ามตีลูกมาตรงนั้น แล้วเราก็วิ่งไปรับไม่ทันได้(ใช้ช่องโหว่ → โจมตี). หรือบางครั้งก็อาจจะเกิดจากการหลอกล่อของฝ่ายตรงข้าม ให้เคลื่อนไหวผิดตำแหน่ง จนเกิดช่องโหว่(หลอกล่อ → สร้างช่องโหว่)

ในการสงคราม บางครั้งก็จะมีการสั่งให้เคลื่อนกองทัพไปทำอะไรสักอย่าง ทำให้เกิดจุดที่ไม่มีกองทัพอยู่ หรือมีกองทัพอยู่น้อย จนเกิดเป็นช่องโหว่ให้ฝ่ายตรงข้ามบุกเข้าโจมตีได้(ใช้ช่องโหว่ → โจมตี). ซึ่งบางครั้งก็เกิดจากการหลอกล่อของฝ่ายตรงข้าม เช่น ทำเป็นบุกจุดอื่น เพื่อให้เคลื่อนทัพออกไปช่วย(โจมตี → บิดเบือน → หลอกล่อ → สร้างช่องโหว่ → โจมตี)หรือปล่อยข่าวปลอมว่าเมืองหลวงกำลังมีปัญหา ให้รีบกลับมาช่วยด่วน(บิดเบือน → หลอกล่อ → สร้างช่องโหว่ → โจมตี)หรือปล่อยข่าวหลอกพระราชาว่ากองทัพจะก่อการกบฏ ให้รีบเรียกกลับ(บิดเบือน → หลอกล่อ → ใช้อำนาจ → สร้างช่องโหว่ → โจมตี)ฯลฯ⦅👎👎👎⦆

(ช่องโหว่ทาง "กระบวนการ")

ช่องโหว่รูปแบบนี้ ถ้าถูกใช้ในของกระบวนการ ก็จะอยู่ในรูปแบบของ “ช่องว่างระหว่างกระบวนการ” . ซึ่งจัดเป็นทั้งกลศึกประเภท “ช่องโหว่” และ “จังหวะเวลา”(ใช้จังหวะ)

ในหนังหรือเกมที่มีฉากรอบเร้น บางตัวละครก็ใช้จังหวะที่คนเฝ้ายาม หรือพนักงานรักษาความปลอดภัย เปลี่ยนกะหรือไปเข้าห้องน้ำ แล้วลอบเข้าไปหรือออกมาอย่างรวดเร็ว . หรือนักโทษหรือเชลยศึกแอบหนีไประหว่างเปลี่ยนกะของผู้คุม(ใช้จังหวะ ⇒ ทำอย่างฉับพลัน → ซ่อนเร้น)

ในการต่อสู้ มักจะเกิดช่องโหว่ขึ้นในจังหวะที่กำลังเปลี่ยนท่า เช่น หลังจากออกหมัดหรือเตะไปแล้ว กำลังจะชักแขนหรือขากลับมา หรือตอนที่กำลังเปลี่ยนลูกธนูหรือกระสุน หรือในเกมต่อสู้ ก็อาจเป็นตอนที่กำลังร่ายสกิล หรือตอนที่สกิลคูลดาวน์อยู่ ฯลฯ อีกฝ่ายก็สามารถอาศัยช่องโหว่นี้ในการโจมตีได้(ใช้จังหวะ → โจมตี)

ในการสงคราม บางครั้งก็จะมีการบุกโจมตี ในตอนที่ฝ่ายตรงข้ามเปลี่ยนตัวผู้นำ หรือคนที่อยู่ในสำคัญ ฯลฯ เพราะในระหว่างนั้นอาจจะยังไม่มีผู้ที่มีอำนาจสั่งการชัดเจน จึงอาจจะทำให้อีกฝ่ายโต้ตอบได้ช้ากว่าปกติ(ใช้จังหวะ → โจมตี)⦅👎👎👎⦆

(ช่องโหว่ทาง "โอกาส")

บางคนเป็นสายเร็ว พอเห็นช่องว่างทางการตลาดแค่แว๊บเดียว ก็จะรีบเข้าไปเติมเต็มทันที เช่น เจ้าของร้านชานม พอเห็นว่าช่วงนี้อยู่ ๆ คนก็เริ่มพูดถึงชานมเผือก ก็รีบเอามาใส่ในเมนู จ้างคนรีวิว วางขายทันที รีบกอบโกยให้มากที่สุดในช่วงที่กำลังเป็นกระแส หรือบางคน พอเห็นคนเริ่มโพสต์ถามวิธีติดตั้งและใช้งานโปรแกรม A อยู่เนือง ๆ ก็รีบศึกษาแล้วเปิดคอร์สสอนใช้โปรแกรม A ทันทีเลย ฯลฯ(ล่วงรู้ ⇒ (ใช้ช่องโหว่ + ทำอย่างฉับพลัน))⦅❓⦆

(2. ช่องโหว่ที่อยู่ในรูปแบบของ "จุดบอด")

ช่องโหว่ที่อยู่ในรูปแบบของ “จุดบอด” เป็นลักษณะของสิ่งที่ “ถูกบดบัง” หรือ “ไม่อยู่ในสายตา” หรือ “ไม่อยู่ในการมองเห็น” หรือ “สังเกตเห็นได้ยาก” หรือ “ถูกมองข้ามไป” . บางครั้งก็เรียกว่า “จุดอับ”

(ช่องโหว่ทาง "กายภาพ")

คนที่ต้องการจะดักปล้นหรือฉุดคนอื่นในพื้นที่สาธารณะ ก็มักจะใช้ในจุดอับสายตา เช่น ในสถานที่มืด ๆ ในเวลากลางคืน หรือหลบอยู่หลังพุ่มไม้หรือตู้กดน้ำ หรือซอยเปลี่ยว หรือตึกร้าง หรือสถานีร้าง หรือสถานีปลายทางที่คนน้อย ฯลฯ . หรือถ้าเป็นในอาคาร เช่น บันไดหนีไฟ หรือลิฟต์ที่ไม่มีกล้องวงจร หรือลานจอดรถ หรือห้องเก็บของ หรือทางเดินที่ไม่ค่อยมีคนใช้ ฯลฯ(ใช้ช่องโหว่ → ซ่อนเร้น → ช่วงชิง)⦅👎👎👎⦆. เราจึงต้องระวังจุดเหล่านี้เป็นพิเศษ

บางคน เวลาจะแอบกินน้ำอัดลมของคนที่บ้าน ถ้าเป็นขวดใส ก็อาจจะรอให้ระดับน้ำอยู่ระหว่างฉลากขวดน้ำ แล้วพอกินไปแล้ว ระดับน้ำลดลง แต่ถ้ายังอยู่ในระหว่างฉลากอยู่ ก็ยังสังเกตเห็นได้ยากว่ามีคนกินไป(ใช้ช่องโหว่ → ซ่อนเร้น → ช่วงชิง)⦅👎🖐️⦆

ในสงคราม บางกองทัพก็จะที่ที่เป็นจุดอับเพื่ออำพรางตัวเอง เช่น หลบในป่าไม้ หรือหมอบอยู่หลังพุ่มไม้ หรือหลบอยู่ตามซอกเขา หรือเนินเขา หรือหุบเขา ฯลฯ(ใช้ช่องโหว่ → ซ่อนเร้น)⦅👎👎👎⦆

สัตว์ป่า หรือตัวละครในหนังสายลับ หรือในเกมลอบเร้น เวลาจะลอบจู่โจม ก็มักจะค่อย ๆ ย่องมาจากด้านหลัง หรือด้านข้างที่เลยมุมองศาที่เหยื่อมองเห็น . หรืออีกวิธีคือแอบซ่อนตัวตามสิ่งกีดขวาง เช่น พุ่มไม้ หรือมุมเสา หรือชั้นเก็บของ หรือทางเลี้ยว หรือใต้น้ำ ฯลฯ แล้วค่อย ๆ กระเถิบจากสิ่งกีดขวางหนึ่งไปสู่สิ่งกีดขวางถัดไปเรื่อย ๆ จนเข้าใกล้เป้าหมายแล้วจู่โจมเป็นไม่ทันตั้งตัว((ใช้ช่องโหว่ + ทำทีละนิด) → ซ่อนเร้น → โจมตี)

ในหนังต่อสู้ ฉากที่ตัวเอกที่ถูกศัตรูหลายคนรุม ถ้ามีศัตรูคนโจมตีมาจากข้างหลัง หรือเลยองศาที่สายตามนุษย์มองเห็น คือประมาณ 180-200 องศา ก็จะมองไม่เห็น(ใช้ช่องโหว่ → โจมตี). แต่ในหนังก็มักจะแก้ทาง เช่น มีผ่านกระจกหรือสิ่งที่สะท้อนแสง ให้ตัวเอกมองผ่านได้พอดี

คนที่มีอำนาจ เช่น นักธุรกิจ หรือนักการเมือง ฯลฯ เวลามาเจอกันในสถานที่บางแห่ง เช่น สนามกอล์ฟ หรือห้องประชุมในโรงแรม ฯลฯ ก็อาจจะใช้จุดอับของสถานที่นั้น ๆ เช่น ห้องน้ำ หรือมุมสูบบุหรี่ หรือห้องอาบน้ำ หรือห้องแต่งตัว หรือทางเดินที่ไม่มีคนผ่าน หรือห้องที่ไม่มีคนใช้ หรือโรงอาหาร ฯลฯ เพื่อแอบคุยกันลับ ๆ เช่น แอบสร้างข้อตกลงลับ ๆ ไม่ให้คนอื่นรู้ หรือแอบส่งข้อมูลให้กัน หรือแอบซื้อตัวฝ่ายตรงข้าม หรือแอบมีความสัมพันธ์เชิงชู้สาวกัน ฯลฯ(ใช้ช่องโหว่ → ซ่อนเร้น)⦅~👎🖐️❓⦆

(ช่องโหว่ทาง “กระบวนการ”)

งานที่ต้องอยู่หน้าจอคอม แล้วถ้าไม่มีใครอยู่ด้านหลัง บางคนก็อาจจะเปิดอะไรเล็ก ๆ น้อย ๆ ดูระหว่างทำงาน หรืออาชีพที่ต้องเดินทางจากที่หนึ่งไปที่หนึ่ง เช่น พนักงานส่งของ หรือนักขาย ฯลฯ บางคนอาจจะแวะไปทำธุระส่วนตัวเล็กน้อย(ใช้ช่องโหว่ → สร้างผลพลอยได้)⦅👎🖐️❓⦆

ตอนเรียนที่โรงเรียน ในระหว่างเปลี่ยนคาบเรียนที่ต้องเดินไปเรียนที่อื่น เช่น เดินไปห้องดนตรี เดินไปห้องศิลปะ เดินไปสนามกีฬา ฯลฯ ถ้าเป็นเวลาที่โรงอาหารเปิดพอดี บางทีผู้เขียนก็จะแอบแว๊บไปกินข้าวที่โรงอาหาร แล้วค่อยขึ้นไปเรียน จะได้ไม่ต้องเสียเวลาต่อแถวซื้ออาหารตอนพักเที่ยง ซึ่งผู้เขียนเป็นคนที่เดินเร็วและกินเร็วอยู่แล้ว เลยมักจะเข้าห้องเรียนทันเวลา แถมบางครั้งยังไปถึงก่อนเพื่อนบางคนด้วยซ้ำ(ใช้ช่องโหว่ ⇒ ทำอย่างฉับพลัน)⦅👎❓⦆

(ช่องโหว่ทาง “โอกาส”)

ช่องโหว่รูปแบบนี้ ถ้าถูกใช้ในเรื่องของโอกาส ก็จะอยู่ในรูปแบบของโอกาสที่ “คนมักจะมองข้าม” หรือ “ไม่ค่อยมีคนรู้”.เป็นคอมโบระหว่างกลศึกประเภท “การล่วงรู้” และ “ช่องโหว่”(ล่วงรู้ ⇒ ใช้ช่องโหว่)

บางคนเห็นช่องว่างทางการตลาดที่คนอื่นมองข้าม เช่น เห็นว่ายังไม่มีเสื้อผ้าสำหรับผู้ชายตัวเล็กโดยเฉพาะ ก็เลยทำแบรนด์เสื้อผ้าประเภทนี้ขึ้นมา(ล่วงรู้ ⇒ ใช้ช่องโหว่). หรือเห็นว่าช่วงนี้มีขนมชนิดหนึ่งที่กำลังเป็นที่นิยม อยู่ ๆ คนก็ชอบกินตาม ๆ กัน แต่หลายคนก็ห่วงเรื่องของสุขภาพด้วย เลยรีบเอาขนมชนิดนั้นมาทำเป็นขนมเพื่อสุขภาพ ก่อนที่จะมีคนทำ(ล่วงรู้ ⇒ (ใช้ช่องโหว่ + ทำอย่างฉับพลัน))ฯลฯ

คนที่เชี่ยวชาญในการประเมินมูลค่าอสังหาริมทรัพย์ ถ้าวันหนึ่งดันเจอกับอาคารที่ดีมาก ๆ แต่คนอื่นกลับมองไม่เห็น ไม่รู้ว่าดีขนาดนี้ ก็อาจจะทำให้เขาได้ของดีมาในราคาถูก(ใช้จุดแข็ง → ล่วงรู้ ⇒ ใช้ช่องโหว่)

