กลศึกที่ 25: ช่องโหว่
กลศึกประเภท “ช่องโหว่” เป็นกลอุบายที่เกี่ยวกับ "จุดบกพร่อง อันเกิดจากความไม่สมบูรณ์แบบของบางอย่าง ซึ่งเกิดจากความไม่ตั้งใจ"
- ช่องว่าง
- จุดบอด
- การอยู่นอกขอบเขต
- การเป็นขอบ
- การซ้อนทับ
- ความไม่เท่าเทียม
- การเป็นเศษ
- การใช้ในทางที่ผิดได้
- การใช้วิธีอื่นแทนได้
- ความผิดพลาด
- ความซับซ้อน
- กายภาพ
- การวางตำแหน่ง
- กระบวนการ
- ระบบ
- กฎเกณฑ์
- โอกาส
- การคำนวณ
- รูปลักษณ์
- ภาษา
- จิตวิทยา
| ตัวอย่าง | รูปแบบ | ช่องโหว่ทาง… |
|---|---|---|
| ซ่อนของในช่องว่าง เช่น รอยแยกในกำแพง ช่องแอร์ ใต้เบาะรถ ใต้กรอบรูป ฯลฯ | ช่องว่าง | กายภาพ |
| ทีมฟุตบอล เทผู้เล่นไปที่ฝั่งหนึ่งของสนามเยอะ ทำให้อีกฝั่งหนึ่งว่าง เลยเป็นช่องโหว่ให้บุกได้ง่าย | ช่องว่าง | การวางตำแหน่ง |
| ระหว่างพักประชุม แอบใช้จุดอับของสถานที่ เช่น ห้องน้ำ หรือมุมสูบบุหรี่ ฯลฯ ทำข้อตกลงกันลับ ๆ นอกรอบ | จุดบอด | กายภาพ |
| ทหารฝ่ายตรงข้าม แอบเคลื่อนทัพนอกระยะของเรดาร์ หรือนอกเส้นทางสำรวจของหน่วยตรวจตรา | การอยู่นอกขอบเขต | กายภาพ |
| รีบกินให้เสร็จ เพราะคนสุดท้ายต้องล้างจาน | การเป็นขอบ | กระบวนการ |
| เดินเป็นกลุ่มในสถานที่อันตราย คนที่อยู่หน้าสุดกับคนท้ายสุด มักจะเสี่ยงกว่าคนอื่น | การเป็นขอบ | การวางตำแหน่ง |
| แอบเนียนกินฟรีในง่ายแต่ง ฝั่งเจ้าบ่าวก็นึกว่าเป็นฝั่งเจ้าสาว ฝั่งเจ้าสาวก็นึกว่าเป็นฝั่งเจ้าบ่าว | การซ้อนทับ | กระบวนการ |
| ซื้อของรุ่นถูก แต่เลือกสีและดีไซน์เดียวกับที่รุ่นแพงมี คนอื่นก็อาจจะคิดว่าเราซื้อรุ่นแพง | การซ้อนทับ | รูปลักษณ์ |
| ซื้อของอย่างเดียวกันจากแหล่งที่ถูก ไปขายในแหล่งที่แพง เพื่อทำกำไรจากส่วนต่างของราคา | ความไม่เท่าเทียม | โอกาส |
| เลือกทำงานที่ง่ายแต่ดูเหมือนแยก และหลีกเลี่ยงงานที่ยากแต่ดูเหมือนง่าย | ความไม่เท่าเทียม | การคำนวณ |
| นักการเมืองโกงเงินทอน หรือเงินส่วนต่าง เพราะง่ายกว่าโกงเงินก้อนหลัก | การเป็นเศษ | การคำนวณ |
| แต่งงานกับคนในประเทศหนึ่ง เพื่อให้ได้สิทธิ์พำนักในประเทศนั้น ไม่ได้มีความสัมพันธ์กันจริง ๆ | การใช้ในทางที่ผิดได้ | กฎเกณฑ์ |
| แจกของจำเป็นให้นักโทษ เช่น แปรงสีฟัน ช้อน ผ้าห่ม ฯลฯ แต่เอาไปดัดแปลงเป็นอุปกรณ์แหกคุก | การใช้ในทางที่ผิดได้ | กายภาพ |
| ตัวตู้เซฟออกแบบมาแข็งแรง ไม่สามารถงัดได้ เลยยกไปทั้งตู้เซฟ | การใช้วิธีอื่นแทนได้ | กายภาพ |
| มีกฎหมายควบคุมราคา เลยไปคิดเป็นค่าบริการแทน | การใช้วิธีอื่นแทนได้ | กฎเกณฑ์ |
| เจาะบัคของโปรแกรม เพื่อขโมยข้อมูลส่วนตัวของผู้ใช้ | ความผิดพลาด | ระบบ |
| แอบขโมยของ ท่ามกลางงานเลี้ยงที่เอะอะ วุ่นวาย ต่างคนต่างทำอะไรของตัวเอง เลยไม่มีใครสังเกตเห็น | ความซับซ้อน | กระบวนการ |
(1. ช่องโหว่ที่อยู่ในรูปแบบของ "ช่องว่าง")
ช่องโหว่ที่อยู่ในรูปแบบของ “ช่องว่าง” เป็นช่องโหว่ที่เป็นลักษณะของช่องว่างของบางอย่าง เช่น ช่องว่างของสิ่งของ ช่องว่างของสถานที่ ช่องว่างระหว่างกระบวนการ ช่องว่างที่เกิดจากความหละหลวมของการวางตำแหน่ง ช่องว่างทางโอกาส ฯลฯ . บางครั้งก็เรียกว่า “พื้นที่ว่าง” หรือ “ช่องโหว่” หรือ “รูโหว่” ขึ้นอยู่กับบริบท
นักรบที่แม้จะสวมเกาะ ก็ยังมีช่องโหว่ตามจุดต่าง ๆ เช่น ข้อมือ ข้อเท้า ข้อพับต่าง ๆ ใต้วงแขน ช่องที่ใช้มอง ฯลฯ ที่คู่ต่อสู้สามารถโจมตีได้(ใช้ช่องโหว่ → โจมตี)
ช่องโหว่ที่อยู่ตามสิ่งของหรือสถานที่ต่าง ๆ เช่น รอยแยกในกำแพง หรือใต้เบาะรถยนต์ หรือหลังกรอบรูป ฯลฯ . บางคนก็อาจจะเอามาใช้ซ่อนของบางอย่าง(ใช้ช่องโหว่ → ซ่อนเร้น)⦅⦅👎 / -⦆🖐️⦆หรือบางคนก็ใช้ซ่อนกล้องแอบถ่ายคนอื่น(ใช้ช่องโหว่ → ซ่อนเร้น → เก็บร่องรอย)⦅👎👎👎⦆
ในเกมหรือหนังที่มีฉากรอบเร้น หรือฉากแหกคุก หรือฉากดักฟัง ฯลฯ บางตัวละครก็อาจจะแอบซ่อนในช่องแอร์ หรือท่อระบายน้ำ หรือช่องใต้หลังคา ฯลฯ(ใช้ช่องโหว่ → ซ่อนเร้น)
ในการแข่งฟุตบอล ถ้ามีผู้เล่นทีมใดทีมหนึ่ง เทไปกระจุกรวมกันที่ส่วนใดส่วนหนึ่งของสนามมากไป ก็อาจจะทำให้ส่วนอื่นเกิดความหละหลวม การป้องกันต่ำ แล้วถ้ามีผู้เล่นทีมตรงข้ามหลุดเข้าไปได้ ก็อาจจะไหลยาวไปจนถึงประตูเลยก็ได้(ใช้ช่องโหว่ → จู่โจม)
ในการแข่งกีฬาที่มีการตีลูกข้ามกันไปกันมา เช่น แบตมินตัน หรือเทนนิส หรือวอลเลย์บอล ฯลฯ ถ้าเราเผลอยืนตำแหน่งไม่ดี มีจุดอยู่ไกลจากตัวเองมากเกินไป ก็อาจเป็นช่องโหว่ ให้ฝ่ายตรงข้ามตีลูกมาตรงนั้น แล้วเราก็วิ่งไปรับไม่ทันได้(ใช้ช่องโหว่ → โจมตี). หรือบางครั้งก็อาจจะเกิดจากการหลอกล่อของฝ่ายตรงข้าม ให้เคลื่อนไหวผิดตำแหน่ง จนเกิดช่องโหว่(หลอกล่อ → สร้างช่องโหว่)
ในการสงคราม บางครั้งก็จะมีการสั่งให้เคลื่อนกองทัพไปทำอะไรสักอย่าง ทำให้เกิดจุดที่ไม่มีกองทัพอยู่ หรือมีกองทัพอยู่น้อย จนเกิดเป็นช่องโหว่ให้ฝ่ายตรงข้ามบุกเข้าโจมตีได้(ใช้ช่องโหว่ → โจมตี). ซึ่งบางครั้งก็เกิดจากการหลอกล่อของฝ่ายตรงข้าม เช่น ทำเป็นบุกจุดอื่น เพื่อให้เคลื่อนทัพออกไปช่วย(โจมตี → บิดเบือน → หลอกล่อ → สร้างช่องโหว่ → โจมตี)หรือปล่อยข่าวปลอมว่าเมืองหลวงกำลังมีปัญหา ให้รีบกลับมาช่วยด่วน(บิดเบือน → หลอกล่อ → สร้างช่องโหว่ → โจมตี)หรือปล่อยข่าวหลอกพระราชาว่ากองทัพจะก่อการกบฏ ให้รีบเรียกกลับ(บิดเบือน → หลอกล่อ → ใช้อำนาจ → สร้างช่องโหว่ → โจมตี)ฯลฯ⦅👎👎👎⦆
ช่องโหว่รูปแบบนี้ ถ้าถูกใช้ในของกระบวนการ ก็จะอยู่ในรูปแบบของ “ช่องว่างระหว่างกระบวนการ” . ซึ่งจัดเป็นทั้งกลศึกประเภท “ช่องโหว่” และ “จังหวะเวลา”(ใช้จังหวะ)
ในหนังหรือเกมที่มีฉากรอบเร้น บางตัวละครก็ใช้จังหวะที่คนเฝ้ายาม หรือพนักงานรักษาความปลอดภัย เปลี่ยนกะหรือไปเข้าห้องน้ำ แล้วลอบเข้าไปหรือออกมาอย่างรวดเร็ว . หรือนักโทษหรือเชลยศึกแอบหนีไประหว่างเปลี่ยนกะของผู้คุม(ใช้จังหวะ ⇒ ทำอย่างฉับพลัน → ซ่อนเร้น)
ในการต่อสู้ มักจะเกิดช่องโหว่ขึ้นในจังหวะที่กำลังเปลี่ยนท่า เช่น หลังจากออกหมัดหรือเตะไปแล้ว กำลังจะชักแขนหรือขากลับมา หรือตอนที่กำลังเปลี่ยนลูกธนูหรือกระสุน หรือในเกมต่อสู้ ก็อาจเป็นตอนที่กำลังร่ายสกิล หรือตอนที่สกิลคูลดาวน์อยู่ ฯลฯ อีกฝ่ายก็สามารถอาศัยช่องโหว่นี้ในการโจมตีได้(ใช้จังหวะ → โจมตี)
ในการสงคราม บางครั้งก็จะมีการบุกโจมตี ในตอนที่ฝ่ายตรงข้ามเปลี่ยนตัวผู้นำ หรือคนที่อยู่ในสำคัญ ฯลฯ เพราะในระหว่างนั้นอาจจะยังไม่มีผู้ที่มีอำนาจสั่งการชัดเจน จึงอาจจะทำให้อีกฝ่ายโต้ตอบได้ช้ากว่าปกติ(ใช้จังหวะ → โจมตี)⦅👎👎👎⦆
บางคนเป็นสายเร็ว พอเห็นช่องว่างทางการตลาดแค่แว๊บเดียว ก็จะรีบเข้าไปเติมเต็มทันที เช่น เจ้าของร้านชานม พอเห็นว่าช่วงนี้อยู่ ๆ คนก็เริ่มพูดถึงชานมเผือก ก็รีบเอามาใส่ในเมนู จ้างคนรีวิว วางขายทันที รีบกอบโกยให้มากที่สุดในช่วงที่กำลังเป็นกระแส หรือบางคน พอเห็นคนเริ่มโพสต์ถามวิธีติดตั้งและใช้งานโปรแกรม A อยู่เนือง ๆ ก็รีบศึกษาแล้วเปิดคอร์สสอนใช้โปรแกรม A ทันทีเลย ฯลฯ(ล่วงรู้ ⇒ (ใช้ช่องโหว่ + ทำอย่างฉับพลัน))⦅❓⦆