คนที่เชี่ยวชาญในการหาช่องโหว่ทางโปรโมชันต่าง ๆ เช่น คูปองส่วนลด หรือโค้ดส่วนลด หรือวันเวลาที่ถูกที่สุด หรือแต้มคะแนนสะสมต่าง ๆ ฯลฯ ก็ทำให้เขามักจะได้ของราคาถูกกว่าคนอื่นมากอยู่เป็นประจำ(ใช้จุดแข็ง → ล่วงรู้ ⇒ ใช้ช่องโหว่)

(3. ช่องโหว่ที่อยู่ในรูปแบบของ "การอยู่นอกขอบเขต")

ช่องโหว่ที่อยู่ในรูปแบบของ “การอยู่นอกขอบเขต” เป็นลักษณะของการที่บางอย่าง “อยู่นอกขอบเขต” หรือ “อยู่นอกเส้นทาง” หรือ “อยู่พ้นระยะ” หรือ “อยู่นอกอำนาจ” ของบางอย่าง

(ช่องโหว่ทาง “กายภาพ”)

ในการสงคราม บางกองทัพก็อาจจะแอบเคลื่อนทัพในระยะที่อีกฝ่ายสอดส่องมาไม่ถึง เช่น อยู่ไกลเกินกว่าที่คนเฝ้ายามจะมองเห็น หรือส่องกล้องมาเห็น หรือไกลเกินกว่าที่เรดาร์จะตรวจจับถึง ฯลฯ หรือถ้ารู้เส้นทางของหน่วยลาดตระเวนฝ่ายตรงข้าม ก็อาจจะเลี่ยงไม่ให้ถูกจับได้ได้(ใช้ช่องโหว่ → ซ่อนเร้น)⦅👎👎👎⦆

(ช่องโหว่ทาง “ระบบ”)

แม่ทัพเก่ง ๆ หรือกองทัพเก่ง ๆ ที่ผ่านศึกมาอย่างโชกโชน ก็อาจจะคุ้มครองได้แค่เขตเมืองสำคัญ แต่ถ้าเป็นเมืองที่อยู่ไกลออกไป ที่พื้นที่ธุรกันดารบางอย่าง ก็อาจจะเป็นช่องโหว่ให้ศัตรูบุกโจมตีได้(ใช้ช่องโหว่ → โจมตี)⦅👎👎👎⦆

องค์กรบางแห่ง จ้างบริษัทที่เชี่ยวชาญมาออกแบบและดูแลระบบโปรแกรมในองค์กร แต่ก็อาจจะไม่ได้ครอบคลุมระบบทั้งหมด เพราะมีส่วนที่เป็นความลับสำคัญ ไม่สามารถให้คนนอกเข้าถึงข้อมูลได้ เลยไม่ได้ให้ผู้เชี่ยวชาญมาดูแลจุดนั้น จุดนั้นจึงเป็นระบบแบบหละหลวม ที่ถูกออกแบบมาไม่ดี ผู้ที่ไม่หวังดีก็อาจจะเห็นช่องโหว่ แล้วโจมตีตรงจุดนั้นได้(ใช้ช่องโหว่ → โจมตี)⦅👎👎👎⦆

ผู้สูงอายุบางคน พอเกษียณแล้วก็จะมีเงินเก็บที่สะสมระดับหนึ่ง ก็เลยจ้างพยาบาลมาคอยดูแล มิจฉาชีพเลยไม่กล้ามาหลอกเอาเงิน แต่พอนอกเวลางาน พยาบาลเหล่านั้นก็ไม่อยู่ เลยเป็นช่องโหว่ให้มิจฉาชีพเหล่านั้นมาหลอกลวงเอาเงินได้(ใช้ช่องโหว่ → ช่วงชิง)⦅👎👎👎⦆

(4. ช่องโหว่ที่อยู่ในรูปแบบของ "การเป็นขอบ")

ช่องโหว่ที่อยู่ในรูปแบบของ “การเป็นขอบ” เป็นลักษณะของการเป็น “ขอบ” ของบางอย่าง เช่น การอยู่ “ริม" หรือการอยู่ “ขอบ” หรือการอยู่ “มุม” หรือการอยู่ “หน้าสุด” หรือการอยู่ “ท้ายสุด” หรือการเป็น “อันแรก” หรือการเป็น “อันสุดท้าย” หรือการเป็น “คนแรก” หรือการเป็น “คนสุดท้าย” ฯลฯ

(ช่องโหว่ทาง “กระบวนการ”)

เวลาทำหรือสั่งอาหารมากิน บางคนพยายามไม่กินให้เสร็จเป็นคนสุดท้าย เพราะขี้เกียจล้างจาน(หลีกเลี่ยงช่องโหว่)⦅👎🖐️⦆

สมมติว่า ที่บ้านต้มแกงหม้อใหญ่ หรือต้มน้ำสมุนไพรใส่เหยือก ไว้เทกินด้วยกัน บางทีจะชอบเหลือนิดหน่อยตอนใกล้หมด ไม่ยอมหมดสักที เพราะคนที่กินหมดเป็นคนสุดท้าย จะต้องเป็นคนล้างเหยือกหรือหม้อใบใหญ่ ก็เลยมีบางคนที่ขี้เกียจ จะไม่ยอมกินให้หมดถ้าเหลือน้อย ๆ(หลีกเลี่ยงช่องโหว่)⦅👎🖐️⦆

จริง ๆ เราอาจจะทำตรงกันข้ามก็ได้นะ (อันนี้ผู้เขียนแนะนำ) คือถ้าเราเห็นว่าเหลือน้อย ๆ เราก็อาจจะหาขวดเล็ก ๆ หรือหม้อใบเล็กมาเทใส่ จะได้ให้คนที่มากินต่อสะดวก เราสามารถแสดงน้ำใจโดยการเอาไปล้างให้ก็ได้⦅👍👍👍⦆

คนที่กลับถึงบ้านหรือไปถึงที่ทำงานเป็นคนแรก ก็มักจะต้องทำบางอย่างมากกว่าคนอื่น เช่น เปิดไฟตามจุดต่าง ๆ เปิดแอร์ เปิดผ้าม่าน เปิดหน้าต่าง ฯลฯ . ในทางกลับกัน คนที่ออกจากบ้านหรือกลับจากที่ทำงานเป็นคนสุดท้าย ก็มักจะต้องทำบางอย่างมากกว่าคนอื่นเช่นกัน เช่น ไล่ปิดไฟ ปิดแอร์ ปิดหน้าต่าง ปิดผ้าม่าน ปิดอินเทอร์เน็ต เช็คสวิตซ์ต่าง ๆ เช็คเตาแก๊ส ล็อกประตู ฯลฯ . ส่วนคนตรงกลางก็มักจะไม่ต้องทำอะไร . บางคนเลยพยายามเลี่ยงไม่ไปถึงเป็นคนแรก และไม่ออกเป็นคนสุดท้าย(หลีกเลี่ยงช่องโหว่)⦅⦅👎 / -⦆🖐️⦆. ยิ่งบางออฟฟิศยุ่งยากกว่าปกติ เช่น มีสวิตซ์ไฟหลายจุด มีบัตรจอดรถเวียนกันใช้ ฯลฯ บางทีไม่รู้จะทำยังไง ก็ต้องโทรไปถามคนที่กลับดึกบ่อย ๆ

ในห้องเรียน เวลาครูเรียกให้ทำอะไร หลายครั้งก็มักจะเรียงตามเลขที่ คนที่มีเลขที่ต้น ๆ โดยเฉพาะเลขที่ 1 เลยซวยกว่าเพื่อน เพราะมักจะโดนก่อน แต่บางครั้งครูก็จะเรียงจากเลขที่สุดท้ายย้อนกลับมาเหมือนกัน คนที่มีเลขที่กลาง ๆ เลยมักจะได้เปรียบ เช่น ตอนเรียกให้ตอบคำถาม คนที่ถูกเรียกแรก ๆ ก็ต้องตอบทันที ไม่มีเวลาเตรียมคำตอบในหัว ส่วนคนที่ตอบทีหลังสามารถลอกคำตอบเพื่อนได้ หรือตอนเรียกให้ส่งงาน ถ้าอยู่ลำดับท้าย ๆ แล้วลืมทำหรือยังไม่เสร็จก็ยังลอกเพื่อนได้ หรือเอามาตรวจคำตอบกับเพื่อนได้ ฯลฯ . ถ้าเราเป็นครู เราก็อาจจะลองหาวิธีเรียงลำดับด้วยวิธีอื่นบ้าง จะได้ยุติธรรมมากขึ้น(หลีกเลี่ยงช่องโหว่)⦅👍⦆

(ช่องโหว่ทาง “การวางตำแหน่ง”)

ถ้าเอกสารที่สำคัญ มีข้อความสำคัญอยู่ตรงขอบหน้ากระดาษพอดี บางคนอาจจะอ้างว่าข้อความไม่ครบได้ เช่น ในเอกสารเขียนว่า “หนึ่งล้านห้าแสน” แล้วเขาก็อาจจะฉีกเอกสาร แล้วบอกว่า จริง ๆ คือ “หนึ่งล้านห้าแสนแปดหมื่น” แต่คำว่า “แปดหมื่น” ขาดไป เพื่อฟ้องเพิ่มเงินที่จะได้อีก 80,000 บาท(ใช้ช่องโหว่ → บิดเบือน → ช่วงชิง)⦅👎👎👎⦆

วิธีป้องกัน คือ ใส่คำลงท้ายลงไปเพื่อปิดช่องโหว่ เช่น ใส่คำว่า “บาท” ลงไป แล้วพอเขียนว่า “หนึ่งล้านห้าแสนบาท” เขาก็จะไม่สามารถใส่ "แปดหมื่น” ตามหลังได้แล้ว หรือถ้ากลัวว่าเขาจะอ้างเศษสตางค์ ก็อาจจะใส่คำว่า “ถ้วน” ลงไป เช่น “หนึ่งล้านห้าแสนบาทถ้วน” แบบเดียวกับที่ธนาคารทำ(ทำให้ชัดเจน → อุดช่องโหว่)

เวลาเดินไปสถานที่ที่เสี่ยงอันตราย เช่น ติดในเกาะร้าง หรือหลงป่า ฯลฯ ถ้าเดินไปกันเป็นกลุ่ม ตำแหน่งที่มักจะเสี่ยงอันตรายกว่าคนอื่นคือ คนที่อยู่หน้าสุดกับคนที่อยู่หลังสุด . บางคนเลยอาจจะพยายามอยู่ตรงกลาง ๆ จะได้ปลอดภัย(ใช้ช่องโหว่)⦅👎🖐️❓⦆. หรือเราอาจจะเสียสละให้คนที่อ่อนแอที่สุดเดินอยู่ตรงกลางเพราะปลอดภัยกว่า(หลีกเลี่ยงช่องโหว่)⦅👍👍👍⦆

ในสงครามก็เช่นกัน บางคนเลยพยายามที่จะหลีกเลี่ยงที่จะอยู่ในกองพันหรือกองร้อยที่อยู่แนวหน้า เพราะเวลาเข้าปะทะจะต้องเจอกับศัตรูก่อน . หรือบางทีก็รวมถึงกองที่อยู่รั้งท้าย หรืออาจรวมถึงปีกข้างซ้ายขวาด้วย เพราะอาจถูกลอบโจมตีจากทางด้านหลังหรือซ้ายขวาได้(หลีกเลี่ยงช่องโหว่)⦅🖐️⦆

เวลาไปทานอาหารร่วมกัน คนที่นั่งริมมักจะต้องคอยบริการคนอื่น เช่น ตักน้ำแข็ง เทน้ำ ส่งภาชนะให้ ฯลฯ . บางคนเลยพยายามไม่นั่งริม เพราะขี้เกียจทำอะไรแบบนี้(หลีกเลี่ยงช่องโหว่)⦅⦅👎 / -⦆🖐️❓⦆

ในทางกลับกัน บางคนกลับพยายามที่จะนั่งริม จะได้คอยบริการคนอื่น และใช้โอกาสนี้สร้างความสัมพันธ์ เช่น เอาใจลูกค้า หรือเอาใจผู้ใหญ่ หรือดูแลเพื่อนร่วมงาน หรือเอาใจใส่แฟน หรือง้อแฟน ฯลฯ เพราะในทางจิตวิทยาแล้ว ถือเป็นการแสดงความน้ำใจ และสร้างความเกรงใจไปในตัว . หรือบางคนก็ทำยิ่งกว่านี้อีก โดยการคอยสังเกตคนอื่น แล้วคอยสอบถาม เช่น เห็นคนข้าวใกล้หมดก็ “เอาข้าวเพิ่มไหมครับ ?” หรือน้ำใกล้หมดก็ “เติมน้ำไหมคะ ?” หรือเห็นเขาไม่อิ่มก็ “สั่งอะไรเพิ่มไหมครับ ?” ฯลฯ(ใช้ช่องโหว่ → สร้างความเกรงใจ → สร้างความสัมพันธ์)⦅👍👍🖐️⦆

(ช่องโหว่ทาง “จิตวิทยา”)

เวลาทานอาหารร่วมกัน ตอนที่มีกับข้าวอยู่บนโต๊ะ คนมักจะไม่กล้าตักเป็นคนแรก เพราะในทางจิตวิทยาแล้ว เรากลัวจะถูกมองว่าเป็นคนเห็นแก่ตัว รีบตักก่อนคนอื่น . และคนมักจะไม่กล้าตักเป็นคนสุดท้ายเช่นกัน เพราะในทางจิตวิทยาแล้ว เรากลัวจะถูกมองเป็นคนเห็นแก่ตัว กวาดของที่เหลือไปหมด . บางคนเลยพยายามหลีกเลี่ยงที่จะตักเป็นคนแรกและคนสุดท้าย(หลีกเลี่ยงช่องโหว่ → สร้างภาพลักษณ์)⦅🖐️⦆. แต่บางคนก็แก้ปัญหาด้วยการเสนอ เช่น “พี่เปิดก่อนเลยครับ” หรือ “ชิ้นสุดท้ายแฟนสวย” หรือ “ถ้าไม่มีใครเอา ผมเอานะ” หรือถามตรง ๆ เลย “มีใครจะกินไหม ? จะได้ให้เขาเก็บไป” ฯลฯ

(ช่องโหว่ทาง “การคำนวณ”)

สมมติว่า วินมอเตอร์ไซค์เข้าหมู่บ้านแห่งหนึ่ง มีวิธีคิดราคาคือ เพิ่มทีละ 5 บาท ทุก ๆ 10 ซอย เช่น ถ้าลงซอยที่ 1-10 คิด 20 บาท ซอยที่ 11-20 คิด 25 บาท ซอยที่ 21-30 คิด 30 บาท ฯลฯ ไปเรื่อย ๆ . คนที่บ้านอยู่ซอยที่ 11 ถ้าไม่ได้อยู่ลึก ก็อาจจะลงหน้าปากซอยที่ 10 แล้วเดินต่อนิดหน่อย จะได้ประหยัดเงินไป 5 บาท(ใช้ช่องโหว่ → ทำให้ไม่ถึงเส้นเกณฑ์)⦅🖐️❓⦆

(ช่องโหว่ทาง “ภาษา”)

เจ้าของสินค้าบางคน อาจจะจงใจวางขายสินค้าตัวเองในราคา 290 บาท จะได้บอกว่า “200 กว่าบาท” เพราะไม่ว่าจะ 201 หรือ 299 บาท ก็ยังถือว่า 200 ร้อยกว่าบาทอยู่ดี แต่ความรู้สึกระหว่าง 200 กับ 300 กลับต่างกันเยอะ(ใช้ช่องโหว่ → ปรับมุมมอง)⦅⦅👎 / -⦆🖐️❓⦆

ในการเปิดตัวอะไรบางอย่างที่ใช้เวลาโปรโมตนาน ก็มักจะบอกเป็นรายปี เช่น จะเปิดตัวปี 2026 แล้วถ้าอยากจะเปิดตัวให้ช้าที่สุดโดยที่ให้ความรู้สึกเหมือนเร็วที่สุด เท่าที่จะเป็นไปได้ ก็จะต้องเปิดตัวปลายปี เพราะไม่ว่าจะ 1 มกราคม หรือ 31 ธันวาคม ก็ยังถือว่าอยู่ในปี 2026 อยู่ดี(ใช้ช่องโหว่ → ปรับมุมมอง)

หรืออีกวิธีคือ การเล่นคำ เช่น เปิดตัวที่ว่าหมายถึง “ตัวอย่าง” ไม่ใช่ตัวเต็ม หรือเปิดตัว “อย่างไม่เป็นทางการ” ส่วนตัวเต็มหรือวันที่เปิดตัวอย่างอย่างเป็นทางการนั้น ค่อยประกาศภายหลังอีกที แทนที่จะบอกตรง ๆ ว่าเลื่อน(ใช้ความกำกวม → บิดเบือน)

หรืออาจจะใช้ 2 วิธีผสมกันก็ได้ เช่น เปิดตัวอย่างไม่เป็นทางการต้นปีหรือกลางปีไปก่อน แล้วค่อยไปเปิดตัวอย่างเป็นทางการวันที่ 31 ธันวาคมแทน จะได้ดูเหมือนอยู่ในไทม์ไลน์ ทันเวลา สบาย ๆ((ใช้ช่องโหว่ + ใช้ความกำกวม) → ปรับมุมมอง)

(5. ช่องโหว่ที่อยู่ในรูปแบบของ "การซ้อนทับ")

ช่องโหว่ที่อยู่ในรูปแบบของ “การซ้อนทับ” เป็นลักษณะของบางอย่างที่ทับซ้อนกัน เช่น การทับซ้อนกันทางกายภาพ หรือการวางตำแหน่งที่ทับกัน หรือรูปลักษณ์ที่คล้ายกัน หรือความกำกวมของภาษา หรือความเป็นไปได้ที่ทับซ้อน (มีสองเหตุการณ์หรือมากกว่านั้นที่เป็นไปได้) ซึ่งสามารถตีความได้หลายแบบ ฯลฯ

(ช่องโหว่ทาง “กายภาพ”)

ถ้าเราต้องการจะทำลายวัตถุบางอย่าง เราก็อาจจะลองหาส่วนที่เป็นจุดเชื่อมหรือข้อต่อ เช่น ตรงที่เป็นนอต หรือถูกทากาวไว้ หรือถูกเย็บติดกัน หรือถูกผูกให้ติดกัน ฯลฯ เพราะอาจแข็งแรงน้อยกว่าส่วนอื่นก็ได้(ใช้ช่องโหว่ → ทำลาย)

(ช่องโหว่ทาง “การวางตำแหน่ง”)

พื้นที่ชายแดนระหว่าง 2 ประเทศ ที่มีความซ้อนทับกัน ยังไม่มีเส้นแบ่งชัดเจนว่าส่วนไหนเป็นของประเทศไหนกันแน่ ถ้ายังตกลงกันไม่เรียบร้อย ก็อาจจะไม่มีประเทศไหนรับผิดชอบดูแลพื้นที่นี้อย่างจริงจัง จึงอาจจะเป็นช่องโหว่ให้บางคนลักลอบทำสิ่งผิดกฎหมายได้ เช่น ขนของหนีภาษี หรือขนสิ่งของที่กฎหมายห้าม หรือตัดไม้ทำลายป่า ฯลฯ(ใช้ช่องโหว่ → ซ่อนเร้น)⦅👎👎👎⦆. ทั้ง 2 ประเทศจึงควรพูดคุยและตกลงกันให้ชัดเจน แม้จะไม่ชัดเจนเรื่องเขตแดน แต่อย่างน้อย ชัดเจนเรื่องการหน้าที่ในดูแลพิ้นที่ก็ยังดี(รวมตัว → (สร้างความชัดเจน + สร้างพันธะ) → อุดช่องโหว่)⦅👍⦆

ในองค์กร บางทีก็จะงานบางงาน ที่ดันอยู่ก้ำกึ่งระหว่างทีม 2 ทีม หรือมากกว่านั้นพอดี จึงทำให้ไม่มีทีมไหนที่รับผิดชอบอย่างชัดเจน เลยมักจะมีปัญหาบางอย่างหลุดรอดออกมา เช่น ทีม A อาจจะบอกว่า “อ่าว พี่ก็นึกว่าทีม B เขาดูอยู่” ส่วนทีม B ก็อาจจะบอกว่า “อ่าว หนูก็นึกว่าเป็นงานของทีมพี่” ฯลฯ . เราจึงอาจจะช่วยกันมองหางานแบบนี้ให้เจอ และตกลงกันให้ชัดเจนตั้งแต่แรก ว่าใครรับผิดชอบตรงไหนบ้าง(รวมตัว → (สร้างความชัดเจน + สร้างพันธะ) → อุดช่องโหว่)⦅👍🖐️⦆

(ช่องโหว่ทาง “กระบวนการ”)

ช่องโหว่รูปแบบนี้ ถ้าถูกใช้ในเรื่องของกระบวนการ ก็จะอยู่ในรูปแบบของการที่มีความเป็นไปได้มากกว่า 1 ความเป็นไปได้มาซ้อนทับกัน ในช่วงเวลาเดียวกัน หรือที่เรียกว่า “ความเป็นไปได้ที่ทับซ้อน”

ถ้าเราเล่นแบตมินตัน หรือเทนนิสแบบคู่ แล้วอีกฝ่ายตีลูกมาตรงกลางระหว่างเรากับคู่ของเราพอดี เราก็อาจจะคิดว่าคู่ของเราจะตี ส่วนคู่ของเราก็อาจจะคิดว่าเราจะตี เลยไม่มีใครตีทั้งคู่ก็ได้ หรืออีกแบบคือ ต่างฝ่ายต่างคิดว่า ตัวเองต้องเป็นคนตี เลยชนกันเองก็ได้(ใช้ช่องโหว่ → โจมตี)

ถ้ามีคนแอบเนียนกินฟรีในงานแต่ง ฝั่งเจ้าบ่าวก็อาจจะคิดว่าเขาเป็นคนของฝั่งเจ้าสาว ส่วนฝั่งเจ้าสาวก็อาจจะคิดว่าเขาเป็นคนของฝั่งเจ้าบ่าว เลยอาจจะทำให้เขาก็ไม่ถูกจับได้ก็ได้(ใช้ช่องโหว่ → บิดเบือน → ช่วงชิง)⦅👎👎⦆

ถ้ามีคนต้องการแอบลอบเข้าไปในอาคารแห่งหนึ่ง ก็อาจจะเลือกลอบเข้าไปในวันที่มีคนนอกเข้ามาพอดี เช่น มีเจ้าหน้าที่ภายนอกมาประชุม หรือมีคนมาตรวจสอบอะไรบางอย่าง ฯลฯ คนที่เจอก็อาจจะไม่ได้เอะใจ เพราะคิดว่าเป็นคนนอกที่เข้ามาวันนี้(ใช้ช่องโหว่ → บิดเบือน → ซ่อนเร้น)⦅👎👎👎⦆

หรือถ้ามีการจ้างพนักงานรักษาความปลอดภัยมากกว่า 1 ทีม แล้วไม่สื่อสารกันให้ดีพอ พอมีคนอื่นแฝงตัวเข้ามา พนักงานที่เจอก็อาจคิดว่าเป็นคนของอีกทีมก็ได้(ใช้ช่องโหว่ → บิดเบือน → ซ่อนเร้น)⦅👎👎👎⦆

กองทัพผสม ที่เกิดจากหลาย ๆ เผ่า หรือหลาย ๆ ชาติ มารวมตัวเป็นพันธมิตรกัน ถ้าไม่มีระบบคัดกรองที่ดีพอ แล้วเกิดมีศัตรูแฝงตัวเข้ามา ก็อาจจะถูกจับได้ยาก เพราะไม่รู้ว่ามาจากเผ่าไหน จะแอบอ้างเป็นเผ่าอื่นก็ได้(ใช้ช่องโหว่ → บิดเบือน → ซ่อนเร้น)⦅👎👎👎⦆

ในวันเทศกาลที่มีการจุดพลุ ถ้าดันมีคนยิงกัน หรือมีโจรเข้าบ้าน หรืออุปกรณ์ใช้ไฟฟ้าบางอย่างระเบิดพอดี แล้วเราได้ยินเสียง เราก็อาจจะไม่ได้เอะใจ เพราะคิดว่าเป็นเสียงพลุก็ได้

ในหนังเรื่องหนึ่ง ตัวเอกต้องการจะใช้สว่านขุดอุโมงค์ เพื่อแอบลอบเข้าไปในโรงงานของตัวร้ายผ่านทางใต้ดิน เพราะต้องการขัดขวางที่ตัวร้ายกำลังแอบสร้างอาวุธอันตรายบางอย่างอยู่ แต่ปัญหาคือ การใช้สว่านขุดจะส่งเสียงดังมาก . ถ้าเป็นผู้อ่าน จะเขียนพล็อตหนังเรื่องนี้ยังไงให้ตัวเอกแอบขุดเข้าไปได้ ?

.🤔 ผู้อ่านลองคิดเล่น ๆ ดูก่อนก็ได้.....

วิธีเขียนพล็อต ก็อาจจะให้การผลิตอาวุธอันตรายต้องใช้เสียงดังมากเช่นกัน เป็นเสียงของเครื่องจักรในโรงงานที่ทำงานเต็มสูบ ตัวร้ายเลยไม่รู้ว่ามีเสียงสว่านที่แอบขุดเข้ามา(ใช้ช่องโหว่ → ซ่อนเร้น)

บ้านที่มีหมาซน หรือมีเด็กที่ชอบรื้อของ ถ้ามีหัวขโมยเข้าไปรื้อหาของมีค่าในบ้าน ตอนแรกคนในก็อาจจะคิดว่าเป็นเพราะหมาหรือเด็กก็ได้ กว่าจะรู้ว่าเป็นขโมย หัวขโมยก็อาจจะหนีไปแล้ว(ใช้ช่องโหว่ → บิดเบือน → ช่วงชิง)⦅👎👎👎⦆

หรือบ้านที่มีลูกชายที่มักจะแอบขโมยของที่บ้านไปซื้อยามาเสพประจำ ถ้ามีโจรมาขโมยของ แทนที่จะคิดว่าเป็นขโมย ก็อาจจะคิดว่าลูกชายเป็นคนเอาไปก็ได้(ใช้ช่องโหว่ → บิดเบือน → ช่วงชิง)⦅👎👎👎⦆

บางคน อยากจะไปเที่ยวที่ที่ถูกที่บ้านห้ามไม่ให้ไป แต่ดันมีธุระต้องไปไปแถวนั้นพอดี เลยมีโอกาสให้แว็บไปหา โดยไม่ถูกสงสัยได้(ใช้ช่องโหว่ → สร้างความชอบธรรม)⦅⦅👎👎 / 👎 / -⦆🖐️⦆

คนที่ใช้น้ำหอมที่มีกลิ่นเหล้าบ่อย ๆ พอแอบไปกินเหล้าแล้วมีกลิ่นเล่าติดตัวมา คนที่บ้านก็อาจจะเข้าใจว่าเป็นกลิ่นน้ำหอมก็ได้(ทำอย่างสม่ำเสมอ → สร้างช่องโหว่ → บิดเบือน → ซ่อนเร้น)⦅👎👎👎⦆