(2. ช่องโหว่ที่อยู่ในรูปแบบของ "จุดบอด")
ช่องโหว่ที่อยู่ในรูปแบบของ “จุดบอด” เป็นลักษณะของสิ่งที่ “ถูกบดบัง” หรือ “ไม่อยู่ในสายตา” หรือ “ไม่อยู่ในการมองเห็น” หรือ “สังเกตเห็นได้ยาก” หรือ “ถูกมองข้ามไป” . บางครั้งก็เรียกว่า “จุดอับ”
คนที่ต้องการจะดักปล้นหรือฉุดคนอื่นในพื้นที่สาธารณะ ก็มักจะใช้ในจุดอับสายตา เช่น ในสถานที่มืด ๆ ในเวลากลางคืน หรือหลบอยู่หลังพุ่มไม้หรือตู้กดน้ำ หรือซอยเปลี่ยว หรือตึกร้าง หรือสถานีร้าง หรือสถานีปลายทางที่คนน้อย ฯลฯ . หรือถ้าเป็นในอาคาร เช่น บันไดหนีไฟ หรือลิฟต์ที่ไม่มีกล้องวงจร หรือลานจอดรถ หรือห้องเก็บของ หรือทางเดินที่ไม่ค่อยมีคนใช้ ฯลฯ(ใช้ช่องโหว่ → ซ่อนเร้น → ช่วงชิง)⦅👎👎👎⦆. เราจึงต้องระวังจุดเหล่านี้เป็นพิเศษ
บางคน เวลาจะแอบกินน้ำอัดลมของคนที่บ้าน ถ้าเป็นขวดใส ก็อาจจะรอให้ระดับน้ำอยู่ระหว่างฉลากขวดน้ำ แล้วพอกินไปแล้ว ระดับน้ำลดลง แต่ถ้ายังอยู่ในระหว่างฉลากอยู่ ก็ยังสังเกตเห็นได้ยากว่ามีคนกินไป(ใช้ช่องโหว่ → ซ่อนเร้น → ช่วงชิง)⦅👎🖐️⦆
ในสงคราม บางกองทัพก็จะที่ที่เป็นจุดอับเพื่ออำพรางตัวเอง เช่น หลบในป่าไม้ หรือหมอบอยู่หลังพุ่มไม้ หรือหลบอยู่ตามซอกเขา หรือเนินเขา หรือหุบเขา ฯลฯ(ใช้ช่องโหว่ → ซ่อนเร้น)⦅👎👎👎⦆
สัตว์ป่า หรือตัวละครในหนังสายลับ หรือในเกมลอบเร้น เวลาจะลอบจู่โจม ก็มักจะค่อย ๆ ย่องมาจากด้านหลัง หรือด้านข้างที่เลยมุมองศาที่เหยื่อมองเห็น . หรืออีกวิธีคือแอบซ่อนตัวตามสิ่งกีดขวาง เช่น พุ่มไม้ หรือมุมเสา หรือชั้นเก็บของ หรือทางเลี้ยว หรือใต้น้ำ ฯลฯ แล้วค่อย ๆ กระเถิบจากสิ่งกีดขวางหนึ่งไปสู่สิ่งกีดขวางถัดไปเรื่อย ๆ จนเข้าใกล้เป้าหมายแล้วจู่โจมเป็นไม่ทันตั้งตัว((ใช้ช่องโหว่ + ทำทีละนิด) → ซ่อนเร้น → โจมตี)
ในหนังต่อสู้ ฉากที่ตัวเอกที่ถูกศัตรูหลายคนรุม ถ้ามีศัตรูคนโจมตีมาจากข้างหลัง หรือเลยองศาที่สายตามนุษย์มองเห็น คือประมาณ 180-200 องศา ก็จะมองไม่เห็น(ใช้ช่องโหว่ → โจมตี). แต่ในหนังก็มักจะแก้ทาง เช่น มีผ่านกระจกหรือสิ่งที่สะท้อนแสง ให้ตัวเอกมองผ่านได้พอดี
คนที่มีอำนาจ เช่น นักธุรกิจ หรือนักการเมือง ฯลฯ เวลามาเจอกันในสถานที่บางแห่ง เช่น สนามกอล์ฟ หรือห้องประชุมในโรงแรม ฯลฯ ก็อาจจะใช้จุดอับของสถานที่นั้น ๆ เช่น ห้องน้ำ หรือมุมสูบบุหรี่ หรือห้องอาบน้ำ หรือห้องแต่งตัว หรือทางเดินที่ไม่มีคนผ่าน หรือห้องที่ไม่มีคนใช้ หรือโรงอาหาร ฯลฯ เพื่อแอบคุยกันลับ ๆ เช่น แอบสร้างข้อตกลงลับ ๆ ไม่ให้คนอื่นรู้ หรือแอบส่งข้อมูลให้กัน หรือแอบซื้อตัวฝ่ายตรงข้าม หรือแอบมีความสัมพันธ์เชิงชู้สาวกัน ฯลฯ(ใช้ช่องโหว่ → ซ่อนเร้น)⦅~👎🖐️❓⦆
งานที่ต้องอยู่หน้าจอคอม แล้วถ้าไม่มีใครอยู่ด้านหลัง บางคนก็อาจจะเปิดอะไรเล็ก ๆ น้อย ๆ ดูระหว่างทำงาน หรืออาชีพที่ต้องเดินทางจากที่หนึ่งไปที่หนึ่ง เช่น พนักงานส่งของ หรือนักขาย ฯลฯ บางคนอาจจะแวะไปทำธุระส่วนตัวเล็กน้อย(ใช้ช่องโหว่ → สร้างผลพลอยได้)⦅👎🖐️❓⦆
ตอนเรียนที่โรงเรียน ในระหว่างเปลี่ยนคาบเรียนที่ต้องเดินไปเรียนที่อื่น เช่น เดินไปห้องดนตรี เดินไปห้องศิลปะ เดินไปสนามกีฬา ฯลฯ ถ้าเป็นเวลาที่โรงอาหารเปิดพอดี บางทีผู้เขียนก็จะแอบแว๊บไปกินข้าวที่โรงอาหาร แล้วค่อยขึ้นไปเรียน จะได้ไม่ต้องเสียเวลาต่อแถวซื้ออาหารตอนพักเที่ยง ซึ่งผู้เขียนเป็นคนที่เดินเร็วและกินเร็วอยู่แล้ว เลยมักจะเข้าห้องเรียนทันเวลา แถมบางครั้งยังไปถึงก่อนเพื่อนบางคนด้วยซ้ำ(ใช้ช่องโหว่ ⇒ ทำอย่างฉับพลัน)⦅👎❓⦆
ช่องโหว่รูปแบบนี้ ถ้าถูกใช้ในเรื่องของโอกาส ก็จะอยู่ในรูปแบบของโอกาสที่ “คนมักจะมองข้าม” หรือ “ไม่ค่อยมีคนรู้”.เป็นคอมโบระหว่างกลศึกประเภท “การล่วงรู้” และ “ช่องโหว่”(ล่วงรู้ ⇒ ใช้ช่องโหว่)
บางคนเห็นช่องว่างทางการตลาดที่คนอื่นมองข้าม เช่น เห็นว่ายังไม่มีเสื้อผ้าสำหรับผู้ชายตัวเล็กโดยเฉพาะ ก็เลยทำแบรนด์เสื้อผ้าประเภทนี้ขึ้นมา(ล่วงรู้ ⇒ ใช้ช่องโหว่). หรือเห็นว่าช่วงนี้มีขนมชนิดหนึ่งที่กำลังเป็นที่นิยม อยู่ ๆ คนก็ชอบกินตาม ๆ กัน แต่หลายคนก็ห่วงเรื่องของสุขภาพด้วย เลยรีบเอาขนมชนิดนั้นมาทำเป็นขนมเพื่อสุขภาพ ก่อนที่จะมีคนทำ(ล่วงรู้ ⇒ (ใช้ช่องโหว่ + ทำอย่างฉับพลัน))ฯลฯ
คนที่เชี่ยวชาญในการประเมินมูลค่าอสังหาริมทรัพย์ ถ้าวันหนึ่งดันเจอกับอาคารที่ดีมาก ๆ แต่คนอื่นกลับมองไม่เห็น ไม่รู้ว่าดีขนาดนี้ ก็อาจจะทำให้เขาได้ของดีมาในราคาถูก(ใช้จุดแข็ง → ล่วงรู้ ⇒ ใช้ช่องโหว่)
คนที่เชี่ยวชาญในการหาช่องโหว่ทางโปรโมชันต่าง ๆ เช่น คูปองส่วนลด หรือโค้ดส่วนลด หรือวันเวลาที่ถูกที่สุด หรือแต้มคะแนนสะสมต่าง ๆ ฯลฯ ก็ทำให้เขามักจะได้ของราคาถูกกว่าคนอื่นมากอยู่เป็นประจำ(ใช้จุดแข็ง → ล่วงรู้ ⇒ ใช้ช่องโหว่)
(3. ช่องโหว่ที่อยู่ในรูปแบบของ "การอยู่นอกขอบเขต")
ช่องโหว่ที่อยู่ในรูปแบบของ “การอยู่นอกขอบเขต” เป็นลักษณะของการที่บางอย่าง “อยู่นอกขอบเขต” หรือ “อยู่นอกเส้นทาง” หรือ “อยู่พ้นระยะ” หรือ “อยู่นอกอำนาจ” ของบางอย่าง
ในการสงคราม บางกองทัพก็อาจจะแอบเคลื่อนทัพในระยะที่อีกฝ่ายสอดส่องมาไม่ถึง เช่น อยู่ไกลเกินกว่าที่คนเฝ้ายามจะมองเห็น หรือส่องกล้องมาเห็น หรือไกลเกินกว่าที่เรดาร์จะตรวจจับถึง ฯลฯ หรือถ้ารู้เส้นทางของหน่วยลาดตระเวนฝ่ายตรงข้าม ก็อาจจะเลี่ยงไม่ให้ถูกจับได้ได้(ใช้ช่องโหว่ → ซ่อนเร้น)⦅👎👎👎⦆
แม่ทัพเก่ง ๆ หรือกองทัพเก่ง ๆ ที่ผ่านศึกมาอย่างโชกโชน ก็อาจจะคุ้มครองได้แค่เขตเมืองสำคัญ แต่ถ้าเป็นเมืองที่อยู่ไกลออกไป ที่พื้นที่ธุรกันดารบางอย่าง ก็อาจจะเป็นช่องโหว่ให้ศัตรูบุกโจมตีได้(ใช้ช่องโหว่ → โจมตี)⦅👎👎👎⦆
องค์กรบางแห่ง จ้างบริษัทที่เชี่ยวชาญมาออกแบบและดูแลระบบโปรแกรมในองค์กร แต่ก็อาจจะไม่ได้ครอบคลุมระบบทั้งหมด เพราะมีส่วนที่เป็นความลับสำคัญ ไม่สามารถให้คนนอกเข้าถึงข้อมูลได้ เลยไม่ได้ให้ผู้เชี่ยวชาญมาดูแลจุดนั้น จุดนั้นจึงเป็นระบบแบบหละหลวม ที่ถูกออกแบบมาไม่ดี ผู้ที่ไม่หวังดีก็อาจจะเห็นช่องโหว่ แล้วโจมตีตรงจุดนั้นได้(ใช้ช่องโหว่ → โจมตี)⦅👎👎👎⦆
ผู้สูงอายุบางคน พอเกษียณแล้วก็จะมีเงินเก็บที่สะสมระดับหนึ่ง ก็เลยจ้างพยาบาลมาคอยดูแล มิจฉาชีพเลยไม่กล้ามาหลอกเอาเงิน แต่พอนอกเวลางาน พยาบาลเหล่านั้นก็ไม่อยู่ เลยเป็นช่องโหว่ให้มิจฉาชีพเหล่านั้นมาหลอกลวงเอาเงินได้(ใช้ช่องโหว่ → ช่วงชิง)⦅👎👎👎⦆
(4. ช่องโหว่ที่อยู่ในรูปแบบของ "การเป็นขอบ")
ช่องโหว่ที่อยู่ในรูปแบบของ “การเป็นขอบ” เป็นลักษณะของการเป็น “ขอบ” ของบางอย่าง เช่น การอยู่ “ริม" หรือการอยู่ “ขอบ” หรือการอยู่ “มุม” หรือการอยู่ “หน้าสุด” หรือการอยู่ “ท้ายสุด” หรือการเป็น “อันแรก” หรือการเป็น “อันสุดท้าย” หรือการเป็น “คนแรก” หรือการเป็น “คนสุดท้าย” ฯลฯ
เวลาทำหรือสั่งอาหารมากิน บางคนพยายามไม่กินให้เสร็จเป็นคนสุดท้าย เพราะขี้เกียจล้างจาน(หลีกเลี่ยงช่องโหว่)⦅👎🖐️⦆
สมมติว่า ที่บ้านต้มแกงหม้อใหญ่ หรือต้มน้ำสมุนไพรใส่เหยือก ไว้เทกินด้วยกัน บางทีจะชอบเหลือนิดหน่อยตอนใกล้หมด ไม่ยอมหมดสักที เพราะคนที่กินหมดเป็นคนสุดท้าย จะต้องเป็นคนล้างเหยือกหรือหม้อใบใหญ่ ก็เลยมีบางคนที่ขี้เกียจ จะไม่ยอมกินให้หมดถ้าเหลือน้อย ๆ(หลีกเลี่ยงช่องโหว่)⦅👎🖐️⦆
จริง ๆ เราอาจจะทำตรงกันข้ามก็ได้นะ (อันนี้ผู้เขียนแนะนำ) คือถ้าเราเห็นว่าเหลือน้อย ๆ เราก็อาจจะหาขวดเล็ก ๆ หรือหม้อใบเล็กมาเทใส่ จะได้ให้คนที่มากินต่อสะดวก เราสามารถแสดงน้ำใจโดยการเอาไปล้างให้ก็ได้⦅👍👍👍⦆
คนที่กลับถึงบ้านหรือไปถึงที่ทำงานเป็นคนแรก ก็มักจะต้องทำบางอย่างมากกว่าคนอื่น เช่น เปิดไฟตามจุดต่าง ๆ เปิดแอร์ เปิดผ้าม่าน เปิดหน้าต่าง ฯลฯ . ในทางกลับกัน คนที่ออกจากบ้านหรือกลับจากที่ทำงานเป็นคนสุดท้าย ก็มักจะต้องทำบางอย่างมากกว่าคนอื่นเช่นกัน เช่น ไล่ปิดไฟ ปิดแอร์ ปิดหน้าต่าง ปิดผ้าม่าน ปิดอินเทอร์เน็ต เช็คสวิตซ์ต่าง ๆ เช็คเตาแก๊ส ล็อกประตู ฯลฯ . ส่วนคนตรงกลางก็มักจะไม่ต้องทำอะไร . บางคนเลยพยายามเลี่ยงไม่ไปถึงเป็นคนแรก และไม่ออกเป็นคนสุดท้าย(หลีกเลี่ยงช่องโหว่)⦅⦅👎 / -⦆🖐️⦆. ยิ่งบางออฟฟิศยุ่งยากกว่าปกติ เช่น มีสวิตซ์ไฟหลายจุด มีบัตรจอดรถเวียนกันใช้ ฯลฯ บางทีไม่รู้จะทำยังไง ก็ต้องโทรไปถามคนที่กลับดึกบ่อย ๆ
ในห้องเรียน เวลาครูเรียกให้ทำอะไร หลายครั้งก็มักจะเรียงตามเลขที่ คนที่มีเลขที่ต้น ๆ โดยเฉพาะเลขที่ 1 เลยซวยกว่าเพื่อน เพราะมักจะโดนก่อน แต่บางครั้งครูก็จะเรียงจากเลขที่สุดท้ายย้อนกลับมาเหมือนกัน คนที่มีเลขที่กลาง ๆ เลยมักจะได้เปรียบ เช่น ตอนเรียกให้ตอบคำถาม คนที่ถูกเรียกแรก ๆ ก็ต้องตอบทันที ไม่มีเวลาเตรียมคำตอบในหัว ส่วนคนที่ตอบทีหลังสามารถลอกคำตอบเพื่อนได้ หรือตอนเรียกให้ส่งงาน ถ้าอยู่ลำดับท้าย ๆ แล้วลืมทำหรือยังไม่เสร็จก็ยังลอกเพื่อนได้ หรือเอามาตรวจคำตอบกับเพื่อนได้ ฯลฯ . ถ้าเราเป็นครู เราก็อาจจะลองหาวิธีเรียงลำดับด้วยวิธีอื่นบ้าง จะได้ยุติธรรมมากขึ้น(หลีกเลี่ยงช่องโหว่)⦅👍⦆
ถ้าเอกสารที่สำคัญ มีข้อความสำคัญอยู่ตรงขอบหน้ากระดาษพอดี บางคนอาจจะอ้างว่าข้อความไม่ครบได้ เช่น ในเอกสารเขียนว่า “หนึ่งล้านห้าแสน” แล้วเขาก็อาจจะฉีกเอกสาร แล้วบอกว่า จริง ๆ คือ “หนึ่งล้านห้าแสนแปดหมื่น” แต่คำว่า “แปดหมื่น” ขาดไป เพื่อฟ้องเพิ่มเงินที่จะได้อีก 80,000 บาท(ใช้ช่องโหว่ → บิดเบือน → ช่วงชิง)⦅👎👎👎⦆
วิธีป้องกัน คือ ใส่คำลงท้ายลงไปเพื่อปิดช่องโหว่ เช่น ใส่คำว่า “บาท” ลงไป แล้วพอเขียนว่า “หนึ่งล้านห้าแสนบาท” เขาก็จะไม่สามารถใส่ "แปดหมื่น” ตามหลังได้แล้ว หรือถ้ากลัวว่าเขาจะอ้างเศษสตางค์ ก็อาจจะใส่คำว่า “ถ้วน” ลงไป เช่น “หนึ่งล้านห้าแสนบาทถ้วน” แบบเดียวกับที่ธนาคารทำ(ทำให้ชัดเจน → อุดช่องโหว่)
เวลาเดินไปสถานที่ที่เสี่ยงอันตราย เช่น ติดในเกาะร้าง หรือหลงป่า ฯลฯ ถ้าเดินไปกันเป็นกลุ่ม ตำแหน่งที่มักจะเสี่ยงอันตรายกว่าคนอื่นคือ คนที่อยู่หน้าสุดกับคนที่อยู่หลังสุด . บางคนเลยอาจจะพยายามอยู่ตรงกลาง ๆ จะได้ปลอดภัย(ใช้ช่องโหว่)⦅👎🖐️❓⦆. หรือเราอาจจะเสียสละให้คนที่อ่อนแอที่สุดเดินอยู่ตรงกลางเพราะปลอดภัยกว่า(หลีกเลี่ยงช่องโหว่)⦅👍👍👍⦆
ในสงครามก็เช่นกัน บางคนเลยพยายามที่จะหลีกเลี่ยงที่จะอยู่ในกองพันหรือกองร้อยที่อยู่แนวหน้า เพราะเวลาเข้าปะทะจะต้องเจอกับศัตรูก่อน . หรือบางทีก็รวมถึงกองที่อยู่รั้งท้าย หรืออาจรวมถึงปีกข้างซ้ายขวาด้วย เพราะอาจถูกลอบโจมตีจากทางด้านหลังหรือซ้ายขวาได้(หลีกเลี่ยงช่องโหว่)⦅🖐️⦆
เวลาไปทานอาหารร่วมกัน คนที่นั่งริมมักจะต้องคอยบริการคนอื่น เช่น ตักน้ำแข็ง เทน้ำ ส่งภาชนะให้ ฯลฯ . บางคนเลยพยายามไม่นั่งริม เพราะขี้เกียจทำอะไรแบบนี้(หลีกเลี่ยงช่องโหว่)⦅⦅👎 / -⦆🖐️❓⦆
ในทางกลับกัน บางคนกลับพยายามที่จะนั่งริม จะได้คอยบริการคนอื่น และใช้โอกาสนี้สร้างความสัมพันธ์ เช่น เอาใจลูกค้า หรือเอาใจผู้ใหญ่ หรือดูแลเพื่อนร่วมงาน หรือเอาใจใส่แฟน หรือง้อแฟน ฯลฯ เพราะในทางจิตวิทยาแล้ว ถือเป็นการแสดงความน้ำใจ และสร้างความเกรงใจไปในตัว . หรือบางคนก็ทำยิ่งกว่านี้อีก โดยการคอยสังเกตคนอื่น แล้วคอยสอบถาม เช่น เห็นคนข้าวใกล้หมดก็ “เอาข้าวเพิ่มไหมครับ ?” หรือน้ำใกล้หมดก็ “เติมน้ำไหมคะ ?” หรือเห็นเขาไม่อิ่มก็ “สั่งอะไรเพิ่มไหมครับ ?” ฯลฯ(ใช้ช่องโหว่ → สร้างความเกรงใจ → สร้างความสัมพันธ์)⦅👍👍🖐️⦆
เวลาทานอาหารร่วมกัน ตอนที่มีกับข้าวอยู่บนโต๊ะ คนมักจะไม่กล้าตักเป็นคนแรก เพราะในทางจิตวิทยาแล้ว เรากลัวจะถูกมองว่าเป็นคนเห็นแก่ตัว รีบตักก่อนคนอื่น . และคนมักจะไม่กล้าตักเป็นคนสุดท้ายเช่นกัน เพราะในทางจิตวิทยาแล้ว เรากลัวจะถูกมองเป็นคนเห็นแก่ตัว กวาดของที่เหลือไปหมด . บางคนเลยพยายามหลีกเลี่ยงที่จะตักเป็นคนแรกและคนสุดท้าย(หลีกเลี่ยงช่องโหว่ → สร้างภาพลักษณ์)⦅🖐️⦆. แต่บางคนก็แก้ปัญหาด้วยการเสนอ เช่น “พี่เปิดก่อนเลยครับ” หรือ “ชิ้นสุดท้ายแฟนสวย” หรือ “ถ้าไม่มีใครเอา ผมเอานะ” หรือถามตรง ๆ เลย “มีใครจะกินไหม ? จะได้ให้เขาเก็บไป” ฯลฯ
สมมติว่า วินมอเตอร์ไซค์เข้าหมู่บ้านแห่งหนึ่ง มีวิธีคิดราคาคือ เพิ่มทีละ 5 บาท ทุก ๆ 10 ซอย เช่น ถ้าลงซอยที่ 1-10 คิด 20 บาท ซอยที่ 11-20 คิด 25 บาท ซอยที่ 21-30 คิด 30 บาท ฯลฯ ไปเรื่อย ๆ . คนที่บ้านอยู่ซอยที่ 11 ถ้าไม่ได้อยู่ลึก ก็อาจจะลงหน้าปากซอยที่ 10 แล้วเดินต่อนิดหน่อย จะได้ประหยัดเงินไป 5 บาท(ใช้ช่องโหว่ → ทำให้ไม่ถึงเส้นเกณฑ์)⦅🖐️❓⦆
เจ้าของสินค้าบางคน อาจจะจงใจวางขายสินค้าตัวเองในราคา 290 บาท จะได้บอกว่า “200 กว่าบาท” เพราะไม่ว่าจะ 201 หรือ 299 บาท ก็ยังถือว่า 200 ร้อยกว่าบาทอยู่ดี แต่ความรู้สึกระหว่าง 200 กับ 300 กลับต่างกันเยอะ(ใช้ช่องโหว่ → ปรับมุมมอง)⦅⦅👎 / -⦆🖐️❓⦆
ในการเปิดตัวอะไรบางอย่างที่ใช้เวลาโปรโมตนาน ก็มักจะบอกเป็นรายปี เช่น จะเปิดตัวปี 2026 แล้วถ้าอยากจะเปิดตัวให้ช้าที่สุดโดยที่ให้ความรู้สึกเหมือนเร็วที่สุด เท่าที่จะเป็นไปได้ ก็จะต้องเปิดตัวปลายปี เพราะไม่ว่าจะ 1 มกราคม หรือ 31 ธันวาคม ก็ยังถือว่าอยู่ในปี 2026 อยู่ดี(ใช้ช่องโหว่ → ปรับมุมมอง)
หรืออีกวิธีคือ การเล่นคำ เช่น เปิดตัวที่ว่าหมายถึง “ตัวอย่าง” ไม่ใช่ตัวเต็ม หรือเปิดตัว “อย่างไม่เป็นทางการ” ส่วนตัวเต็มหรือวันที่เปิดตัวอย่างอย่างเป็นทางการนั้น ค่อยประกาศภายหลังอีกที แทนที่จะบอกตรง ๆ ว่าเลื่อน(ใช้ความกำกวม → บิดเบือน)
หรืออาจจะใช้ 2 วิธีผสมกันก็ได้ เช่น เปิดตัวอย่างไม่เป็นทางการต้นปีหรือกลางปีไปก่อน แล้วค่อยไปเปิดตัวอย่างเป็นทางการวันที่ 31 ธันวาคมแทน จะได้ดูเหมือนอยู่ในไทม์ไลน์ ทันเวลา สบาย ๆ((ใช้ช่องโหว่ + ใช้ความกำกวม) → ปรับมุมมอง)
(5. ช่องโหว่ที่อยู่ในรูปแบบของ "การซ้อนทับ")
ช่องโหว่ที่อยู่ในรูปแบบของ “การซ้อนทับ” เป็นลักษณะของบางอย่างที่ทับซ้อนกัน เช่น การทับซ้อนกันทางกายภาพ หรือการวางตำแหน่งที่ทับกัน หรือรูปลักษณ์ที่คล้ายกัน หรือความกำกวมของภาษา หรือความเป็นไปได้ที่ทับซ้อน (มีสองเหตุการณ์หรือมากกว่านั้นที่เป็นไปได้) ซึ่งสามารถตีความได้หลายแบบ ฯลฯ
ถ้าเราต้องการจะทำลายวัตถุบางอย่าง เราก็อาจจะลองหาส่วนที่เป็นจุดเชื่อมหรือข้อต่อ เช่น ตรงที่เป็นนอต หรือถูกทากาวไว้ หรือถูกเย็บติดกัน หรือถูกผูกให้ติดกัน ฯลฯ เพราะอาจแข็งแรงน้อยกว่าส่วนอื่นก็ได้(ใช้ช่องโหว่ → ทำลาย)