วงไพ่วงหนึ่ง มีผู้เล่น 2 คนในนั้นที่สนิทกันมาก ซึ่งเกมกำหนดว่า ก่อนจะเริ่มแต่ละตา ทุกคนต้องลงเงินกองกลางเท่ากัน . ด้วยความที่เขา 2 คนสนิทกัน บางตา พอมีคนหนึ่งได้ คนหนึ่งเสีย คนที่ได้ก็เลยลงเงินกองกลางให้ “ไม่เป็นไรเพื่อน เดี๋ยวตานี้กูลงให้มึง” พอตาอื่น ก็อาจจะสลับคืนบ้าง “ตานี้มึงไม่ต้อง กูลงให้ละ” ฯลฯ สลับกันแบบนี้ไปเรื่อย ๆ ทำบ้าง ไม่ทำบ้าง จนกลายเป็นเรื่องปกติ . จนมีบางตาที่ทั้ง 2 คนนี้ ไม่มีใครลงเงินเลย แต่คนอื่นไม่ทันสังเกตเห็น เพราะคิดว่าอีกคนน่าจะลงให้แล้ว ทำให้ 2 คนนี้เสียเงินน้อยกว่าคนอื่นในระยะยาว(ทำอย่างไม่สม่ำเสมอ → สร้างช่องโหว่ → ช่วงชิง)⦅👎👎👎🖐️⦆

กรุ๊ปแชตในแอป พอมีคนพิมพ์อะไรมาแล้วมีคนอ่าน ก็จะขึ้นว่าอ่านแล้วกี่คน แต่ไม่ได้บอกว่าใครอ่านบ้าง . เราจึงสามารถอ่านแล้วไม่ตอบในกลุ่มแชตที่มีคนเยอะ ๆ ได้ เพราะไม่มีใครรู้ว่าใครที่อ่านแล้วไม่ตอบ แต่ถ้าเป็นกลุ่มเล็ก ๆ แค่ 3-4 คน คนอื่นก็น่าจะรู้ได้ไม่ยากว่าใครอ่านแล้วไม่ตอบ(ช่องโหว่ → ซ่อนเร้น)⦅🖐️⦆

(ช่องโหว่ทาง “ระบบ”)

หลายครั้ง ช่องโหว่ของโปรแกรม หรือที่เรียกว่าบัค ก็มักจะเกิดจากการที่ 2 ฟังก์ชันหรือมากกว่านั้น มาทำงานร่วมกัน เช่น เว็บที่ออกกฎไว้ว่าไม่ให้ซื้อของเกิน 2 ชิ้นต่อคน เพราะมีจำนวนจำกัด และเว็บนี้ก็เคยแจกคูปอง 1 แถม 1 ให้ลูกค้าบางคนไปนานแล้ว ถ้าคนเขียนโปรแกรมของเว็บนี้ ลืมใส่เงื่อนไขการใช้คูปองในระบบจำกัดการซื้อ ก็อาจจะเป็นช่องโหว่ ให้บางคนกดซื้อ 2 ชิ้นตามปกติ แล้วพอเขากดใช้คูปอง 2 ใบ ก็จะทำให้เขาได้ซื้อของได้คนเดียว 4 ชิ้น ทั้ง ๆ ที่ซื้อได้สูงสุดไม่เกิน 2 ชิ้น ฯลฯ(ใช้ช่องโหว่)⦅~👎🖐️⦆

หรือหลายครั้ง ก็เกิดจากการใช้งานฟังก์ชันเดิม 2 ครั้งหรือมากกว่านั้นติดกันเร็ว ๆ เช่น ในการโอนเงิน ธนาคารจะทำการตรวจสอบยอดเงินก่อน เช่น ถ้ามีเงินในบัญชีเหลือแค่ 50 บาท ก็จะไม่สามารถโอนเงิน 100 บาทได้ เพราะมีเงินไม่พอ . แต่ถ้ามีคนกดโอนเงินทีละ 50 บาท ติดกัน 2 ครั้งเร็ว ๆ แล้วถ้าคนเขียนโปรแกรมของธนาคารนี้เป็นมือใหม่มาก ๆ ทำให้ระบบยังไม่ทันอัปเดตยอดเงินคงเหลือให้เป็น 0 หลังจากโอนครั้งแรกไปแล้ว เงินก็ถูกโอนครั้งที่สองทันที ทำให้เขาโอนเงินได้ 100 บาท ทั้ง ๆ ที่มีเงินแค่ 50 บาท(ทำอย่างฉับพลัน → ใช้ช่องโหว่ → ช่วงชิง)⦅~👎🖐️⦆

ในการกู้เงินซื้อที่อยู่อาศัย ธนาคารจะตรวจสอบรายได้และประวัติทางการเงิน ว่ามีความสามารถในการผ่อนแค่ไหน . สมมติว่า มีคนต้องการซื้อคอนโด 2 ห้อง แต่เขารู้ว่าจากเงินเดือนของตัวเอง ธนาคารจะปล่อยกู้ให้ได้แค่ห้องเดียวเท่านั้น เลยยื่นเรื่องขอกู้ไปที่ธนาคาร 2 แห่ง คอนโดละแห่ง ในเวลาไล่เลี่ยกัน พอธนาคารแห่งแรกตรวจสอบประวัติแล้ว เห็นว่าเขาปล่อยมีความสามารถได้การผ่อนได้ ก็อนุมัติให้เขากู้ แต่ประวัติของเขายังไม่ทนอัปเดต ธนาคารแห่งที่สองก็อนุมัติให้เขากู้เช่นกัน เขาเลยสามารถกู้ซื้อคอนโด 2 ห้องได้ได้ ทั้ง ๆ ที่รายได้ของเขาไม่พอ(ทำอย่างฉับพลัน → ใช้ช่องโหว่)⦅👎❓⦆

(ช่องโหว่ทาง “รูปลักษณ์”)

บริษัทแห่งหนึ่ง ออกโน้ตบุ๊ก 2 รุ่น คือรุ่นปกติกับรุ่นแพง ซึ่งทั้ง 2 รุ่นมีดีไซน์แทบจะเหมือนกันเลย แต่มีสีให้เลือกไม่เหมือนกัน แต่มีอยู่สีหนึ่งที่รุ่นปกติกับรุ่นแพงมีเหมือนกัน . ถ้าเราซื้อรุ่นปกติ เราก็อาจจะเลือกซื้อสีนั้น คนจะได้นึกว่าเราซื้อของแพง(ใช้ช่องโหว่ → ใช้ความกลมกลืน → บิดเบือน → สร้างภาพลักษณ์)

เกมออนไลน์สมัยก่อน บางไอเท็มจะมีหน้าตาเหมือนกัน แค่เปลี่ยนชื่อ เพื่อประหยัดขนาดของเกม และประหยัดเวลาในการดีไซน์เกม แล้วถ้าเป็นเกมที่มีระบบให้ผู้เล่นสามารถซื้อขายแลกเปลี่ยนไอเท็มกันได้ บางคนก็อาจจะถือโอกาสเอาไอเท็มราคาถูกที่ใช้รูปเดียวกับไอเท็มราคาแพงมาหลอกขาย คนที่สะเพร่า ไม่อ่านชื่อไอเท็มให้ดีก่อน ก็จะถูกหลอกได้(ใช้ช่องโหว่ → บิดเบือน → ช่วงชิง)⦅👎👎👎⦆

ในนิยายสืบสวน ผู้แต่งอาจจะเขียนบทให้ตัวละครตัวหนึ่ง ดันมีชื่อหรือหน้าตาคล้ายกับอีกตัวละครหนึ่งพอดี เลยสวมรอยเป็นตัวละครนั้น แล้วไปทำเรื่องไม่ดี ทำให้จับคนร้ายผิดคน(ใช้ช่องโหว่ → บิดเบือน → ซ่อนเร้น)คนที่ถูกเข้าใจผิดก็เลยจ้างนักสืบมาไขคดี

เลขอารบิกที่เราใช้กัน มีเลขอยู่ 2 ตัวที่ออกแบบวิธีเขียนมาไม่ดี คือ เลข 1 กับ 7 เพราะเขียนคล้ายกันเกินไป . สมมติว่า เราเขียนลงในเอกสารสัญญาซื้อขายกับลูกค้าว่า 570,000 บาท แต่ถ้าลูกค้าจะโกง เขาก็อาจจะบอกว่า “อ่าว ผมนึกว่าราคา 510,000 บาท พอดีเห็นเลข 7 กับมันคล้ายกับเลข 1 ครับ เลยดูผิด” เผื่อเราจะลดราคาให้ เช่น “งั้นเป็น 540,000 ดีไหมคะ ? คนละครึ่งทาง”(ใช้ความกำกวม → เป็นช่องโหว่ → บิดเบือน → ช่วงชิง)⦅👎👎👎🖐️⦆

วิธีป้องกัน คือ เวลาเราเขียนเลข 1 หรือ 7 เราก็อาจจะเลือกเขียนแบบที่เติมขีด เช่น “𝟷” หรือ “7̶” ฯลฯ จะได้แยกกันชัดเจนไปเลย หรือทำแบบธนาคารเวลาเขียนเช็ค คือใส่เป็นตัวอักษรไปด้วย เช่น “ห้าแสนเจ็ดหมื่นบาทถ้วน”(ทำให้ชัดเจน → อุดช่องโหว่)

หรือบางครั้ง ช่องโหว่ก็อาจจะเป็นคำพูดที่ออกเสียงคล้ายกัน เช่น ในภาษาไทย คำว่า “ยี่สิบ” กับ “สี่สิบ” เวลาพูดเสียงเบาจะคล้ายกัน . สมมติว่า มีคนต้องการโกงเงินค่าอุปกรณ์จากร้านค้า เขาก็อาจจะบอกว่า “พี่พูดว่าร้อยสี่สิบหรอครับ ? ผมได้ยินว่าร้อยยี่สิบ”(ใช้ความกำกวม → เป็นช่องโหว่ → บิดเบือน → ช่วงชิง)⦅👎👎👎🖐️⦆

วิธีป้องกัน คือ ถ้าเราเป็นคนพูด เวลาพูดเราอาจจะพยายามพูดช้า ๆ ชัด ๆ ในคำที่อาจเข้าใจผิดได้ เช่น “สิบเอ็ด” กับ “สิบเจ็ด” ฯลฯ หรือเวลาพูดก็อาจจะชูนิ้วเป็นตัวเลขให้อีกฝ่ายเห็นไปด้วยก็ได้ . ในกรณีที่เราเป็นคนฟัง เราก็อาจจะถามอีกครั้ง “เท่าไหร่นะครับ ?” หรือถามเพื่อความแน่ใจ “สิบเจ็ดหรือสิบเอ็ดนะครับ ?” หรือทวนที่เขาพูดอีกทีก็ได้(ทำให้ชัดเจน → อุดช่องโหว่)

(ช่องโหว่ทาง “ภาษา”)

ผู้อ่านลองนึกถึงแถบเฉดสีที่ไล่ตั้งแต่สีขาว จนถึงเทาอ่อน จนถึงเทากลาง ๆ จนถึงเทาเข้ม ไปจนถึงสีดำ . จากนั้นให้ตัดสีที่ดูก็รู้ว่าเป็นสีขาวกับดำออก ให้เหลือเฉพาะสีที่เรามองว่าเป็นสีเทาเท่านั้น เราก็จะได้เทาหลายระดับมาก ๆ . จากนั้นให้เราลองสุ่มหยิบสีในนั้นออกมา แม้ว่าเราจะได้สีเทาอ่อนจนแทบจะขาว หรือเทาเข้นจนแทบจะดำอยู่แล้ว หรือเทากลาง ๆ ก็ตาม เราก็สามารถบอกได้ว่า สีนี้คือสีเทา . เพราะคำว่าสีเทานั้น ครอบคลุมตั้งแต่เทาอ่อนถึงเทาเข้ม เลยเป็นช่องโหว่ทางภาษา ให้เราสามารถบิดเบือนการรับรู้ของอีกฝ่ายได้

ยกตัวอย่าง เช่น ถ้าเราอยากทำให้การรับรู้สีเทาของอีกฝ่ายอ่อนลง เราก็แค่บอกว่า “สีเทา” ตอนที่เราหยิบเทาเข้มจนแทบจะดำอยู่แล้ว หรือถ้าเราอยากทำให้การรับรู้สีเทาของอีกฝ่ายเข้มขึ้น เราก็แค่บอกว่า “สีเทา” ตอนที่เราหยิบเทาอ่อนจนแทบจะขาวอยู่แล้วเช่นกัน เพราะคนส่วนใหญ่จะนึกถึงเทากลาง ๆ ไว้ก่อน(ใช้ช่องโหว่ → (บิดเบือน / ปรับมุมมอง))⦅🖐️⦆

จริง ๆ แล้ว แทบจะทุกคำศัพท์ในโลก ล้วนเป็นช่องโหว่ทางภาษาในตัวเองอยู่แล้ว เพราะเราไม่มีทางที่จะเอาความคิดที่อยู่ในหัวของเราเป๊ะ ๆ ยัดลงไปในหัวของคนอื่นได้ . มันต้องผ่าน 2 ชั้น - ชั้นที่ 1 คือ การสื่อสารของเรา และชั้นที่ 2 คือ การตีความของอีกฝ่าย จากสิ่งที่เราสื่อสาร

(6. ช่องโหว่ที่อยู่ในรูปแบบของ "ความไม่เท่าเทียม")