พื้นที่ชายแดนระหว่าง 2 ประเทศ ที่มีความซ้อนทับกัน ยังไม่มีเส้นแบ่งชัดเจนว่าส่วนไหนเป็นของประเทศไหนกันแน่ ถ้ายังตกลงกันไม่เรียบร้อย ก็อาจจะไม่มีประเทศไหนรับผิดชอบดูแลพื้นที่นี้อย่างจริงจัง จึงอาจจะเป็นช่องโหว่ให้บางคนลักลอบทำสิ่งผิดกฎหมายได้ เช่น ขนของหนีภาษี หรือขนสิ่งของที่กฎหมายห้าม หรือตัดไม้ทำลายป่า ฯลฯ(ใช้ช่องโหว่ → ซ่อนเร้น)⦅👎👎👎⦆. ทั้ง 2 ประเทศจึงควรพูดคุยและตกลงกันให้ชัดเจน แม้จะไม่ชัดเจนเรื่องเขตแดน แต่อย่างน้อย ชัดเจนเรื่องการหน้าที่ในดูแลพิ้นที่ก็ยังดี(รวมตัว → (สร้างความชัดเจน + สร้างพันธะ) → อุดช่องโหว่)⦅👍⦆
ในองค์กร บางทีก็จะงานบางงาน ที่ดันอยู่ก้ำกึ่งระหว่างทีม 2 ทีม หรือมากกว่านั้นพอดี จึงทำให้ไม่มีทีมไหนที่รับผิดชอบอย่างชัดเจน เลยมักจะมีปัญหาบางอย่างหลุดรอดออกมา เช่น ทีม A อาจจะบอกว่า “อ่าว พี่ก็นึกว่าทีม B เขาดูอยู่” ส่วนทีม B ก็อาจจะบอกว่า “อ่าว หนูก็นึกว่าเป็นงานของทีมพี่” ฯลฯ . เราจึงอาจจะช่วยกันมองหางานแบบนี้ให้เจอ และตกลงกันให้ชัดเจนตั้งแต่แรก ว่าใครรับผิดชอบตรงไหนบ้าง(รวมตัว → (สร้างความชัดเจน + สร้างพันธะ) → อุดช่องโหว่)⦅👍🖐️⦆
ช่องโหว่รูปแบบนี้ ถ้าถูกใช้ในเรื่องของกระบวนการ ก็จะอยู่ในรูปแบบของการที่มีความเป็นไปได้มากกว่า 1 ความเป็นไปได้มาซ้อนทับกัน ในช่วงเวลาเดียวกัน หรือที่เรียกว่า “ความเป็นไปได้ที่ทับซ้อน”
ถ้าเราเล่นแบตมินตัน หรือเทนนิสแบบคู่ แล้วอีกฝ่ายตีลูกมาตรงกลางระหว่างเรากับคู่ของเราพอดี เราก็อาจจะคิดว่าคู่ของเราจะตี ส่วนคู่ของเราก็อาจจะคิดว่าเราจะตี เลยไม่มีใครตีทั้งคู่ก็ได้ หรืออีกแบบคือ ต่างฝ่ายต่างคิดว่า ตัวเองต้องเป็นคนตี เลยชนกันเองก็ได้(ใช้ช่องโหว่ → โจมตี)
ถ้ามีคนแอบเนียนกินฟรีในงานแต่ง ฝั่งเจ้าบ่าวก็อาจจะคิดว่าเขาเป็นคนของฝั่งเจ้าสาว ส่วนฝั่งเจ้าสาวก็อาจจะคิดว่าเขาเป็นคนของฝั่งเจ้าบ่าว เลยอาจจะทำให้เขาก็ไม่ถูกจับได้ก็ได้(ใช้ช่องโหว่ → บิดเบือน → ช่วงชิง)⦅👎👎⦆
ถ้ามีคนต้องการแอบลอบเข้าไปในอาคารแห่งหนึ่ง ก็อาจจะเลือกลอบเข้าไปในวันที่มีคนนอกเข้ามาพอดี เช่น มีเจ้าหน้าที่ภายนอกมาประชุม หรือมีคนมาตรวจสอบอะไรบางอย่าง ฯลฯ คนที่เจอก็อาจจะไม่ได้เอะใจ เพราะคิดว่าเป็นคนนอกที่เข้ามาวันนี้(ใช้ช่องโหว่ → บิดเบือน → ซ่อนเร้น)⦅👎👎👎⦆
หรือถ้ามีการจ้างพนักงานรักษาความปลอดภัยมากกว่า 1 ทีม แล้วไม่สื่อสารกันให้ดีพอ พอมีคนอื่นแฝงตัวเข้ามา พนักงานที่เจอก็อาจคิดว่าเป็นคนของอีกทีมก็ได้(ใช้ช่องโหว่ → บิดเบือน → ซ่อนเร้น)⦅👎👎👎⦆
กองทัพผสม ที่เกิดจากหลาย ๆ เผ่า หรือหลาย ๆ ชาติ มารวมตัวเป็นพันธมิตรกัน ถ้าไม่มีระบบคัดกรองที่ดีพอ แล้วเกิดมีศัตรูแฝงตัวเข้ามา ก็อาจจะถูกจับได้ยาก เพราะไม่รู้ว่ามาจากเผ่าไหน จะแอบอ้างเป็นเผ่าอื่นก็ได้(ใช้ช่องโหว่ → บิดเบือน → ซ่อนเร้น)⦅👎👎👎⦆
ในวันเทศกาลที่มีการจุดพลุ ถ้าดันมีคนยิงกัน หรือมีโจรเข้าบ้าน หรืออุปกรณ์ใช้ไฟฟ้าบางอย่างระเบิดพอดี แล้วเราได้ยินเสียง เราก็อาจจะไม่ได้เอะใจ เพราะคิดว่าเป็นเสียงพลุก็ได้
ในหนังเรื่องหนึ่ง ตัวเอกต้องการจะใช้สว่านขุดอุโมงค์ เพื่อแอบลอบเข้าไปในโรงงานของตัวร้ายผ่านทางใต้ดิน เพราะต้องการขัดขวางที่ตัวร้ายกำลังแอบสร้างอาวุธอันตรายบางอย่างอยู่ แต่ปัญหาคือ การใช้สว่านขุดจะส่งเสียงดังมาก . ถ้าเป็นผู้อ่าน จะเขียนพล็อตหนังเรื่องนี้ยังไงให้ตัวเอกแอบขุดเข้าไปได้ ?
.🤔 ผู้อ่านลองคิดเล่น ๆ ดูก่อนก็ได้.....วิธีเขียนพล็อต ก็อาจจะให้การผลิตอาวุธอันตรายต้องใช้เสียงดังมากเช่นกัน เป็นเสียงของเครื่องจักรในโรงงานที่ทำงานเต็มสูบ ตัวร้ายเลยไม่รู้ว่ามีเสียงสว่านที่แอบขุดเข้ามา(ใช้ช่องโหว่ → ซ่อนเร้น)
บ้านที่มีหมาซน หรือมีเด็กที่ชอบรื้อของ ถ้ามีหัวขโมยเข้าไปรื้อหาของมีค่าในบ้าน ตอนแรกคนในก็อาจจะคิดว่าเป็นเพราะหมาหรือเด็กก็ได้ กว่าจะรู้ว่าเป็นขโมย หัวขโมยก็อาจจะหนีไปแล้ว(ใช้ช่องโหว่ → บิดเบือน → ช่วงชิง)⦅👎👎👎⦆
หรือบ้านที่มีลูกชายที่มักจะแอบขโมยของที่บ้านไปซื้อยามาเสพประจำ ถ้ามีโจรมาขโมยของ แทนที่จะคิดว่าเป็นขโมย ก็อาจจะคิดว่าลูกชายเป็นคนเอาไปก็ได้(ใช้ช่องโหว่ → บิดเบือน → ช่วงชิง)⦅👎👎👎⦆
บางคน อยากจะไปเที่ยวที่ที่ถูกที่บ้านห้ามไม่ให้ไป แต่ดันมีธุระต้องไปไปแถวนั้นพอดี เลยมีโอกาสให้แว็บไปหา โดยไม่ถูกสงสัยได้(ใช้ช่องโหว่ → สร้างความชอบธรรม)⦅⦅👎👎 / 👎 / -⦆🖐️⦆
คนที่ใช้น้ำหอมที่มีกลิ่นเหล้าบ่อย ๆ พอแอบไปกินเหล้าแล้วมีกลิ่นเล่าติดตัวมา คนที่บ้านก็อาจจะเข้าใจว่าเป็นกลิ่นน้ำหอมก็ได้(ทำอย่างสม่ำเสมอ → สร้างช่องโหว่ → บิดเบือน → ซ่อนเร้น)⦅👎👎👎⦆
วงไพ่วงหนึ่ง มีผู้เล่น 2 คนในนั้นที่สนิทกันมาก ซึ่งเกมกำหนดว่า ก่อนจะเริ่มแต่ละตา ทุกคนต้องลงเงินกองกลางเท่ากัน . ด้วยความที่เขา 2 คนสนิทกัน บางตา พอมีคนหนึ่งได้ คนหนึ่งเสีย คนที่ได้ก็เลยลงเงินกองกลางให้ “ไม่เป็นไรเพื่อน เดี๋ยวตานี้กูลงให้มึง” พอตาอื่น ก็อาจจะสลับคืนบ้าง “ตานี้มึงไม่ต้อง กูลงให้ละ” ฯลฯ สลับกันแบบนี้ไปเรื่อย ๆ ทำบ้าง ไม่ทำบ้าง จนกลายเป็นเรื่องปกติ . จนมีบางตาที่ทั้ง 2 คนนี้ ไม่มีใครลงเงินเลย แต่คนอื่นไม่ทันสังเกตเห็น เพราะคิดว่าอีกคนน่าจะลงให้แล้ว ทำให้ 2 คนนี้เสียเงินน้อยกว่าคนอื่นในระยะยาว(ทำอย่างไม่สม่ำเสมอ → สร้างช่องโหว่ → ช่วงชิง)⦅👎👎👎🖐️⦆
กรุ๊ปแชตในแอป พอมีคนพิมพ์อะไรมาแล้วมีคนอ่าน ก็จะขึ้นว่าอ่านแล้วกี่คน แต่ไม่ได้บอกว่าใครอ่านบ้าง . เราจึงสามารถอ่านแล้วไม่ตอบในกลุ่มแชตที่มีคนเยอะ ๆ ได้ เพราะไม่มีใครรู้ว่าใครที่อ่านแล้วไม่ตอบ แต่ถ้าเป็นกลุ่มเล็ก ๆ แค่ 3-4 คน คนอื่นก็น่าจะรู้ได้ไม่ยากว่าใครอ่านแล้วไม่ตอบ(ช่องโหว่ → ซ่อนเร้น)⦅🖐️⦆
หลายครั้ง ช่องโหว่ของโปรแกรม หรือที่เรียกว่าบัค ก็มักจะเกิดจากการที่ 2 ฟังก์ชันหรือมากกว่านั้น มาทำงานร่วมกัน เช่น เว็บที่ออกกฎไว้ว่าไม่ให้ซื้อของเกิน 2 ชิ้นต่อคน เพราะมีจำนวนจำกัด และเว็บนี้ก็เคยแจกคูปอง 1 แถม 1 ให้ลูกค้าบางคนไปนานแล้ว ถ้าคนเขียนโปรแกรมของเว็บนี้ ลืมใส่เงื่อนไขการใช้คูปองในระบบจำกัดการซื้อ ก็อาจจะเป็นช่องโหว่ ให้บางคนกดซื้อ 2 ชิ้นตามปกติ แล้วพอเขากดใช้คูปอง 2 ใบ ก็จะทำให้เขาได้ซื้อของได้คนเดียว 4 ชิ้น ทั้ง ๆ ที่ซื้อได้สูงสุดไม่เกิน 2 ชิ้น ฯลฯ(ใช้ช่องโหว่)⦅~👎🖐️⦆
หรือหลายครั้ง ก็เกิดจากการใช้งานฟังก์ชันเดิม 2 ครั้งหรือมากกว่านั้นติดกันเร็ว ๆ เช่น ในการโอนเงิน ธนาคารจะทำการตรวจสอบยอดเงินก่อน เช่น ถ้ามีเงินในบัญชีเหลือแค่ 50 บาท ก็จะไม่สามารถโอนเงิน 100 บาทได้ เพราะมีเงินไม่พอ . แต่ถ้ามีคนกดโอนเงินทีละ 50 บาท ติดกัน 2 ครั้งเร็ว ๆ แล้วถ้าคนเขียนโปรแกรมของธนาคารนี้เป็นมือใหม่มาก ๆ ทำให้ระบบยังไม่ทันอัปเดตยอดเงินคงเหลือให้เป็น 0 หลังจากโอนครั้งแรกไปแล้ว เงินก็ถูกโอนครั้งที่สองทันที ทำให้เขาโอนเงินได้ 100 บาท ทั้ง ๆ ที่มีเงินแค่ 50 บาท(ทำอย่างฉับพลัน → ใช้ช่องโหว่ → ช่วงชิง)⦅~👎🖐️⦆