ช่องโหว่ที่อยู่ในรูปแบบของ “ความไม่เท่าเทียม” เป็นลักษณะของบางสิ่งที่มีความ “ไม่เท่าเทียม” หรือ “ไม่สมดุล” กัน

(ช่องโหว่ทาง “กายภาพ”)

การต่อแถวหยิบอาหารในงานเลี้ยงต่าง ๆ ถ้าคนตักอาหารมือไม่นิ่ง ตักอาหารให้แต่ละจานไม่เท่ากัน บางคนก็อาจจะรีบไปต่อแถว จะได้เลือกจานที่ให้เยอะ ๆ ก่อน(ดักล่วงหน้า → ใช้ช่องโหว่)⦅🖐️⦆

(ช่องโหว่ทาง “กระบวนการ”)

หัวหน้าบางคน เวลาลูกน้องในทีมทำงานบางอย่างสำเร็จก็อาจจะเลี้ยงกาแฟ แต่พอเป็นลูกน้องอีกคนกลับไม่ได้เลี้ยง . ซึ่งจริง ๆ แล้ว เขาอาจจะไม่ได้คิดอะไรเลยก็ได้ แค่ทำตามอารมณ์ วันไหนอยากเลี้ยงก็เลี้ยง วันไหนไม่อยากเลี้ยงก็ไม่เลี้ยง ไม่ได้มีมาตรฐานในการเลี้ยง . แต่ความไม่เท่าเทียมนี้แหละที่อาจเป็นช่องโหว่ ให้บางคนในทีมน้อยใจ หรือคนนอกที่ไม่หวังดีต่อทีมนี้ มายุให้พวกเขาแตกกันเอง(ใช้ช่องโหว่ → ทำลายความสัมพันธ์)⦅👍👍👍🖐️⦆

โดยปกติแล้ว เราควรจะระมัดระวังในการปฏิสัมพันธ์กับคนอื่น ให้มีมาตรฐานบ้าง เพราะถ้าทำตามอารมณ์อย่างเดียว วันไหนอยากทำก็ทำ วันไหนไม่อยากทำก็ไม่ทำ ก็จะทำให้มีช่องโหว่ให้คนเข้าใจผิด คิดเองเออเอง หรือเอามานินทา หรือเกิดความน้อยใจได้ ไม่ว่าจะเป็นกับพ่อแม่ กับลูกหลาน กับญาติผู้ใหญ่ กับพี่น้อง กับเพื่อน กับหัวหน้า กับลูกน้อง กับพนักงาน กับหุ้นส่วน กับลูกค้า ฯลฯ(หลีกเลี่ยงช่องโหว่)⦅👍👍⦆

(ช่องโหว่ทาง “โอกาส”)

คนที่ชอบเปรียบเทียบสินค้าจากแหล่งต่าง ๆ เป็นประจำ ก็มักจะรู้แหล่งที่ถูกกว่าที่อื่น ทำให้เขาเสียเงินน้อยกว่าคนอื่น ทั้ง ๆ ที่ได้ของเหมือนกัน เช่น เห็นคนแนะนำกระเป๋าใบหนึ่งแล้วอยากได้ แต่ก็ไม่ได้กดซื้อตรงนั้นทันที ลองหาร้านอื่น หรือเปิดแอปอื่นเทียบดูก่อน อาจจะทำให้ได้กระเป๋ารุ่นเดียวกันที่ราคาถูกกว่าก็ได้(ล่วงรู้ ⇒ ใช้ช่องโหว่)⦅🖐️⦆

บางคนก็สามารถทำรายได้จากการซื้อของจากแหล่งหนึ่งราคาถูกกว่า ไปขายในแหล่งที่ราคาแพงกว่า หรือที่เรียกว่าการอาร์บิทราจ (arbitrage) เช่น เมื่อสินทรัพย์บางอย่างที่เทรดกันในตลาด มีจังหวะที่ราคาของ 2 ตลาดหรือมากกว่านั้นอัปเดตไม่ทันกัน ทำให้มีตลาดที่ถูกกว่าแพงกว่า คนที่ตาไวมือไว ก็อาจจะซื้อจากที่หนึ่งไปขายอีกที่หนึ่งอย่างรวดเร็ว ฯลฯ(ล่วงรู้ ⇒ ใช้ช่องโหว่)

บางคนก็ทำอาชีพรับหิ้วของจากต่างประเทศ อาจจะเป็นซื้อของจากประเทศต้นทางที่ผลิต หรือประเทศที่นำเข้ามาในราคาถูก ไปขายให้กับคนที่อยู่ในประเทศที่จำหน่ายในราคาแพงกว่า(ล่วงรู้ ⇒ ใช้ช่องโหว่). ซึ่งคนที่ซื้อ แม้จะบวกกำไรให้กับคนที่รับหิ้วไปแล้ว ก็ยังถูกกว่าซื้อโดยตรงจากผู้จำหน่ายในประเทศตัวเองอยู่ดี

สินค้าดิจิทัลบางอย่าง เช่น เกม หรือซอฟต์แวร์ หรือคอร์สออนไลน์ หรือบริการสตรีมมิ่ง ฯลฯ มักจะจำหน่ายในราคาที่ไม่เท่ากันในแต่ละประเทศ . บางคนเลยฉวยโอกาสใช้เทคนิคบางอย่างในการปลอมแปลงให้คอมพิวเตอร์ของตัวเอง ถูกระบุว่าอยู่ในประเทศที่จำหน่ายในราคาถูก แล้วกดซื้อในราคานั้น(ใช้เทคนิคเฉพาะ → บิดเบือน → ใช้ช่องโหว่ → ช่วงชิง)⦅👎👎👎 / 👎👎⦆

สมมติว่า มีอุบัติเหตุบางอย่างในเส้นทางการขนส่งน้ำมันที่สำคัญของโลก ส่งผลให้ราคาน้ำมันขึ้นทั่วโลก . รัฐบาลบางประเทศเลยกลัวว่า ถ้าราคาน้ำมันขึ้นแล้วประชาชนจะไม่พอใจ เลยเอาเงินภาษีมาพยุงราคาน้ำมัน . บางคนเลยแอบซื้อน้ำมันจากประเทศที่รัฐบาลควบคุมราคา ไปขายให้กับประเทศที่รัฐบาลปล่อยราคาไปตามกลไกตลาด(ใช้ช่องโหว่ → ช่วงชิง)⦅👎👎👎⦆

(ช่องโหว่ทาง “กฎเกณฑ์”)

ผู้ผลิตบางราย เมื่อผลิตสินค้ามาแล้ว กลับพบว่ามีมาตรฐานบางอย่างของสินค้าไม่ตรงตามที่กฎหมายกำหนด แทนที่จะหาวิธีแก้ให้ถึง หรือทิ้งแล้วผลิตใหม่ ก็อาจจะเอาไปขายในประเทศที่ใช้คนละมาตรฐานแทน เช่น ผลิตอาหารเสริมมาแล้ว แต่ใส่สารบางอย่างที่กฎหมายห้าม ก็อาจจะเอาไปขายในประเทศที่อนุญาตให้ใส่ได้ หรือผลิตครีมกันแดดที่ผ่านการทดสอบในห้องแลบแล้ว แต่ไม่ได้ผ่านการทดสอบในผิวมนุษย์จริง ก็อาจจะเอาไปขายในประเทศที่ไม่ได้บังคับว่าต้องทดสอบในผิวมนุษย์จริงด้วย ฯลฯ(ใช้ช่องโหว่)⦅~👎⦆

(ช่องโหว่ทาง “การคำนวณ”)

เกมออนไลน์บางเกม เวลามีการอัปเดตเกม หรือที่เรียกว่าแพตซ์ ถ้าแพตช์ที่พึ่งอัปเดตใหม่มีความไม่สมดุลของวิธีเล่นบางอย่าง คือมีวิธีเล่นที่โกงกว่าวิธีอื่น ถ้าเล่นตามวิธีนี้ สูตรนี้ ยังไงก็ชนะแน่นอน หรือมีโอกาสแพ้ต่ำมาก แล้วถ้ามีคนหาวิธีนี้เจอ ก็ถือเป็นช่องโหว่ให้เขาเอาชนะคนอื่นได้ง่าย ๆ หรือถ้าเป็นทีมแข่งก็อาจจะแอบเก็บไว้ใช้ในการแข่งได้(ใช้ช่องโหว่ → ทำให้ได้เปรียบ)⦅❓⦆

ถ้าจะฝึกเครื่องดนตรีบางอย่างไปเล่นโชว์คนอื่น ก็อาจเลือกฝึกเพลงที่เล่นง่ายแต่ดูเหมือนยาก เวลาที่เล่นโชว์ คนอื่นจะได้รู้สึกว่าเราเก่งกว่าความเป็นจริง . ในทางตรงข้าม ถ้าฝึกเพลงที่เล่นยากแต่ดูเหมือนง่าย พอเอาไปเล่นโชว์ คนอื่นก็อาจจะรู้สึกว่าเราไม่ได้เก่งขนาดนั้น ทั้ง ๆ ที่เป็นเพลงที่เล่นยาก มีแค่ไม่กี่คนที่เล่นได้ก็ตาม(ใช้ช่องโหว่ → สร้างภาพลักษณ์)⦅🖐️❓⦆

ในการเลือกงานมาทำก็เช่นกัน บางคนเลือกงานที่ดูเหมือนยากและสำคัญมาก แต่ตัวงานจริง ๆ อาจจะไม่ได้มีอะไรมากมาย(ใช้ช่องโหว่). ในทางกลับกัน บางคนก็พยายามหลีกเลี่ยงงานที่ดูเหมือนไม่ค่อยมีอะไร ทั้ง ๆ ที่เป็นงานที่ยากและมีสำคัญมาก(หลีกเลี่ยงช่องโหว่). เพราะจะทำให้ได้เปรียบเสียเปรียบตอนที่เราต้องอธิบายว่าเราทำอะไรมาบ้าง เช่น ตอนประเมินเงินเดือน หรือตอนเขียนเรซูเม่ หรือตอนเล่าให้เพื่อน ๆ ฟัง ฯลฯ⦅👎🖐️❓⦆

แต่ก็สามารถแก้ได้ด้วยการสื่อสาร เช่น แทนที่จะบอกว่า “ทำรายงาน” ก็อาจจะบอกว่า “สรุปข้อมูลที่สำคัญทั้งหมดในการตัดสินใจครั้งใหญ่” หรือแทนที่จะบอกว่า “ตรวจเอกสาร” ก็อาจจะบอกว่า “ตรวจสอบความผิดพลาดที่อาจทำให้บริษัทเสียหายทางกฎหมาย” ฯลฯ(ปรับมุมมอง)

(7. ช่องโหว่ที่อยู่ในรูปแบบของ "การเป็นเศษ")

ช่องโหว่ที่อยู่ในรูปแบบของ “การเป็นเศษ” เป็นลักษณะของ “สิ่งที่ไม่ใช่ส่วนหลัก” ซึ่งมีหลากหลายรูปแบบ เช่น “ส่วนที่เป็นเศษ” หรือ “ของเหลือ” หรือ “ส่วนต่าง” หรือ “ส่วนที่ไม่ได้ใช้” หรือ “ส่วนที่ใช้ไม่ได้” หรือ “สิ่งที่เล็กน้อยจนไม่ผิดสังเกต” หรือ “สิ่งที่เล็กน้อยจนไม่คุ้มค่าที่จะใส่ใจ” ฯลฯ ขึ้นอยู่กับบริบท

(ช่องโหว่ทาง “โอกาส”)

ในร้านขายของ บางทีก็จะมีสินค้าที่เป็นตัวโชว์ให้ลูกค้าลองจับ หรือลองใช้ หรือลองใส่ ซึ่งมักถูกเอามาขายลดราคาหลังจากที่ไม่ได้ใช้แล้ว . คนที่มีความสามารถในการเข้าถึงอะไรแบบนี้ และไม่คิดมากเรื่องที่อาจมีตำหนิบ้าง หรือเคยผ่านมือคนอื่นมาก่อน ก็จะทำให้เขาซื้อสินค้าอย่างเดียวกันในราคาที่ถูกกว่าคนอื่นได้(ใช้ช่องโหว่)

ผู้ผลิตอาหาร หรือเจ้าของร้านอาหาร เวลามีของกินใกล้หมดอายุ ก็อาจจะเอามาลดราคาขาย เพราะยังดีกว่าทิ้งไปเปล่า ๆ(ใช้ทางเลือกได้เปล่า). ในอีกมุมหนึ่ง ก็จะบางคนที่ชอบรอซื้อของกินที่ใกล้หมดอายุ เพราะจะได้ราคาถูกพิเศษ และตัวเองก็เป็นคนที่ชอบซื้อแล้วกินเลยอยู่แล้ว เลยไม่มีปัญหา(ใช้ช่องโหว่)

ในการผลิตสินค้า แม้จะเป็นจากเครื่องจักรในโรงงานก็ตาม ก็ไม่ใช่ทุกชิ้นจะออกมาเหมือนกันแม่นยำ 100% ไม่มีคลาดเคลื่อนเลย การมีตำหนิจึงเป็นเรื่องปกติ ซึ่งบางครั้งผู้ผลิตก็อาจจะเอาของที่มีตำหนิออกมาขายลดราคา เพราะคิดว่ายังไงก็ดีกว่าทิ้งไปเปล่า ๆ(ใช้ทางเลือกได้เปล่า). ในอีกมุมหนึ่ง บางคนก็อาจจะเห็นช่องโหว่ตรงนี้ และไม่มีปัญหากับการมีตำหนิอยู่แล้ว เลยรับซื้อมาในราคาไม่แพง(ใช้ช่องโหว่)