ในการกู้เงินซื้อที่อยู่อาศัย ธนาคารจะตรวจสอบรายได้และประวัติทางการเงิน ว่ามีความสามารถในการผ่อนแค่ไหน . สมมติว่า มีคนต้องการซื้อคอนโด 2 ห้อง แต่เขารู้ว่าจากเงินเดือนของตัวเอง ธนาคารจะปล่อยกู้ให้ได้แค่ห้องเดียวเท่านั้น เลยยื่นเรื่องขอกู้ไปที่ธนาคาร 2 แห่ง คอนโดละแห่ง ในเวลาไล่เลี่ยกัน พอธนาคารแห่งแรกตรวจสอบประวัติแล้ว เห็นว่าเขาปล่อยมีความสามารถได้การผ่อนได้ ก็อนุมัติให้เขากู้ แต่ประวัติของเขายังไม่ทนอัปเดต ธนาคารแห่งที่สองก็อนุมัติให้เขากู้เช่นกัน เขาเลยสามารถกู้ซื้อคอนโด 2 ห้องได้ได้ ทั้ง ๆ ที่รายได้ของเขาไม่พอ(ทำอย่างฉับพลัน → ใช้ช่องโหว่)⦅👎❓⦆
บริษัทแห่งหนึ่ง ออกโน้ตบุ๊ก 2 รุ่น คือรุ่นปกติกับรุ่นแพง ซึ่งทั้ง 2 รุ่นมีดีไซน์แทบจะเหมือนกันเลย แต่มีสีให้เลือกไม่เหมือนกัน แต่มีอยู่สีหนึ่งที่รุ่นปกติกับรุ่นแพงมีเหมือนกัน . ถ้าเราซื้อรุ่นปกติ เราก็อาจจะเลือกซื้อสีนั้น คนจะได้นึกว่าเราซื้อของแพง(ใช้ช่องโหว่ → ใช้ความกลมกลืน → บิดเบือน → สร้างภาพลักษณ์)
เกมออนไลน์สมัยก่อน บางไอเท็มจะมีหน้าตาเหมือนกัน แค่เปลี่ยนชื่อ เพื่อประหยัดขนาดของเกม และประหยัดเวลาในการดีไซน์เกม แล้วถ้าเป็นเกมที่มีระบบให้ผู้เล่นสามารถซื้อขายแลกเปลี่ยนไอเท็มกันได้ บางคนก็อาจจะถือโอกาสเอาไอเท็มราคาถูกที่ใช้รูปเดียวกับไอเท็มราคาแพงมาหลอกขาย คนที่สะเพร่า ไม่อ่านชื่อไอเท็มให้ดีก่อน ก็จะถูกหลอกได้(ใช้ช่องโหว่ → บิดเบือน → ช่วงชิง)⦅👎👎👎⦆
ในนิยายสืบสวน ผู้แต่งอาจจะเขียนบทให้ตัวละครตัวหนึ่ง ดันมีชื่อหรือหน้าตาคล้ายกับอีกตัวละครหนึ่งพอดี เลยสวมรอยเป็นตัวละครนั้น แล้วไปทำเรื่องไม่ดี ทำให้จับคนร้ายผิดคน(ใช้ช่องโหว่ → บิดเบือน → ซ่อนเร้น)คนที่ถูกเข้าใจผิดก็เลยจ้างนักสืบมาไขคดี
เลขอารบิกที่เราใช้กัน มีเลขอยู่ 2 ตัวที่ออกแบบวิธีเขียนมาไม่ดี คือ เลข 1 กับ 7 เพราะเขียนคล้ายกันเกินไป . สมมติว่า เราเขียนลงในเอกสารสัญญาซื้อขายกับลูกค้าว่า 570,000 บาท แต่ถ้าลูกค้าจะโกง เขาก็อาจจะบอกว่า “อ่าว ผมนึกว่าราคา 510,000 บาท พอดีเห็นเลข 7 กับมันคล้ายกับเลข 1 ครับ เลยดูผิด” เผื่อเราจะลดราคาให้ เช่น “งั้นเป็น 540,000 ดีไหมคะ ? คนละครึ่งทาง”(ใช้ความกำกวม → เป็นช่องโหว่ → บิดเบือน → ช่วงชิง)⦅👎👎👎🖐️⦆
วิธีป้องกัน คือ เวลาเราเขียนเลข 1 หรือ 7 เราก็อาจจะเลือกเขียนแบบที่เติมขีด เช่น “𝟷” หรือ “7̶” ฯลฯ จะได้แยกกันชัดเจนไปเลย หรือทำแบบธนาคารเวลาเขียนเช็ค คือใส่เป็นตัวอักษรไปด้วย เช่น “ห้าแสนเจ็ดหมื่นบาทถ้วน”(ทำให้ชัดเจน → อุดช่องโหว่)
หรือบางครั้ง ช่องโหว่ก็อาจจะเป็นคำพูดที่ออกเสียงคล้ายกัน เช่น ในภาษาไทย คำว่า “ยี่สิบ” กับ “สี่สิบ” เวลาพูดเสียงเบาจะคล้ายกัน . สมมติว่า มีคนต้องการโกงเงินค่าอุปกรณ์จากร้านค้า เขาก็อาจจะบอกว่า “พี่พูดว่าร้อยสี่สิบหรอครับ ? ผมได้ยินว่าร้อยยี่สิบ”(ใช้ความกำกวม → เป็นช่องโหว่ → บิดเบือน → ช่วงชิง)⦅👎👎👎🖐️⦆
วิธีป้องกัน คือ ถ้าเราเป็นคนพูด เวลาพูดเราอาจจะพยายามพูดช้า ๆ ชัด ๆ ในคำที่อาจเข้าใจผิดได้ เช่น “สิบเอ็ด” กับ “สิบเจ็ด” ฯลฯ หรือเวลาพูดก็อาจจะชูนิ้วเป็นตัวเลขให้อีกฝ่ายเห็นไปด้วยก็ได้ . ในกรณีที่เราเป็นคนฟัง เราก็อาจจะถามอีกครั้ง “เท่าไหร่นะครับ ?” หรือถามเพื่อความแน่ใจ “สิบเจ็ดหรือสิบเอ็ดนะครับ ?” หรือทวนที่เขาพูดอีกทีก็ได้(ทำให้ชัดเจน → อุดช่องโหว่)
ผู้อ่านลองนึกถึงแถบเฉดสีที่ไล่ตั้งแต่สีขาว จนถึงเทาอ่อน จนถึงเทากลาง ๆ จนถึงเทาเข้ม ไปจนถึงสีดำ . จากนั้นให้ตัดสีที่ดูก็รู้ว่าเป็นสีขาวกับดำออก ให้เหลือเฉพาะสีที่เรามองว่าเป็นสีเทาเท่านั้น เราก็จะได้เทาหลายระดับมาก ๆ . จากนั้นให้เราลองสุ่มหยิบสีในนั้นออกมา แม้ว่าเราจะได้สีเทาอ่อนจนแทบจะขาว หรือเทาเข้นจนแทบจะดำอยู่แล้ว หรือเทากลาง ๆ ก็ตาม เราก็สามารถบอกได้ว่า สีนี้คือสีเทา . เพราะคำว่าสีเทานั้น ครอบคลุมตั้งแต่เทาอ่อนถึงเทาเข้ม เลยเป็นช่องโหว่ทางภาษา ให้เราสามารถบิดเบือนการรับรู้ของอีกฝ่ายได้
ยกตัวอย่าง เช่น ถ้าเราอยากทำให้การรับรู้สีเทาของอีกฝ่ายอ่อนลง เราก็แค่บอกว่า “สีเทา” ตอนที่เราหยิบเทาเข้มจนแทบจะดำอยู่แล้ว หรือถ้าเราอยากทำให้การรับรู้สีเทาของอีกฝ่ายเข้มขึ้น เราก็แค่บอกว่า “สีเทา” ตอนที่เราหยิบเทาอ่อนจนแทบจะขาวอยู่แล้วเช่นกัน เพราะคนส่วนใหญ่จะนึกถึงเทากลาง ๆ ไว้ก่อน(ใช้ช่องโหว่ → (บิดเบือน / ปรับมุมมอง))⦅🖐️⦆
จริง ๆ แล้ว แทบจะทุกคำศัพท์ในโลก ล้วนเป็นช่องโหว่ทางภาษาในตัวเองอยู่แล้ว เพราะเราไม่มีทางที่จะเอาความคิดที่อยู่ในหัวของเราเป๊ะ ๆ ยัดลงไปในหัวของคนอื่นได้ . มันต้องผ่าน 2 ชั้น - ชั้นที่ 1 คือ การสื่อสารของเรา และชั้นที่ 2 คือ การตีความของอีกฝ่าย จากสิ่งที่เราสื่อสาร
(6. ช่องโหว่ที่อยู่ในรูปแบบของ "ความไม่เท่าเทียม")
ช่องโหว่ที่อยู่ในรูปแบบของ “ความไม่เท่าเทียม” เป็นลักษณะของบางสิ่งที่มีความ “ไม่เท่าเทียม” หรือ “ไม่สมดุล” กัน
การต่อแถวหยิบอาหารในงานเลี้ยงต่าง ๆ ถ้าคนตักอาหารมือไม่นิ่ง ตักอาหารให้แต่ละจานไม่เท่ากัน บางคนก็อาจจะรีบไปต่อแถว จะได้เลือกจานที่ให้เยอะ ๆ ก่อน(ดักล่วงหน้า → ใช้ช่องโหว่)⦅🖐️⦆
หัวหน้าบางคน เวลาลูกน้องในทีมทำงานบางอย่างสำเร็จก็อาจจะเลี้ยงกาแฟ แต่พอเป็นลูกน้องอีกคนกลับไม่ได้เลี้ยง . ซึ่งจริง ๆ แล้ว เขาอาจจะไม่ได้คิดอะไรเลยก็ได้ แค่ทำตามอารมณ์ วันไหนอยากเลี้ยงก็เลี้ยง วันไหนไม่อยากเลี้ยงก็ไม่เลี้ยง ไม่ได้มีมาตรฐานในการเลี้ยง . แต่ความไม่เท่าเทียมนี้แหละที่อาจเป็นช่องโหว่ ให้บางคนในทีมน้อยใจ หรือคนนอกที่ไม่หวังดีต่อทีมนี้ มายุให้พวกเขาแตกกันเอง(ใช้ช่องโหว่ → ทำลายความสัมพันธ์)⦅👍👍👍🖐️⦆
โดยปกติแล้ว เราควรจะระมัดระวังในการปฏิสัมพันธ์กับคนอื่น ให้มีมาตรฐานบ้าง เพราะถ้าทำตามอารมณ์อย่างเดียว วันไหนอยากทำก็ทำ วันไหนไม่อยากทำก็ไม่ทำ ก็จะทำให้มีช่องโหว่ให้คนเข้าใจผิด คิดเองเออเอง หรือเอามานินทา หรือเกิดความน้อยใจได้ ไม่ว่าจะเป็นกับพ่อแม่ กับลูกหลาน กับญาติผู้ใหญ่ กับพี่น้อง กับเพื่อน กับหัวหน้า กับลูกน้อง กับพนักงาน กับหุ้นส่วน กับลูกค้า ฯลฯ(หลีกเลี่ยงช่องโหว่)⦅👍👍⦆
คนที่ชอบเปรียบเทียบสินค้าจากแหล่งต่าง ๆ เป็นประจำ ก็มักจะรู้แหล่งที่ถูกกว่าที่อื่น ทำให้เขาเสียเงินน้อยกว่าคนอื่น ทั้ง ๆ ที่ได้ของเหมือนกัน เช่น เห็นคนแนะนำกระเป๋าใบหนึ่งแล้วอยากได้ แต่ก็ไม่ได้กดซื้อตรงนั้นทันที ลองหาร้านอื่น หรือเปิดแอปอื่นเทียบดูก่อน อาจจะทำให้ได้กระเป๋ารุ่นเดียวกันที่ราคาถูกกว่าก็ได้(ล่วงรู้ ⇒ ใช้ช่องโหว่)⦅🖐️⦆
บางคนก็สามารถทำรายได้จากการซื้อของจากแหล่งหนึ่งราคาถูกกว่า ไปขายในแหล่งที่ราคาแพงกว่า หรือที่เรียกว่าการอาร์บิทราจ (arbitrage) เช่น เมื่อสินทรัพย์บางอย่างที่เทรดกันในตลาด มีจังหวะที่ราคาของ 2 ตลาดหรือมากกว่านั้นอัปเดตไม่ทันกัน ทำให้มีตลาดที่ถูกกว่าแพงกว่า คนที่ตาไวมือไว ก็อาจจะซื้อจากที่หนึ่งไปขายอีกที่หนึ่งอย่างรวดเร็ว ฯลฯ(ล่วงรู้ ⇒ ใช้ช่องโหว่)