เที่ยวบินเหลือ หรือที่พักที่ไม่มีคนจอง ก็มักจะถูกเอามาขายลดราคา ซึ่งบางครั้งอาจถูกกว่าปกติกว่า 50% เลยทีเดียว . คนที่เชี่ยวชาญในการค้นหาสิ่งเหล่านี้ เช่น เข้าใจในเทศกาล หรือฤดูกาล หรือวันหยุด หรือกระแสสังคม ฯลฯ ก็มักจะทำให้เขาได้มาในราคาถูกกว่าคนทั่วไป(ใช้จุดแข็ง → ล่วงรู้ ⇒ ใช้ช่องโหว่)

หรือบางคนก็เอาช่องโหว่นี้มาทำเป็นอาชีพได้ โดยการทำตัวเป็นคนกลางระหว่างสายการบินหรือที่พักกับลูกค้า บางคนก็ทำเป็นรูปแบบของแพลตฟอร์ม หรือบางคนก็เป็นนายหน้า ขึ้นอยู่กับโมเดลธุรกิจ(ใช้จุดแข็ง → ล่วงรู้ ⇒ ใช้ช่องโหว่ → เป็นตัวกลาง)

บางคน พอเห็นของเหลือที่คนอื่นไม่ได้ใช้ ก็อาจจะขอซื้อในราคาถูกหรือขอไปเลย แล้วเอามาแปรรูปขายได้ เช่น ผักหรือผลไม้ที่หน้าตาไม่สวย ก็อาจจะเอามาทำแยม หรือเอามาอบแห้ง หรือเอามาใช้วัตถุดิบทำเค้กได้ หรือเศษไม้ก็อาจจะเอามาทำเป็นเฟอร์นิเจอร์เล็ก ๆ ได้ หรือเศษผ้าก็อาจจะเอามาทำเป็นแบรนด์เสื้อผ้าหรือกระเป๋า ที่มีจุดเด่นคือใช้เศษผ้าเหลือ ๆ ได้ ฯลฯ(ใช้ช่องโหว่ ⇒ ใช้เทคนิคเฉพาะ → แปรสภาพ)

(ช่องโหว่ทาง “การคำนวณ”)

บางคน เวลาอยากจะทำผิดกฎหมาย ก็อาจจะเลือกทำผิดแบบแบบเล็กน้อย จนกฎหมายไม่คุ้มที่จะลงโทษ หรือผู้ถูกกระทำมองว่าไม่คุ้มค่าทนายและเงินที่เสียไป เลยไม่ฟ้องตั้งแต่แรก(ใช้ช่องโหว่ → ใช้จำนวน)⦅👎👎👎⦆

เวลาซื้อของแล้วได้ราคาที่มีเศษ คือเกินเลขศูนย์นิดหน่อย ก็อาจจะสามารถลองขอคนขายให้ลดให้ได้ เช่น บางคนสั่งเสื้อผ้าจากโรงงานไปขายต่อ 202,000 บาท ก็อาจจะลองต่อเหลือ 200,000 บาท ถ้าต่อรองกับเขาดี ๆ ทางโรงงานก็อาจจะลดให้ก็ได้ ฯลฯ(ใช้ช่องโหว่ → ใช้จำนวน). หรือบางคนจงใจซื้อให้เกินเลขศูนย์นิดหน่อย เช่น ตอนนี้ซื้อไปแล้ว 198,000 บาท ก็อาจจะซื้อเพิ่มอีกหน่อยให้เป็น 202,000 บาท แล้วก็ขอให้เขาลดให้ 2,000 บาท ซึ่งเท่ากับเขาได้ของเพิ่มขึ้นฟรี ๆ 2000 บาท(สร้างช่องโหว่ → ใช้จำนวน)⦅👎🖐️❓⦆

(ช่องโหว่ทาง “กระบวนการ”)

โรงงานแห่งหนึ่ง ผลิตสินค้าเป็นล็อต ล็อตละ 5,000 ชิ้น แล้ววันนั้นมีคนสั่งผลิต 9,980 ชิ้น ก็เท่ากับผลิต 2 ล็อต หรือ 10,000 ชิ้น และเหลือเศษ 20 ชิ้น . เศษ 20 ชิ้นที่เหลือ ถ้าพนักงานหยิบไปสัก 2-3 ชิ้น ก็อาจจะไม่มีใครรู้ก็ได้ โดยเฉพาะสินค้าที่ต้องทิ้งทันที ซึ่งต่างจากการแอบหยิบไปจากส่วนหลักที่ไม่ใช่เศษ ซึ่งจะโดนจับได้ไม่ยาก เพราะของหายไปจากระบบ(ใช้ช่องโหว่ → ช่วง)⦅⦅👎👎 / 👎 / -⦆🖐️❓⦆. หรือบางโรงงานก็ใจดีแจกพนักงานฟรี ๆ เพราะถึงยังไงก็จะทิ้งอยู่แล้ว(ใช้ช่องโหว่ → ช่วงชิง)⦅👍👍⦆

นักการเมืองหรือข้าราชการบางคน เวลาจะโกงเงินจากโครงการบางอย่าง ก็อาจจะใช้วิธีโกงเงินส่วนต่าง หรือที่เรียกว่าเงินทอน แทนที่จะเป็นเงินก้อนหลักตรง ๆ เพราะถูกจับได้ยากกว่า เนื่องจากเงินก้อนหลักยังอยู่ครบ เลยสังเกตเห็นความผิดปกติได้ยาก และถ้าเงินที่โกงไปไม่ได้มาก ก็อาจจะกลืนไปกับความคลาดเคลื่อนของต้นทุนได้ด้วย(ใช้ช่องโหว่ → ช่วงชิง)⦅👎👎👎⦆

(8. ช่องโหว่ที่อยู่ในรูปแบบของ "การใช้ในทางที่ผิดได้")

ช่องโหว่ที่อยู่ในรูปแบบของ “การใช้ในทางที่ผิดได้” เป็นลักษณะของการที่มีบางคนใช้บางสิ่ง ซึ่งไม่ได้ออกแบบมาให้ถูกใช้แบบนั้นตั้งแต่แรก . บางครั้งก็เรียกว่า “ใช้ในทางที่ผิด” หรือ “ใช้ผิดวัตถุประสงค์” ขึ้นอยู่กับบริบท

(ช่องโหว่ทาง “กายภาพ”)

เรือนจำแจกของจำเป็นให้กับนักโทษ เช่น แปรงสีฟัน ช้อน ผ้าห่ม ฯลฯ แต่นักโทษบางคนกลับเอาไปดัดแปลงเป็นอุปกรณ์แหกคุก(ใช้ช่องโหว่)⦅👎👎👎⦆

วิธีแก้ทางที่เรือนจำมักจะใช้ คือ เลือกวัสดุที่ดัดแปลงยาก ๆ(ใช้คุณสมบัติเฉพาะ → อุดช่องโหว่)หรือกำหนดให้ต้องเอาของมาคืน แล้วค่อยมารับใหม่ทุกครั้งเวลาจะใช้(สร้างพันธะ → ทำให้เปิดเผย → อุดช่องโหว่)หรือบางที่ก็ใช้วิธีหมุนเวียนกันใช้ของบางอย่าง นักโทษก็จะแอบเอาไปดัดแปลงไม่ได้ เพราะเมื่อของหายไปเฉย ๆ หรือเปลี่ยนไปจากเดิม คนที่ใช้ต่อก็จะสงสัย แล้วถูกตรวจสอบ(หมุนเวียน → สร้างพันธะ → อุดช่องโหว่)

(ช่องโหว่ทาง “กระบวนการ”)

ในหนังบางเรื่อง เวลาที่มีนักโทษหรือเชลยศึกหรือตัวประกัน ก็จะมีตอนที่ผู้คุมอนุญาตให้เขาไปเข้าห้องน้ำได้ แล้วตัวละครนั้นก็แอบหนีไป(ใช้ช่องโหว่ ⇒ ทำอย่างฉับพลัน → ซ่อนเร้น)

(ช่องโหว่ทาง “กฎเกณฑ์”)

ช่องโหว่ในรูปแบบนี้ ถ้าเอาไปใช้กับ “กฎเกณฑ์” หรือ “กฎหมาย” ก็ถือเป็นการใช้ผิดวัตถุประสงค์ของกฎหมาย แม้ว่าจะไม่ผิดกฎหมายก็ตาม

บางคนอาจจะจงใจทำให้ตัวเองน้ำหนักเกิน หรือเป็นโรคบางอย่าง จะได้ไม่ต้องไปเป็นทหาร โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่มีสงคราม(ใช้ช่องโหว่ → หลีกเลี่ยง)⦅🖐️⦆

หลายประเทศ มีกฎหมายให้คนที่แต่งงานกับคนประเทศนั้นได้รับสิทธิ์อยู่อาศัยในประเทศนั้นได้ และถ้าอยู่ต่ออีกหลายปี โดยไม่ได้ก่อปัญหาอะไร และสอบภาษาได้ ก็จะได้รับสัญชาติไปเลยก็มี . บางคนเลยถือโอกาสแต่งงานกับคนในประเทศนั้น แต่ไม่ได้มีความสัมพันธ์กันจริง ๆ เป็นเพียงการแต่งงานเพื่อให้ได้รับสิทธิ์ในการอยู่อาศัยเฉย ๆ ซึ่งถือว่าผิดวัตถุประสงค์ของกฎหมาย เพราะออกแบบมาให้ครอบครัวเดียวกันได้อยู่ด้วยกัน(ใช้ช่องโหว่ → ใช้ผลพลอยได้ → ได้รับสิทธิพิเศษ)⦅👎👎 / 👎⦆

หรือบางประเทศ ก็มีกฎหมายให้เด็กที่เกิดที่นั่นได้รับสัญชาติเป็นพลเมืองของประเทศนั้น บางคนเลยถือโอกาสบินไปคลอดลูกที่นั่น เพียงเพื่อให้ลูกตัวเองได้รับสัญชาติ ซึ่งถือว่าผิดวัตถุประสงค์ของกฎหมายเช่นกัน(ใช้ช่องโหว่ → ใช้ผลพลอยได้ → ได้รับสิทธิพิเศษ)⦅👎👎 / 👎⦆

สมมติว่า นาย A ซึ่งเป็นหนึ่งในเพื่อนสนิทในกลุ่มเรา หลังจากที่เรียนจบไปแล้วก็เป็นคนที่นัดยากมาก ๆ เลยมีเพื่อนคนหนึ่งในกลุ่มพูดขึ้นมาว่า “ถ้ามีใครนัด A มากินข้าวด้วยกันได้นะ กูให้พันนึงเลย” จากนั้นก็มีคนในกลุ่มแอบเตี๊ยมกับนาย A แล้วแบ่งเงินกัน(รวมตัว → ใช้ช่องโหว่ → ช่วงชิง)

ร้านอาหารแห่งหนึ่ง ออกโปรโมชันให้เด็กที่ส่วนสูงต่ำกว่า 140 เซนติเมตร กินฟรี เพื่อดึงดูดกลุ่มลูกค้าที่มาเป็นครอบครัว และคิดว่ายังไงเด็กก็กินไม่เยอะอยู่แล้ว(สละ + สร้างพันธะ). แต่ถ้ามีผู้ใหญ่คนเดียวพาเด็กหลายคนไปกินก็เท่ากับทางร้านขาดทุน(ใช้ช่องโหว่ → ทำให้คุ้มค่า → ช่วงชิง)⦅👎👎🖐️⦆. ทางร้านก็อาจจะแก้ทางด้วยการออกกฎให้รัดกุมขึ้น เช่น จำกัดเด็ก 1 คนต่อผู้ใหญ่ 1 คน ซึ่งถึงมีผู้ใหญ่พาเด็กไป 10 คนจริง ก็ยังได้กำไรอยู่ดี เพราะมีลูกค้าที่เป็นผู้ใหญ่เพิ่มอีก 10 คน ฯลฯ(ใช้พันธะ → อุดช่องโหว่)

บางบริษัท ออกโปรโมชันให้ลูกค้าโดยผูกกับเบอร์มือถือ เพราะลูกค้าจะได้กดรับสิทธิ์ผ่าน sms ได้ง่าย ๆ โดยตั้งใจให้ได้รับสิทธิ์คนละสิทธิ์ แต่บางคนก็สมัครหลายเบอร์ เพื่อให้ตัวเองได้รับหลายสิทธิ์(ใช้ช่องโหว่ → ใช้ผลพลอยได้ → ได้รับสิทธิพิเศษ)⦅⦅👎 / -⦆🖐️⦆. แต่บริษัทก็อาจจะแก้ทางด้วยการให้ต้องกรอกเลขบัตรประชาชนด้วย หรือเชื่อมโยงกับฐานข้อมูลลูกค้าที่อยู่ในระบบ(เพิ่มพันธะ → อุดช่องโหว่)

(ช่องโหว่ทาง “การคำนวณ”)

เวลาขับรถไปที่ทำงาน บางคนก็อาจจะเอารถไปจอดในห้างที่อยู่แถวนั้น แล้วค่อยเดินไปที่ทำงาน แล้วพอจะกลับก็ซื้อเครื่องดื่มหรือของที่ไม่ได้แพงมากในห้าง จากร้านที่สามารถปั๊มบัตรจอดรถได้ แล้วก็เอาไปแลกกับชั่วโมงจอดรถ และการที่เขาไม่ได้เข้าที่ทำงานทุกวัน ก็อาจจะทำให้เขาประหยัดเงินกว่าค่าเช่าที่จอดรถรายเดือนแถวนั้นก็ได้(ใช้ช่องโหว่ → ทำให้คุ้มค่า)⦅⦅👎 / -⦆🖐️⦆