บางคนก็ทำอาชีพรับหิ้วของจากต่างประเทศ อาจจะเป็นซื้อของจากประเทศต้นทางที่ผลิต หรือประเทศที่นำเข้ามาในราคาถูก ไปขายให้กับคนที่อยู่ในประเทศที่จำหน่ายในราคาแพงกว่า(ล่วงรู้ ⇒ ใช้ช่องโหว่). ซึ่งคนที่ซื้อ แม้จะบวกกำไรให้กับคนที่รับหิ้วไปแล้ว ก็ยังถูกกว่าซื้อโดยตรงจากผู้จำหน่ายในประเทศตัวเองอยู่ดี
สินค้าดิจิทัลบางอย่าง เช่น เกม หรือซอฟต์แวร์ หรือคอร์สออนไลน์ หรือบริการสตรีมมิ่ง ฯลฯ มักจะจำหน่ายในราคาที่ไม่เท่ากันในแต่ละประเทศ . บางคนเลยฉวยโอกาสใช้เทคนิคบางอย่างในการปลอมแปลงให้คอมพิวเตอร์ของตัวเอง ถูกระบุว่าอยู่ในประเทศที่จำหน่ายในราคาถูก แล้วกดซื้อในราคานั้น(ใช้เทคนิคเฉพาะ → บิดเบือน → ใช้ช่องโหว่ → ช่วงชิง)⦅👎👎👎 / 👎👎⦆
สมมติว่า มีอุบัติเหตุบางอย่างในเส้นทางการขนส่งน้ำมันที่สำคัญของโลก ส่งผลให้ราคาน้ำมันขึ้นทั่วโลก . รัฐบาลบางประเทศเลยกลัวว่า ถ้าราคาน้ำมันขึ้นแล้วประชาชนจะไม่พอใจ เลยเอาเงินภาษีมาพยุงราคาน้ำมัน . บางคนเลยแอบซื้อน้ำมันจากประเทศที่รัฐบาลควบคุมราคา ไปขายให้กับประเทศที่รัฐบาลปล่อยราคาไปตามกลไกตลาด(ใช้ช่องโหว่ → ช่วงชิง)⦅👎👎👎⦆
ผู้ผลิตบางราย เมื่อผลิตสินค้ามาแล้ว กลับพบว่ามีมาตรฐานบางอย่างของสินค้าไม่ตรงตามที่กฎหมายกำหนด แทนที่จะหาวิธีแก้ให้ถึง หรือทิ้งแล้วผลิตใหม่ ก็อาจจะเอาไปขายในประเทศที่ใช้คนละมาตรฐานแทน เช่น ผลิตอาหารเสริมมาแล้ว แต่ใส่สารบางอย่างที่กฎหมายห้าม ก็อาจจะเอาไปขายในประเทศที่อนุญาตให้ใส่ได้ หรือผลิตครีมกันแดดที่ผ่านการทดสอบในห้องแลบแล้ว แต่ไม่ได้ผ่านการทดสอบในผิวมนุษย์จริง ก็อาจจะเอาไปขายในประเทศที่ไม่ได้บังคับว่าต้องทดสอบในผิวมนุษย์จริงด้วย ฯลฯ(ใช้ช่องโหว่)⦅~👎⦆
เกมออนไลน์บางเกม เวลามีการอัปเดตเกม หรือที่เรียกว่าแพตซ์ ถ้าแพตช์ที่พึ่งอัปเดตใหม่มีความไม่สมดุลของวิธีเล่นบางอย่าง คือมีวิธีเล่นที่โกงกว่าวิธีอื่น ถ้าเล่นตามวิธีนี้ สูตรนี้ ยังไงก็ชนะแน่นอน หรือมีโอกาสแพ้ต่ำมาก แล้วถ้ามีคนหาวิธีนี้เจอ ก็ถือเป็นช่องโหว่ให้เขาเอาชนะคนอื่นได้ง่าย ๆ หรือถ้าเป็นทีมแข่งก็อาจจะแอบเก็บไว้ใช้ในการแข่งได้(ใช้ช่องโหว่ → ทำให้ได้เปรียบ)⦅❓⦆
ถ้าจะฝึกเครื่องดนตรีบางอย่างไปเล่นโชว์คนอื่น ก็อาจเลือกฝึกเพลงที่เล่นง่ายแต่ดูเหมือนยาก เวลาที่เล่นโชว์ คนอื่นจะได้รู้สึกว่าเราเก่งกว่าความเป็นจริง . ในทางตรงข้าม ถ้าฝึกเพลงที่เล่นยากแต่ดูเหมือนง่าย พอเอาไปเล่นโชว์ คนอื่นก็อาจจะรู้สึกว่าเราไม่ได้เก่งขนาดนั้น ทั้ง ๆ ที่เป็นเพลงที่เล่นยาก มีแค่ไม่กี่คนที่เล่นได้ก็ตาม(ใช้ช่องโหว่ → สร้างภาพลักษณ์)⦅🖐️❓⦆
ในการเลือกงานมาทำก็เช่นกัน บางคนเลือกงานที่ดูเหมือนยากและสำคัญมาก แต่ตัวงานจริง ๆ อาจจะไม่ได้มีอะไรมากมาย(ใช้ช่องโหว่). ในทางกลับกัน บางคนก็พยายามหลีกเลี่ยงงานที่ดูเหมือนไม่ค่อยมีอะไร ทั้ง ๆ ที่เป็นงานที่ยากและมีสำคัญมาก(หลีกเลี่ยงช่องโหว่). เพราะจะทำให้ได้เปรียบเสียเปรียบตอนที่เราต้องอธิบายว่าเราทำอะไรมาบ้าง เช่น ตอนประเมินเงินเดือน หรือตอนเขียนเรซูเม่ หรือตอนเล่าให้เพื่อน ๆ ฟัง ฯลฯ⦅👎🖐️❓⦆
แต่ก็สามารถแก้ได้ด้วยการสื่อสาร เช่น แทนที่จะบอกว่า “ทำรายงาน” ก็อาจจะบอกว่า “สรุปข้อมูลที่สำคัญทั้งหมดในการตัดสินใจครั้งใหญ่” หรือแทนที่จะบอกว่า “ตรวจเอกสาร” ก็อาจจะบอกว่า “ตรวจสอบความผิดพลาดที่อาจทำให้บริษัทเสียหายทางกฎหมาย” ฯลฯ(ปรับมุมมอง)
(7. ช่องโหว่ที่อยู่ในรูปแบบของ "การเป็นเศษ")
ช่องโหว่ที่อยู่ในรูปแบบของ “การเป็นเศษ” เป็นลักษณะของ “สิ่งที่ไม่ใช่ส่วนหลัก” ซึ่งมีหลากหลายรูปแบบ เช่น “ส่วนที่เป็นเศษ” หรือ “ของเหลือ” หรือ “ส่วนต่าง” หรือ “ส่วนที่ไม่ได้ใช้” หรือ “ส่วนที่ใช้ไม่ได้” หรือ “สิ่งที่เล็กน้อยจนไม่ผิดสังเกต” หรือ “สิ่งที่เล็กน้อยจนไม่คุ้มค่าที่จะใส่ใจ” ฯลฯ ขึ้นอยู่กับบริบท
ในร้านขายของ บางทีก็จะมีสินค้าที่เป็นตัวโชว์ให้ลูกค้าลองจับ หรือลองใช้ หรือลองใส่ ซึ่งมักถูกเอามาขายลดราคาหลังจากที่ไม่ได้ใช้แล้ว . คนที่มีความสามารถในการเข้าถึงอะไรแบบนี้ และไม่คิดมากเรื่องที่อาจมีตำหนิบ้าง หรือเคยผ่านมือคนอื่นมาก่อน ก็จะทำให้เขาซื้อสินค้าอย่างเดียวกันในราคาที่ถูกกว่าคนอื่นได้(ใช้ช่องโหว่)
ผู้ผลิตอาหาร หรือเจ้าของร้านอาหาร เวลามีของกินใกล้หมดอายุ ก็อาจจะเอามาลดราคาขาย เพราะยังดีกว่าทิ้งไปเปล่า ๆ(ใช้ทางเลือกได้เปล่า). ในอีกมุมหนึ่ง ก็จะบางคนที่ชอบรอซื้อของกินที่ใกล้หมดอายุ เพราะจะได้ราคาถูกพิเศษ และตัวเองก็เป็นคนที่ชอบซื้อแล้วกินเลยอยู่แล้ว เลยไม่มีปัญหา(ใช้ช่องโหว่)
ในการผลิตสินค้า แม้จะเป็นจากเครื่องจักรในโรงงานก็ตาม ก็ไม่ใช่ทุกชิ้นจะออกมาเหมือนกันแม่นยำ 100% ไม่มีคลาดเคลื่อนเลย การมีตำหนิจึงเป็นเรื่องปกติ ซึ่งบางครั้งผู้ผลิตก็อาจจะเอาของที่มีตำหนิออกมาขายลดราคา เพราะคิดว่ายังไงก็ดีกว่าทิ้งไปเปล่า ๆ(ใช้ทางเลือกได้เปล่า). ในอีกมุมหนึ่ง บางคนก็อาจจะเห็นช่องโหว่ตรงนี้ และไม่มีปัญหากับการมีตำหนิอยู่แล้ว เลยรับซื้อมาในราคาไม่แพง(ใช้ช่องโหว่)
เที่ยวบินเหลือ หรือที่พักที่ไม่มีคนจอง ก็มักจะถูกเอามาขายลดราคา ซึ่งบางครั้งอาจถูกกว่าปกติกว่า 50% เลยทีเดียว . คนที่เชี่ยวชาญในการค้นหาสิ่งเหล่านี้ เช่น เข้าใจในเทศกาล หรือฤดูกาล หรือวันหยุด หรือกระแสสังคม ฯลฯ ก็มักจะทำให้เขาได้มาในราคาถูกกว่าคนทั่วไป(ใช้จุดแข็ง → ล่วงรู้ ⇒ ใช้ช่องโหว่)
หรือบางคนก็เอาช่องโหว่นี้มาทำเป็นอาชีพได้ โดยการทำตัวเป็นคนกลางระหว่างสายการบินหรือที่พักกับลูกค้า บางคนก็ทำเป็นรูปแบบของแพลตฟอร์ม หรือบางคนก็เป็นนายหน้า ขึ้นอยู่กับโมเดลธุรกิจ(ใช้จุดแข็ง → ล่วงรู้ ⇒ ใช้ช่องโหว่ → เป็นตัวกลาง)
บางคน พอเห็นของเหลือที่คนอื่นไม่ได้ใช้ ก็อาจจะขอซื้อในราคาถูกหรือขอไปเลย แล้วเอามาแปรรูปขายได้ เช่น ผักหรือผลไม้ที่หน้าตาไม่สวย ก็อาจจะเอามาทำแยม หรือเอามาอบแห้ง หรือเอามาใช้วัตถุดิบทำเค้กได้ หรือเศษไม้ก็อาจจะเอามาทำเป็นเฟอร์นิเจอร์เล็ก ๆ ได้ หรือเศษผ้าก็อาจจะเอามาทำเป็นแบรนด์เสื้อผ้าหรือกระเป๋า ที่มีจุดเด่นคือใช้เศษผ้าเหลือ ๆ ได้ ฯลฯ(ใช้ช่องโหว่ ⇒ ใช้เทคนิคเฉพาะ → แปรสภาพ)
บางคน เวลาอยากจะทำผิดกฎหมาย ก็อาจจะเลือกทำผิดแบบแบบเล็กน้อย จนกฎหมายไม่คุ้มที่จะลงโทษ หรือผู้ถูกกระทำมองว่าไม่คุ้มค่าทนายและเงินที่เสียไป เลยไม่ฟ้องตั้งแต่แรก(ใช้ช่องโหว่ → ใช้จำนวน)⦅👎👎👎⦆
เวลาซื้อของแล้วได้ราคาที่มีเศษ คือเกินเลขศูนย์นิดหน่อย ก็อาจจะสามารถลองขอคนขายให้ลดให้ได้ เช่น บางคนสั่งเสื้อผ้าจากโรงงานไปขายต่อ 202,000 บาท ก็อาจจะลองต่อเหลือ 200,000 บาท ถ้าต่อรองกับเขาดี ๆ ทางโรงงานก็อาจจะลดให้ก็ได้ ฯลฯ(ใช้ช่องโหว่ → ใช้จำนวน). หรือบางคนจงใจซื้อให้เกินเลขศูนย์นิดหน่อย เช่น ตอนนี้ซื้อไปแล้ว 198,000 บาท ก็อาจจะซื้อเพิ่มอีกหน่อยให้เป็น 202,000 บาท แล้วก็ขอให้เขาลดให้ 2,000 บาท ซึ่งเท่ากับเขาได้ของเพิ่มขึ้นฟรี ๆ 2000 บาท(สร้างช่องโหว่ → ใช้จำนวน)⦅👎🖐️❓⦆
โรงงานแห่งหนึ่ง ผลิตสินค้าเป็นล็อต ล็อตละ 5,000 ชิ้น แล้ววันนั้นมีคนสั่งผลิต 9,980 ชิ้น ก็เท่ากับผลิต 2 ล็อต หรือ 10,000 ชิ้น และเหลือเศษ 20 ชิ้น . เศษ 20 ชิ้นที่เหลือ ถ้าพนักงานหยิบไปสัก 2-3 ชิ้น ก็อาจจะไม่มีใครรู้ก็ได้ โดยเฉพาะสินค้าที่ต้องทิ้งทันที ซึ่งต่างจากการแอบหยิบไปจากส่วนหลักที่ไม่ใช่เศษ ซึ่งจะโดนจับได้ไม่ยาก เพราะของหายไปจากระบบ(ใช้ช่องโหว่ → ช่วง)⦅⦅👎👎 / 👎 / -⦆🖐️❓⦆. หรือบางโรงงานก็ใจดีแจกพนักงานฟรี ๆ เพราะถึงยังไงก็จะทิ้งอยู่แล้ว(ใช้ช่องโหว่ → ช่วงชิง)⦅👍👍⦆
นักการเมืองหรือข้าราชการบางคน เวลาจะโกงเงินจากโครงการบางอย่าง ก็อาจจะใช้วิธีโกงเงินส่วนต่าง หรือที่เรียกว่าเงินทอน แทนที่จะเป็นเงินก้อนหลักตรง ๆ เพราะถูกจับได้ยากกว่า เนื่องจากเงินก้อนหลักยังอยู่ครบ เลยสังเกตเห็นความผิดปกติได้ยาก และถ้าเงินที่โกงไปไม่ได้มาก ก็อาจจะกลืนไปกับความคลาดเคลื่อนของต้นทุนได้ด้วย(ใช้ช่องโหว่ → ช่วงชิง)⦅👎👎👎⦆
(8. ช่องโหว่ที่อยู่ในรูปแบบของ "การใช้ในทางที่ผิดได้")
ช่องโหว่ที่อยู่ในรูปแบบของ “การใช้ในทางที่ผิดได้” เป็นลักษณะของการที่มีบางคนใช้บางสิ่ง ซึ่งไม่ได้ออกแบบมาให้ถูกใช้แบบนั้นตั้งแต่แรก . บางครั้งก็เรียกว่า “ใช้ในทางที่ผิด” หรือ “ใช้ผิดวัตถุประสงค์” ขึ้นอยู่กับบริบท
เรือนจำแจกของจำเป็นให้กับนักโทษ เช่น แปรงสีฟัน ช้อน ผ้าห่ม ฯลฯ แต่นักโทษบางคนกลับเอาไปดัดแปลงเป็นอุปกรณ์แหกคุก(ใช้ช่องโหว่)⦅👎👎👎⦆
วิธีแก้ทางที่เรือนจำมักจะใช้ คือ เลือกวัสดุที่ดัดแปลงยาก ๆ(ใช้คุณสมบัติเฉพาะ → อุดช่องโหว่)หรือกำหนดให้ต้องเอาของมาคืน แล้วค่อยมารับใหม่ทุกครั้งเวลาจะใช้(สร้างพันธะ → ทำให้เปิดเผย → อุดช่องโหว่)หรือบางที่ก็ใช้วิธีหมุนเวียนกันใช้ของบางอย่าง นักโทษก็จะแอบเอาไปดัดแปลงไม่ได้ เพราะเมื่อของหายไปเฉย ๆ หรือเปลี่ยนไปจากเดิม คนที่ใช้ต่อก็จะสงสัย แล้วถูกตรวจสอบ(หมุนเวียน → สร้างพันธะ → อุดช่องโหว่)
ในหนังบางเรื่อง เวลาที่มีนักโทษหรือเชลยศึกหรือตัวประกัน ก็จะมีตอนที่ผู้คุมอนุญาตให้เขาไปเข้าห้องน้ำได้ แล้วตัวละครนั้นก็แอบหนีไป(ใช้ช่องโหว่ ⇒ ทำอย่างฉับพลัน → ซ่อนเร้น)
ช่องโหว่ในรูปแบบนี้ ถ้าเอาไปใช้กับ “กฎเกณฑ์” หรือ “กฎหมาย” ก็ถือเป็นการใช้ผิดวัตถุประสงค์ของกฎหมาย แม้ว่าจะไม่ผิดกฎหมายก็ตาม
บางคนอาจจะจงใจทำให้ตัวเองน้ำหนักเกิน หรือเป็นโรคบางอย่าง จะได้ไม่ต้องไปเป็นทหาร โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่มีสงคราม(ใช้ช่องโหว่ → หลีกเลี่ยง)⦅🖐️⦆
หลายประเทศ มีกฎหมายให้คนที่แต่งงานกับคนประเทศนั้นได้รับสิทธิ์อยู่อาศัยในประเทศนั้นได้ และถ้าอยู่ต่ออีกหลายปี โดยไม่ได้ก่อปัญหาอะไร และสอบภาษาได้ ก็จะได้รับสัญชาติไปเลยก็มี . บางคนเลยถือโอกาสแต่งงานกับคนในประเทศนั้น แต่ไม่ได้มีความสัมพันธ์กันจริง ๆ เป็นเพียงการแต่งงานเพื่อให้ได้รับสิทธิ์ในการอยู่อาศัยเฉย ๆ ซึ่งถือว่าผิดวัตถุประสงค์ของกฎหมาย เพราะออกแบบมาให้ครอบครัวเดียวกันได้อยู่ด้วยกัน(ใช้ช่องโหว่ → ใช้ผลพลอยได้ → ได้รับสิทธิพิเศษ)⦅👎👎 / 👎⦆
หรือบางประเทศ ก็มีกฎหมายให้เด็กที่เกิดที่นั่นได้รับสัญชาติเป็นพลเมืองของประเทศนั้น บางคนเลยถือโอกาสบินไปคลอดลูกที่นั่น เพียงเพื่อให้ลูกตัวเองได้รับสัญชาติ ซึ่งถือว่าผิดวัตถุประสงค์ของกฎหมายเช่นกัน(ใช้ช่องโหว่ → ใช้ผลพลอยได้ → ได้รับสิทธิพิเศษ)⦅👎👎 / 👎⦆
สมมติว่า นาย A ซึ่งเป็นหนึ่งในเพื่อนสนิทในกลุ่มเรา หลังจากที่เรียนจบไปแล้วก็เป็นคนที่นัดยากมาก ๆ เลยมีเพื่อนคนหนึ่งในกลุ่มพูดขึ้นมาว่า “ถ้ามีใครนัด A มากินข้าวด้วยกันได้นะ กูให้พันนึงเลย” จากนั้นก็มีคนในกลุ่มแอบเตี๊ยมกับนาย A แล้วแบ่งเงินกัน(รวมตัว → ใช้ช่องโหว่ → ช่วงชิง)
ร้านอาหารแห่งหนึ่ง ออกโปรโมชันให้เด็กที่ส่วนสูงต่ำกว่า 140 เซนติเมตร กินฟรี เพื่อดึงดูดกลุ่มลูกค้าที่มาเป็นครอบครัว และคิดว่ายังไงเด็กก็กินไม่เยอะอยู่แล้ว(สละ + สร้างพันธะ). แต่ถ้ามีผู้ใหญ่คนเดียวพาเด็กหลายคนไปกินก็เท่ากับทางร้านขาดทุน(ใช้ช่องโหว่ → ทำให้คุ้มค่า → ช่วงชิง)⦅👎👎🖐️⦆. ทางร้านก็อาจจะแก้ทางด้วยการออกกฎให้รัดกุมขึ้น เช่น จำกัดเด็ก 1 คนต่อผู้ใหญ่ 1 คน ซึ่งถึงมีผู้ใหญ่พาเด็กไป 10 คนจริง ก็ยังได้กำไรอยู่ดี เพราะมีลูกค้าที่เป็นผู้ใหญ่เพิ่มอีก 10 คน ฯลฯ(ใช้พันธะ → อุดช่องโหว่)
บางบริษัท ออกโปรโมชันให้ลูกค้าโดยผูกกับเบอร์มือถือ เพราะลูกค้าจะได้กดรับสิทธิ์ผ่าน sms ได้ง่าย ๆ โดยตั้งใจให้ได้รับสิทธิ์คนละสิทธิ์ แต่บางคนก็สมัครหลายเบอร์ เพื่อให้ตัวเองได้รับหลายสิทธิ์(ใช้ช่องโหว่ → ใช้ผลพลอยได้ → ได้รับสิทธิพิเศษ)⦅⦅👎 / -⦆🖐️⦆. แต่บริษัทก็อาจจะแก้ทางด้วยการให้ต้องกรอกเลขบัตรประชาชนด้วย หรือเชื่อมโยงกับฐานข้อมูลลูกค้าที่อยู่ในระบบ(เพิ่มพันธะ → อุดช่องโหว่)
เวลาขับรถไปที่ทำงาน บางคนก็อาจจะเอารถไปจอดในห้างที่อยู่แถวนั้น แล้วค่อยเดินไปที่ทำงาน แล้วพอจะกลับก็ซื้อเครื่องดื่มหรือของที่ไม่ได้แพงมากในห้าง จากร้านที่สามารถปั๊มบัตรจอดรถได้ แล้วก็เอาไปแลกกับชั่วโมงจอดรถ และการที่เขาไม่ได้เข้าที่ทำงานทุกวัน ก็อาจจะทำให้เขาประหยัดเงินกว่าค่าเช่าที่จอดรถรายเดือนแถวนั้นก็ได้(ใช้ช่องโหว่ → ทำให้คุ้มค่า)⦅⦅👎 / -⦆🖐️⦆
(9. ช่องโหว่ที่อยู่ในรูปแบบของ "การใช้วิธีอื่นแทนได้")
ช่องโหว่ที่อยู่ในรูปแบบของ “การใช้วิธีอื่นแทนได้” เป็นลักษณะของการที่บางอย่างถูกออกแบบมาเพื่อให้ทำหรือไม่ให้ทำบางอย่าง แต่ถึงกระนั้น ก็ยังมีคนหาวิธีอื่นแทนได้อยู่ดี
โจรที่ต้องการขโมยตู้เซฟในบ้านหลังหนึ่ง ซึ่งเป็นตู้เซฟที่ถูกออกแบบมาแข็งแรงและรัดกุมมาก ยากที่จะงัดได้ เลยยกไปทั้งตู้เซฟแทน(ใช้ช่องโหว่ → ช่วงชิง)⦅👎👎👎⦆
อาคารสำคัญแห่งหนึ่ง ออกแบบประตูทางเข้าจากวัสดุพิเศษที่แข็งแรง ทนทาน แต่ส่วนอื่น ๆ ที่ไม่ใช่ประตู เช่น กำแพง หรือหน้าต่าง ฯลฯ กลับบอบบาง พังง่าย หรืองัดง่าย ก็เลยมีคนแอบลอบเข้าไปทางนั้นแทน(ใช้ช่องโหว่ → ซ่อนเร้น)⦅👎👎👎⦆
ในร้านสะดวกซื้อ ถ้าเราซื้อกาแฟร้อน น้ำแข็งเปล่าใส่แก้ว และนมจืด มาผสมเองเป็นกาแฟเย็นใส่นมเอง ก็อาจจะประหยัดกว่าสั่งเป็นกาแฟเย็นใส่นมเลยก็ได้ แถมยังปรับแต่งตามใจชอบได้อีก แต่ก็แลกมากับความสะดวกที่ลดลง(ใช้ช่องโหว่ → ทำให้คุ้มค่า)
ในร้านเครื่องดื่ม บางคนอาจจะสั่งเป็นชาร้อน ซึ่งเป็นถุงชาที่เติมน้ำร้อน แล้วเวลาจะดื่มน้ำเปล่าก็อาจจะขอน้ำร้อนเพิ่ม แล้วก็เอาถุงชาออก จะได้ประหยัดเงิน ไม่ต้องสั่งน้ำเปล่าแยก(ใช้ช่องโหว่)
ในการติดตั้งท่อระบายน้ำที่หมู่บ้านแห่งหนึ่ง ผู้รับเหมาจำเป็นต้องติดตั้งอย่างน้อย 50 ท่อ ตามที่กฎหมายกำหนด แต่มีบางบ้านไม่ยอมให้ติดตั้งท่อหน้าบ้านตัวเอง หลังจากที่เถียงกันไปกันมา ไม่รู้จะทำยังไง ก็เลยเอาหลาย ๆ ท่อไปกองรวมกันไว้ที่จุดเลี้ยวของหมู่บ้าน เพื่อให้ครบ 50 ท่อแทน(ใช้ช่องโหว่)⦅👎👎👎⦆
บางประเทศมีกฎหมายห้ามใช้ฟิลเตอร์ในการขายเครื่องสำอางค์หรือผลิตภัณฑ์บำรุงผิว บางคนเลยอาจจะเลือกกล้องที่ถ่ายแล้วหน้าใส เนียน อย่างกับใส่ฟิลเตอร์(ใช้ช่องโหว่)⦅👎👎🖐️⦆