(9. ช่องโหว่ที่อยู่ในรูปแบบของ "การใช้วิธีอื่นแทนได้")

ช่องโหว่ที่อยู่ในรูปแบบของ “การใช้วิธีอื่นแทนได้” เป็นลักษณะของการที่บางอย่างถูกออกแบบมาเพื่อให้ทำหรือไม่ให้ทำบางอย่าง แต่ถึงกระนั้น ก็ยังมีคนหาวิธีอื่นแทนได้อยู่ดี

(ช่องโหว่ทาง “กายภาพ)

โจรที่ต้องการขโมยตู้เซฟในบ้านหลังหนึ่ง ซึ่งเป็นตู้เซฟที่ถูกออกแบบมาแข็งแรงและรัดกุมมาก ยากที่จะงัดได้ เลยยกไปทั้งตู้เซฟแทน(ใช้ช่องโหว่ → ช่วงชิง)⦅👎👎👎⦆

อาคารสำคัญแห่งหนึ่ง ออกแบบประตูทางเข้าจากวัสดุพิเศษที่แข็งแรง ทนทาน แต่ส่วนอื่น ๆ ที่ไม่ใช่ประตู เช่น กำแพง หรือหน้าต่าง ฯลฯ กลับบอบบาง พังง่าย หรืองัดง่าย ก็เลยมีคนแอบลอบเข้าไปทางนั้นแทน(ใช้ช่องโหว่ → ซ่อนเร้น)⦅👎👎👎⦆

(ช่องโหว่ทาง “การคำนวณ”)

ในร้านสะดวกซื้อ ถ้าเราซื้อกาแฟร้อน น้ำแข็งเปล่าใส่แก้ว และนมจืด มาผสมเองเป็นกาแฟเย็นใส่นมเอง ก็อาจจะประหยัดกว่าสั่งเป็นกาแฟเย็นใส่นมเลยก็ได้ แถมยังปรับแต่งตามใจชอบได้อีก แต่ก็แลกมากับความสะดวกที่ลดลง(ใช้ช่องโหว่ → ทำให้คุ้มค่า)

(ช่องโหว่ทาง “กระบวนการ”)

ในร้านเครื่องดื่ม บางคนอาจจะสั่งเป็นชาร้อน ซึ่งเป็นถุงชาที่เติมน้ำร้อน แล้วเวลาจะดื่มน้ำเปล่าก็อาจจะขอน้ำร้อนเพิ่ม แล้วก็เอาถุงชาออก จะได้ประหยัดเงิน ไม่ต้องสั่งน้ำเปล่าแยก(ใช้ช่องโหว่)

(ช่องโหว่ทาง “กฎเกณฑ์”)

ในการติดตั้งท่อระบายน้ำที่หมู่บ้านแห่งหนึ่ง ผู้รับเหมาจำเป็นต้องติดตั้งอย่างน้อย 50 ท่อ ตามที่กฎหมายกำหนด แต่มีบางบ้านไม่ยอมให้ติดตั้งท่อหน้าบ้านตัวเอง หลังจากที่เถียงกันไปกันมา ไม่รู้จะทำยังไง ก็เลยเอาหลาย ๆ ท่อไปกองรวมกันไว้ที่จุดเลี้ยวของหมู่บ้าน เพื่อให้ครบ 50 ท่อแทน(ใช้ช่องโหว่)⦅👎👎👎⦆

บางประเทศมีกฎหมายห้ามใช้ฟิลเตอร์ในการขายเครื่องสำอางค์หรือผลิตภัณฑ์บำรุงผิว บางคนเลยอาจจะเลือกกล้องที่ถ่ายแล้วหน้าใส เนียน อย่างกับใส่ฟิลเตอร์(ใช้ช่องโหว่)⦅👎👎🖐️⦆

การมีกฎหมายควบคุมราคาสินค้า ทำให้สามารถขายในราคาสูงสุดได้เท่าที่กฎหมายอนุญาต . ธุรกิจบางเจ้าที่ต้องการขายเกินราคา ก็อาจจะเปลี่ยนจากราคาสินค้าไปเป็นบังคับให้ลูกค้าจ่ายค่าบริการแทน(แปรสภาพ → ใช้ช่องโหว่). ต่อมาพอผู้ออกกฎหมายรู้ทันธุรกิจประเภทนี้ เลยออกกฎหมายควบคุมราคาค่าบริการด้วย ธุรกิจก็อาจจะเลี่ยงเป็นบังคับให้ลูกค้าจ่ายค่าประกันแทนอีกที(แปรสภาพ → ใช้ช่องโหว่)⦅⦅👎👎👎 / 👎👎⦆🖐️❓⦆

ในบางประเทศ นักลงทุนบางคน อาจจะซื้อหุ้นจากบริษัทที่มีอาคารที่เขาต้องการ แทนที่จะซื้ออาคารนั้นโดยตรง เพื่อเปลี่ยนจากภาษีการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ เป็นภาษีการซื้อขายหุ้นแทน เพราะเสียภาษีน้อยกว่า(ใช้ช่องโหว่)⦅⦅👎 / -⦆🖐️❓⦆

เจ้าของบริษัทคนหนึ่ง ขายหุ้นของบริษัทตัวเองให้คนอื่น โดยแลกกับกำไร 3% ของสินค้าตัวหนึ่ง พอซื้อบริษัทเสร็จแล้ว คนที่ซื้อบริษัทก็อาจจะเปิดบริษัทใหม่อีกแห่ง แล้วโอนย้ายทุกอย่างของบริษัทเดิมไปให้บริษัทใหม่ เพื่อจะได้ไม่เสียกำไร 3% ให้กับเจ้าของเดิม(แปรสภาพ → ใช้ช่องโหว่ → ช่วงชิง)⦅👎👎👎⦆. ซึ่งอาจจะแก้ทางได้โดยการมีเงื่อนไขห้ามเปิดธุรกิจประเภทเดียวกันในสัญญา แต่คนที่ซื้อก็อาจจะใช้ช่องโหว่อื่นอีก เช่น ไปซื้อหุ้นบริษัทที่ทำธุรกิจเดียวกัน แล้วถ่ายโอนทุกอย่างไปให้บริษัทนั้นแทน(แปรสภาพ → ใช้ช่องโหว่ → ช่วงชิง)⦅👎👎👎⦆. จึงควรร่างสัญญาให้รัดกุม เพื่อกันเรื่องเหล่านี้ด้วย(เพิ่มพันธะ → อุดช่องโหว่)

หรืออีกวิธีคือ คนที่ซื้ออาจจะขายสินค้าชนิดนั้นในราคาถูกมาก ๆ ให้กับบริษัทในเครือของตัวเอง กำไร 3% ที่เสียเลยเป็นกำไรที่เล็กมาก ๆ แล้วบริษัทในเครือที่ซื้อสินค้าไป ก็ค่อยเอาไปขายให้ลูกค้าจริง ๆ อีกที(แปรสภาพ → ใช้ช่องโหว่ → ช่วงชิง)⦅👎👎👎⦆ ซึ่งอาจจะแก้ทางโดยการไม่ผูกส่วนแบ่งไว้กับกำไร แต่ผูกไว้กับสิ่งที่บิดยากกว่า เช่น จำนวนชิ้นที่ขาย หรือส่วนแบ่งทางการตลาด ฯลฯ ต่อให้จะขายถูกแค่ไหน ก็จะนับเป็นชิ้น ๆ ไป(ใช้พันธะ → อุดช่องโหว่)

กฎหมายปกป้องข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) ของบางประเทศ ไม่ให้เปิดเผยข้อมูลส่วนตัว เช่น ชื่อ นามสกุล หน้าตา ฯลฯ ของคนอื่นได้ . ซึ่งมีข้อดีคือ บางครั้งคนที่ไม่ได้ทำอะไรผิด แต่ถูกเข้าใจผิด หรือถูกใส่ร้าย ก็จะไม่ถูกคนอื่นรวมหัวกันทำร้าย เพราะเราไม่รู้ว่าเป็นใคร . แต่อีกทางหนึ่ง ก็เป็นการปกป้องคนที่ทำผิดด้วย เช่น ถ้าเขาทำร้ายร่างกายคนอื่น หรือบูลลี่คนอื่น ฯลฯ เราก็ไม่สามารถเปิดเผยชื่อเขาได้ ทำให้บางคนที่รู้จักกฎหมายนี้ อาจจะหาเรื่องคนอื่นไปทั่ว เพราะมีกฎหมายคอยปกป้องเขา ไม่ให้คนอื่นรู้อยู่แล้วว่าเขาเป็นใคร(ใช้ช่องโหว่ → โจมตี)⦅👎👎👎⦆

หนึ่งในวิธีแก้ทางคือ ถ้าเราโดนทำร้ายอย่างไม่เป็นธรรมจริง เราก็อาจจะแจ้งไปที่บริษัทที่เขาทำงาน หรือเคยทำงานมาก่อน เพราะบริษัทเหล่านี้จะกลัวเสียชื่อเสียง . ซึ่งถ้าเป็นบริษัทที่เขากำลังทำงาน ก็อาจจะช่วยกดดันเขา หรือช่วยเคลียร์กับเราให้ หรือไล่เขาออกให้(ใช้พันธะ → ใช้อำนาจ). หรือต่อให้เป็นบริษัทเก่าที่เขาเคยทำงาน ก็อาจจะออกมาเปิดเผยชื่อเขาแทนเราได้ เช่น ออกจดหมายชี้แจงว่า “นาย … ได้พ้นสภาพการเป็นพนักงานตั้งแต่ปี … แล้ว” ซึ่งทั้ง ๆ ที่เป็นการเปิดเผยชื่อของเขาเหมือนกัน แต่กลับไม่ผิด PDPA เพราะทางกฎหมายถือว่าเป็นการป้องกันการเข้าใจผิดเฉย ๆ (เป็นการใช้ช่องโหว่ทางกฎหมาย แก้ทางช่องโหว่ทางกฎหมายอีกที)(ใช้พันธะ → ใช้ช่องโหว่ → เปิดเผย)⦅👍❓⦆

(10. ช่องโหว่ที่อยู่ในรูปแบบของ "ความผิดพลาด")

ช่องโหว่ที่อยู่ในรูปแบบของ “ความผิดพลาด” เป็นลักษณะของบางสิ่งที่ “ไม่ได้ตั้งใจให้เกิดขึ้น” เช่น “ความผิดพลาด” หรือ “ความพลั้งเผลอ” หรือ “ความประมาท” หรือ “ความรู้เท่าไมถึงการณ์” ฯลฯ

บางคนก็อาจจะขโมยของของคนอื่น ตอนที่เขาเผลอวางอะไรทิ้งไว้หรือลืมของไว้ ในที่ที่ไม่มีคนอยู่(ใช้ช่องโหว่ → ช่วงชิง)⦅👎👎👎⦆. หรือในการต่อสู้ตัวต่อตัว บางคนก็อาจจะโจมตีอีกฝ่าย ตอนที่เขาเผลอหันไปมองอย่างอื่น หรือเผลอคิดเรื่องอื่น(ใช้ช่องโหว่ → โจมตี). หรือบางคนก็อาจจะหาอะไรมาล่อให้อีกฝ่ายเผลอไปมอง จะได้มีช่องโหว่(หลอกล่อ → สร้างช่องโหว่ → โจมตี)⦅~👎⦆

บางโปรแกรมจะมีช่องโหว่ หรือที่เรียกว่าบัค ซึ่งเมื่อมีคนที่หาเจอ เขาก็อาจจะเอาไปใช้ในทางที่ผิดได้ เช่น ไปดึงข้อมูลส่วนตัวของลูกค้าหรือพนักงานมาใช้(ใช้ช่องโหว่ → ล่วงรู้). หรือโกงระบบจ่ายเงิน(ใช้ช่องโหว่ → ช่วงชิง). หรือถึงข้อมูลบางอย่างฟรี ๆ ทั้ง ๆ ที่ต้องเสียเงินซื้อ(ใช้ช่องโหว่ → ช่วงชิง). หรือโกงการแข่งเกมออนไลน์(ใช้ช่องโหว่ → ทำให้ได้เปรียบ)ฯลฯ⦅👎👎👎⦆

ในการแข่งขันใด ๆ เวลามีคนทำพลาด อีกฝ่ายก็มักจะใช้ช่องโหว่นี้ต่อยอดในการทำอะไรบางอย่าง ไม่ปล่อยโอกาสให้เสียไปฟรี ๆ เช่น เวลานักการเมืองเผลอพิมพ์อะไรโง่ ๆ ในอินเทอร์เน็ต หรือพูดเผลอผิด ๆ บนเวที พรรคการเมืองฝ่ายตรงข้ามหรือคนที่เกลียดเขา ก็อาจจะนำมาขยายความ ด่า ประจานได้⦅👎👎👎⦆. หรือในเวทีมวย เวลามีคนต่อยพลาด อีกฝ่ายก็ไม่ปล่อยให้สูญเปล่า อาจจะรีบสวนคืนรัว ๆ จนไม่มีช่องโหว่ให้ตั้งตัวเลยก็ได้ ฯลฯ(ใช้ช่องโหว่ ⇒ ทำอย่างต่อเนื่อง → โจมตี)

(11. ช่องโหว่ที่อยู่ในรูปแบบของ "ความซับซ้อน")

ช่องโหว่ที่อยู่ในรูปแบบของ “ความซับซ้อน” เป็นลักษณะของบางสิ่งที่ “ไม่มีแบบแผน” หรือ “ไม่ได้เดินไปตามแบบแผน” หรือ “ไม่เป็นระเบียบ” หรือ “เข้าใจยาก” ทำให้ควบคุมดูแลยาก จึงง่ายที่จะเกิดช่องโหว่ . บางครั้งก็เรียกว่า ความสับสน หรือความวุ่นวาย หรือความยุ่งเหยิง หรือความอลหม่าน หรือความโกลาหล ฯลฯ ขึ้นอยู่กับบริบท

(ช่องโหว่ทาง “กระบวนการ”)

ในงานเลี้ยงที่มีคนเยอะ ๆ เอะอะ วุ่นวาย ต่างคนต่างก็ทำอะไรของตัวเอง . ถ้าเกิดมีคนแอบทำอะไร เช่น เจรจาสิ่งที่เป็นความลับ หรือส่งสารลับให้กัน หรือขโมยของ ฯลฯ ก็อาจจะไม่มีใครสังเกตเห็นก็ได้(ใช้ช่องโหว่ → ซ่อนเร้น)⦅~👎🖐️❓⦆

ในสถานที่ที่มีผู้คนจำนวนมาก แล้วอยู่ ๆ ก็มีความวุ่นวายเกิดขึ้น เช่น มีคนตะโกนด่ากัน หรือมีคนชกต่อยกัน หรือมีการแจกของ ฯลฯ หรือสถานที่ที่วุ่นวายอยู่แล้ว เช่น งานเทศกาล หรือคอนเสิร์ต หรือสถานที่ชุมนุม ฯลฯ ก็อาจเป็นช่องโหว่ให้บางคนฉวยจังหวะจากความชุลมุนนี้ แอบทำอะไรบางอย่าง เช่น ขโมยของ หรือลวนลามคนอื่น ฯลฯ(ใช้ช่องโหว่ → ซ่อนเร้น). หรือบางทีก็ตัวเขาเองนี่แหละ ที่เป็นตัวการทำให้เกิดความวุ่นวายก็ได้(วางกับดัก → สร้างความวุ่นวาย → สร้างช่องโหว่ → ซ่อนเร้น)⦅👎👎👎⦆

ขุนนางที่ต้องการจะชิงอำนาจ หรือสร้างอำนาจให้ตัวเอง ก็อาจจะยุให้คนในราชวงศ์ หรือคนในวัง หรือคนที่มีอำนาจ เกิดแตกกันเองเป็นส่วน ๆ จะได้มีช่องโหว่ให้ตัวเองแทรกเข้าไป แล้วทำตามเป้าหมายของตนเองได้(ทำลายความสัมพันธ์ → สร้างความวุ่นวาย → สร้างช่องโหว่ → (ช่วงชิง / สร้างอำนาจ))⦅👎👎👎⦆

กลุ่มทุนบางกลุ่ม อาจจะยุให้ประเทศต่าง ๆ มีความเห็นไม่ตรงกัน ทะเลาะกันเอง หรือทำสงครามกัน จะได้มีช่องโหว่ในการตักตวงผลประโยชน์ เช่น อาจจะจังหวะที่ราคาหุ้นหรือสินทรัพย์บางอย่างเหวี่ยงขึ้นลง หรือมีบางประเทศที่ต้องการกู้เงิน หรือขาดทรัพยากรบางอย่าง หรือต้องการอาวุธไว้ป้องกันตัวเอง ฯลฯ(วางกับดัก → ทำลายความสัมพันธ์ → สร้างช่องโหว่ → ช่วงชิง)⦅👎👎👎🖐️⦆

(ช่องโหว่ทาง “ระบบ”)

โปรแกรมที่มีฟีเจอร์น้อย ๆ มีระบบง่าย ๆ ไม่ซับซ้อน ก็มักจะไม่ค่อยมีช่องโหว่หรือบัคอะไรเท่าไหร่ ต่างจากโปรแกรมที่มีฟีเจอร์เยอะ ๆ มีระบบที่ซับซ้อน มีผู้ใช้จำนวนมาก โอกาสที่จะมีบัคก็จะมากขึ้นเช่นกัน ซึ่งบางคนก็ชอบหาบัคจากความซับซ้อนเหล่านั้น(ใช้ความซับซ้อน → หาช่องโหว่)⦅~👎 / -⦆

ระเบียบขั้นตอนราชการในหลายประเทศ เวลาที่เราจะยื่นเรื่องอะไรก็ตาม ก็มักจะต้องผ่านขั้นตอนที่ไม่จำเป็นมากมาย ต้องผ่านกฎระเบียบที่ไม่ประโยชน์ ต้องติดต่อหลายหน่วยงาน ซึ่งดูเหมือนจะยุ่งยากและเสียเวลาเปล่า ๆ . แต่จริง ๆ แล้ว คนที่ออกแบบระบบนี้ อาจจะตั้งใจให้เป็นแบบนี้ก็ได้ จะได้มีช่องทางมากมายในการคอร์รัปชัน เพราะมีความซับซ้อน เข้าใจยาก ทำให้ตรวจสอบยาก แต่โกงง่าย(เพิ่มกระบวนการที่ไม่จำเป็น → ทำให้ซับซ้อน → สร้างช่องโหว่ → ช่วงชิง)⦅👎👎👎🖐️⦆

(ช่องโหว่ทาง “กฎเกณฑ์”)

หลายครั้ง การทำร้ายคนอื่นด้วยคำพูด คนที่โดนอาจจะเจ็บปวดยิ่งกว่าการถูกทำร้ายทางร่างกายก็ได้ แต่กลับตัดสินยาก พิสูจน์ยาก เพราะภาษาเป็นเรื่องของการตีความ ไม่เหมือนบาดแผลทางร่างกายที่เข้าใจง่าย แผลก็คือแผล ช้ำก็คือช้ำ เลือดออกก็คือเลือดออก พิการก็คือพิการ ฯลฯ จึงเป็นช่องโหว่ทางกฎหมาย ให้คนที่อยากทำให้คนอื่นเจ็บปวด ใช้วิธีทำร้ายทางจิตใจด้วยคำพูดแทน(ใช้ช่องโหว่ → โจมตี)⦅👎👎👎⦆

(การสร้างช่องโหว่ “หลอก ๆ”)

ในการสร้างช่องโหว่ บางครั้งก็จะช่องโหว่แบบ “หลอก ๆ” หรือ “ปลอม ๆ” ขึ้นมา คือไม่ได้เกิดจากความผิดพลาด หรือไม่ได้ตั้งใจ แต่จงใจสร้างขึ้นมาเลย เพื่อเป็นเหยื่อล่อให้อีกฝ่ายเข้ามาทำอะไรบางอย่างกับช่องโหว่นั้น แล้วจึงตลบหลัง ซ้อนแผนอีกที.เป็นคอมโบระหว่างกลศึกประเภท “การบิดเบือน”, “ช่องโหว่”, และ “การหลอกล่อ”(บิดเบือน → สร้างช่องโหว่ → หลอกล่อ)

ในการต่อสู้ บางคนอาจจะทำเป็นใช้ท่าหรือจังหวะที่มีช่องโหว่ เช่น ทำเป็นต่อยพลาด หรือทำเป็นเปลี่ยนกระสุน ฯลฯ . แต่จริง ๆ เป็นการสร้างช่องโหว่หลอก ๆ ที่เตรียมการรับมือไว้แล้ว เช่น พออีกฝ่ายสวนมาเพราะต่อยพลาด ก็อาจจะต่อยโดนเกาะเหล็กที่แอบซ่อนไว้จนเจ็บมือ หรือพอศัตรูจะออกมายิงตอนที่เปลี่ยนกระสุน ก็ทำให้อีกฝ่ายเผยตำแหน่งออกมา แล้วให้คนอื่นที่แอบอยู่โจมตีกลับไปก็ได้ ฯลฯ(บิดเบือน → สร้างช่องโหว่ → หลอกล่อ → ใช้กับดัก → โจมตี)⦅👎👎👎⦆

ในสงคราม บางกองทัพอาจจะแกล้งทำเป็นเปิดช่องโหว่ เช่น เมื่ออีกฝ่ายทำเป็นโจมตี เพื่อหลอกล่อให้ยกทัพออกจากฐานไปช่วย จะได้บุกมาโจมตีฐานทัพได้ง่าย ก็เลยแกล้งทำตามแผนของอีกฝ่าย คือทำเป็นยกทัพออกไป แต่จริง ๆ คือรู้อยู่แล้วว่าอีกฝ่ายจะบุกมา เลยวางกับดักไว้ที่ฐานทัพตัวเอง เป็นการซ้อนแผนอีกที(ล่วงรู้ ⇒ บิดเบือน → สร้างช่องโหว่ → หลอกล่อ → ใช้กับดัก → โจมตี)⦅👎👎👎⦆

ในการออกโปรโมชัน นักการตลาดบางคน อาจจะแกล้งออกโปรโมชันที่ถูกเป็นพิเศษ ให้ดูเหมือนนาน ๆ มีทีหนึ่ง เพื่อให้ลูกค้าเชื่อว่าตัวเองได้ของถูกกว่าคนอื่น ได้ดีลลับ ดีลพิเศษ ทำให้รู้สึกคุ้มค่าและภูมิใจในตัวเอง . แต่จริง ๆ แล้ว นี่อาจจะไม่ได้เป็นโปรพิเศษอะไรขนาดนั้นและมีเป็นประจำ และก็มีลูกค้าหลายคนที่ได้ราคาใกล้เคียงกัน(บิดเบือน → สร้างช่องโหว่ → หลอกล่อ → (ทำให้รู้สึกคุ้มค่า + ทำให้ภูมิใจ))⦅⦅👎 / -⦆🖐️⦆

(การ “ลองไปเรื่อย ๆ” เพื่อหาช่องโหว่)

วัตถุบางอย่าง เช่น ลิ้นชักที่ล็อก หรือประตูที่ล็อก หรือของเล่นปริศนา ฯลฯ บางคนอาจจะลองทำบางอย่างมั่ว ๆ เช่น แกะ แงะ งัด ดึง หมุด บิด เปิดปิดเร็ว ๆ ผลักให้สุดแล้วดึงทีเดียว ฯลฯ ไปเรื่อย ๆ ก็อาจจะเจอช่องโหว่ทางกลไกบางอย่างขึ้นมาก็ได้((ลอง + ทำอย่างไม่สม่ำเสมอ) → หาช่องโหว่)⦅⦅~👎 / -⦆🖐️❓⦆. เพราะคนที่ออกแบบวัตถุชิ้นนั้น ก็อาจจะไม่คิดว่าจะมีคนทำอะไรแบบนี้ เลยไม่ได้ออกแบบเผื่อไว้

โปรแกรมบางอย่าง บางคนอาจจะลองกดตรงนู้นที ตรงนั้นที หรือกดบางปุ่มย้ำ ๆ เร็ว ๆ หรือกดตอนอะไรบางอย่างกำลังโหลดอยู่ หรือกดหลาย ๆ ปุ่มพร้อมกัน หรือใช้หลายฟีเจอร์พร้อมกัน ฯลฯ เผื่อมีข้อผิดพลาด หรือบัคเกิดขึ้น((ลอง + ทำอย่างไม่สม่ำเสมอ) → หาช่องโหว่)⦅⦅~👎 / -⦆🖐️❓⦆. หรือบัคของเกม หลายครั้งคนที่เจอก็มักจะเป็นผู้เล่นที่ซน ชอบลองทำอะไรแผลง ๆ

กีฬาบางอย่าง เช่น แบตมินตันแบบคู่ หรือเทนนิสแบบคู่ หรือวอลเลย์บอล ฯลฯ ถ้าลองตีไปในทิศทางต่าง ๆ ไม่แน่นอน ซ้ายบ้าง ขวาบ้าง หน้าบ้าง หลังบ้าง ไปเรื่อย ๆ ก็อาจจะมีสักครั้งที่อีกฝ่ายเผลอยืนตำแหน่งไม่ดี จนเกิดเป็นช่องโหว่ขึ้นมาก็ได้ แล้วก็ตีไปตรงจุดนั้น เพื่อทำคะแนน(ทำอย่างไม่สม่ำเสมอ → หาช่องโหว่ → โจมตี)

ในสนามรบ แม่ทัพคนหนึ่งนำกองกำลังของตัวเองออกไปปะทะกับฝ่ายตรงข้ามเรื่อย ๆ ด้วยกลวิธีต่าง ๆ ไม่แน่นอน คาดเดาไม่ได้ ลองไปเรื่อย ๆ ก็อาจจะมีสักครั้งที่อีกฝ่ายเกิดช่องโหว่อะไรบางอย่างขึ้นมา เช่น ทหารไปกองในจุดเดียวกันมากเกินไป จนมีบางจุดที่คนน้อย แล้วก็เข้าไปยึดพื้นที่นั้น หรือทหารสับสน อลหม่าน ไม่เป็นเอกภาพ ไม่รู้จะฟังคำสั่งใคร ต้องทำอะไร หรือล่อให้ออกห่างจากพื้นที่สำคัญ ฯลฯ แล้วก็ใช้ช่องโหว่นี้ชิงความได้เปรียบ((หลอกล่อ + ทำอย่างไม่สม่ำเสมอ + ใช้จำนวน) → หาช่องโหว่ → ทำให้ได้เปรียบ)⦅👎👎👎⦆





← กลศึกที่ 24 : การเผื่อกลศึกที่ 26 : การปฏิสัมพันธ์ →