การมีกฎหมายควบคุมราคาสินค้า ทำให้สามารถขายในราคาสูงสุดได้เท่าที่กฎหมายอนุญาต . ธุรกิจบางเจ้าที่ต้องการขายเกินราคา ก็อาจจะเปลี่ยนจากราคาสินค้าไปเป็นบังคับให้ลูกค้าจ่ายค่าบริการแทน(แปรสภาพ → ใช้ช่องโหว่). ต่อมาพอผู้ออกกฎหมายรู้ทันธุรกิจประเภทนี้ เลยออกกฎหมายควบคุมราคาค่าบริการด้วย ธุรกิจก็อาจจะเลี่ยงเป็นบังคับให้ลูกค้าจ่ายค่าประกันแทนอีกที(แปรสภาพ → ใช้ช่องโหว่)⦅⦅👎👎👎 / 👎👎⦆🖐️❓⦆
ในบางประเทศ นักลงทุนบางคน อาจจะซื้อหุ้นจากบริษัทที่มีอาคารที่เขาต้องการ แทนที่จะซื้ออาคารนั้นโดยตรง เพื่อเปลี่ยนจากภาษีการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ เป็นภาษีการซื้อขายหุ้นแทน เพราะเสียภาษีน้อยกว่า(ใช้ช่องโหว่)⦅⦅👎 / -⦆🖐️❓⦆
เจ้าของบริษัทคนหนึ่ง ขายหุ้นของบริษัทตัวเองให้คนอื่น โดยแลกกับกำไร 3% ของสินค้าตัวหนึ่ง พอซื้อบริษัทเสร็จแล้ว คนที่ซื้อบริษัทก็อาจจะเปิดบริษัทใหม่อีกแห่ง แล้วโอนย้ายทุกอย่างของบริษัทเดิมไปให้บริษัทใหม่ เพื่อจะได้ไม่เสียกำไร 3% ให้กับเจ้าของเดิม(แปรสภาพ → ใช้ช่องโหว่ → ช่วงชิง)⦅👎👎👎⦆. ซึ่งอาจจะแก้ทางได้โดยการมีเงื่อนไขห้ามเปิดธุรกิจประเภทเดียวกันในสัญญา แต่คนที่ซื้อก็อาจจะใช้ช่องโหว่อื่นอีก เช่น ไปซื้อหุ้นบริษัทที่ทำธุรกิจเดียวกัน แล้วถ่ายโอนทุกอย่างไปให้บริษัทนั้นแทน(แปรสภาพ → ใช้ช่องโหว่ → ช่วงชิง)⦅👎👎👎⦆. จึงควรร่างสัญญาให้รัดกุม เพื่อกันเรื่องเหล่านี้ด้วย(เพิ่มพันธะ → อุดช่องโหว่)
หรืออีกวิธีคือ คนที่ซื้ออาจจะขายสินค้าชนิดนั้นในราคาถูกมาก ๆ ให้กับบริษัทในเครือของตัวเอง กำไร 3% ที่เสียเลยเป็นกำไรที่เล็กมาก ๆ แล้วบริษัทในเครือที่ซื้อสินค้าไป ก็ค่อยเอาไปขายให้ลูกค้าจริง ๆ อีกที(แปรสภาพ → ใช้ช่องโหว่ → ช่วงชิง)⦅👎👎👎⦆ ซึ่งอาจจะแก้ทางโดยการไม่ผูกส่วนแบ่งไว้กับกำไร แต่ผูกไว้กับสิ่งที่บิดยากกว่า เช่น จำนวนชิ้นที่ขาย หรือส่วนแบ่งทางการตลาด ฯลฯ ต่อให้จะขายถูกแค่ไหน ก็จะนับเป็นชิ้น ๆ ไป(ใช้พันธะ → อุดช่องโหว่)
กฎหมายปกป้องข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) ของบางประเทศ ไม่ให้เปิดเผยข้อมูลส่วนตัว เช่น ชื่อ นามสกุล หน้าตา ฯลฯ ของคนอื่นได้ . ซึ่งมีข้อดีคือ บางครั้งคนที่ไม่ได้ทำอะไรผิด แต่ถูกเข้าใจผิด หรือถูกใส่ร้าย ก็จะไม่ถูกคนอื่นรวมหัวกันทำร้าย เพราะเราไม่รู้ว่าเป็นใคร . แต่อีกทางหนึ่ง ก็เป็นการปกป้องคนที่ทำผิดด้วย เช่น ถ้าเขาทำร้ายร่างกายคนอื่น หรือบูลลี่คนอื่น ฯลฯ เราก็ไม่สามารถเปิดเผยชื่อเขาได้ ทำให้บางคนที่รู้จักกฎหมายนี้ อาจจะหาเรื่องคนอื่นไปทั่ว เพราะมีกฎหมายคอยปกป้องเขา ไม่ให้คนอื่นรู้อยู่แล้วว่าเขาเป็นใคร(ใช้ช่องโหว่ → โจมตี)⦅👎👎👎⦆
หนึ่งในวิธีแก้ทางคือ ถ้าเราโดนทำร้ายอย่างไม่เป็นธรรมจริง เราก็อาจจะแจ้งไปที่บริษัทที่เขาทำงาน หรือเคยทำงานมาก่อน เพราะบริษัทเหล่านี้จะกลัวเสียชื่อเสียง . ซึ่งถ้าเป็นบริษัทที่เขากำลังทำงาน ก็อาจจะช่วยกดดันเขา หรือช่วยเคลียร์กับเราให้ หรือไล่เขาออกให้(ใช้พันธะ → ใช้อำนาจ). หรือต่อให้เป็นบริษัทเก่าที่เขาเคยทำงาน ก็อาจจะออกมาเปิดเผยชื่อเขาแทนเราได้ เช่น ออกจดหมายชี้แจงว่า “นาย … ได้พ้นสภาพการเป็นพนักงานตั้งแต่ปี … แล้ว” ซึ่งทั้ง ๆ ที่เป็นการเปิดเผยชื่อของเขาเหมือนกัน แต่กลับไม่ผิด PDPA เพราะทางกฎหมายถือว่าเป็นการป้องกันการเข้าใจผิดเฉย ๆ (เป็นการใช้ช่องโหว่ทางกฎหมาย แก้ทางช่องโหว่ทางกฎหมายอีกที)(ใช้พันธะ → ใช้ช่องโหว่ → เปิดเผย)⦅👍❓⦆
(10. ช่องโหว่ที่อยู่ในรูปแบบของ "ความผิดพลาด")
ช่องโหว่ที่อยู่ในรูปแบบของ “ความผิดพลาด” เป็นลักษณะของบางสิ่งที่ “ไม่ได้ตั้งใจให้เกิดขึ้น” เช่น “ความผิดพลาด” หรือ “ความพลั้งเผลอ” หรือ “ความประมาท” หรือ “ความรู้เท่าไมถึงการณ์” ฯลฯ
บางคนก็อาจจะขโมยของของคนอื่น ตอนที่เขาเผลอวางอะไรทิ้งไว้หรือลืมของไว้ ในที่ที่ไม่มีคนอยู่(ใช้ช่องโหว่ → ช่วงชิง)⦅👎👎👎⦆. หรือในการต่อสู้ตัวต่อตัว บางคนก็อาจจะโจมตีอีกฝ่าย ตอนที่เขาเผลอหันไปมองอย่างอื่น หรือเผลอคิดเรื่องอื่น(ใช้ช่องโหว่ → โจมตี). หรือบางคนก็อาจจะหาอะไรมาล่อให้อีกฝ่ายเผลอไปมอง จะได้มีช่องโหว่(หลอกล่อ → สร้างช่องโหว่ → โจมตี)⦅~👎⦆
บางโปรแกรมจะมีช่องโหว่ หรือที่เรียกว่าบัค ซึ่งเมื่อมีคนที่หาเจอ เขาก็อาจจะเอาไปใช้ในทางที่ผิดได้ เช่น ไปดึงข้อมูลส่วนตัวของลูกค้าหรือพนักงานมาใช้(ใช้ช่องโหว่ → ล่วงรู้). หรือโกงระบบจ่ายเงิน(ใช้ช่องโหว่ → ช่วงชิง). หรือถึงข้อมูลบางอย่างฟรี ๆ ทั้ง ๆ ที่ต้องเสียเงินซื้อ(ใช้ช่องโหว่ → ช่วงชิง). หรือโกงการแข่งเกมออนไลน์(ใช้ช่องโหว่ → ทำให้ได้เปรียบ)ฯลฯ⦅👎👎👎⦆
ในการแข่งขันใด ๆ เวลามีคนทำพลาด อีกฝ่ายก็มักจะใช้ช่องโหว่นี้ต่อยอดในการทำอะไรบางอย่าง ไม่ปล่อยโอกาสให้เสียไปฟรี ๆ เช่น เวลานักการเมืองเผลอพิมพ์อะไรโง่ ๆ ในอินเทอร์เน็ต หรือพูดเผลอผิด ๆ บนเวที พรรคการเมืองฝ่ายตรงข้ามหรือคนที่เกลียดเขา ก็อาจจะนำมาขยายความ ด่า ประจานได้⦅👎👎👎⦆. หรือในเวทีมวย เวลามีคนต่อยพลาด อีกฝ่ายก็ไม่ปล่อยให้สูญเปล่า อาจจะรีบสวนคืนรัว ๆ จนไม่มีช่องโหว่ให้ตั้งตัวเลยก็ได้ ฯลฯ(ใช้ช่องโหว่ ⇒ ทำอย่างต่อเนื่อง → โจมตี)
(11. ช่องโหว่ที่อยู่ในรูปแบบของ "ความซับซ้อน")
ช่องโหว่ที่อยู่ในรูปแบบของ “ความซับซ้อน” เป็นลักษณะของบางสิ่งที่ “ไม่มีแบบแผน” หรือ “ไม่ได้เดินไปตามแบบแผน” หรือ “ไม่เป็นระเบียบ” หรือ “เข้าใจยาก” ทำให้ควบคุมดูแลยาก จึงง่ายที่จะเกิดช่องโหว่ . บางครั้งก็เรียกว่า ความสับสน หรือความวุ่นวาย หรือความยุ่งเหยิง หรือความอลหม่าน หรือความโกลาหล ฯลฯ ขึ้นอยู่กับบริบท
ในงานเลี้ยงที่มีคนเยอะ ๆ เอะอะ วุ่นวาย ต่างคนต่างก็ทำอะไรของตัวเอง . ถ้าเกิดมีคนแอบทำอะไร เช่น เจรจาสิ่งที่เป็นความลับ หรือส่งสารลับให้กัน หรือขโมยของ ฯลฯ ก็อาจจะไม่มีใครสังเกตเห็นก็ได้(ใช้ช่องโหว่ → ซ่อนเร้น)⦅~👎🖐️❓⦆
ในสถานที่ที่มีผู้คนจำนวนมาก แล้วอยู่ ๆ ก็มีความวุ่นวายเกิดขึ้น เช่น มีคนตะโกนด่ากัน หรือมีคนชกต่อยกัน หรือมีการแจกของ ฯลฯ หรือสถานที่ที่วุ่นวายอยู่แล้ว เช่น งานเทศกาล หรือคอนเสิร์ต หรือสถานที่ชุมนุม ฯลฯ ก็อาจเป็นช่องโหว่ให้บางคนฉวยจังหวะจากความชุลมุนนี้ แอบทำอะไรบางอย่าง เช่น ขโมยของ หรือลวนลามคนอื่น ฯลฯ(ใช้ช่องโหว่ → ซ่อนเร้น). หรือบางทีก็ตัวเขาเองนี่แหละ ที่เป็นตัวการทำให้เกิดความวุ่นวายก็ได้(วางกับดัก → สร้างความวุ่นวาย → สร้างช่องโหว่ → ซ่อนเร้น)⦅👎👎👎⦆
ขุนนางที่ต้องการจะชิงอำนาจ หรือสร้างอำนาจให้ตัวเอง ก็อาจจะยุให้คนในราชวงศ์ หรือคนในวัง หรือคนที่มีอำนาจ เกิดแตกกันเองเป็นส่วน ๆ จะได้มีช่องโหว่ให้ตัวเองแทรกเข้าไป แล้วทำตามเป้าหมายของตนเองได้(ทำลายความสัมพันธ์ → สร้างความวุ่นวาย → สร้างช่องโหว่ → (ช่วงชิง / สร้างอำนาจ))⦅👎👎👎⦆
กลุ่มทุนบางกลุ่ม อาจจะยุให้ประเทศต่าง ๆ มีความเห็นไม่ตรงกัน ทะเลาะกันเอง หรือทำสงครามกัน จะได้มีช่องโหว่ในการตักตวงผลประโยชน์ เช่น อาจจะจังหวะที่ราคาหุ้นหรือสินทรัพย์บางอย่างเหวี่ยงขึ้นลง หรือมีบางประเทศที่ต้องการกู้เงิน หรือขาดทรัพยากรบางอย่าง หรือต้องการอาวุธไว้ป้องกันตัวเอง ฯลฯ(วางกับดัก → ทำลายความสัมพันธ์ → สร้างช่องโหว่ → ช่วงชิง)⦅👎👎👎🖐️⦆
โปรแกรมที่มีฟีเจอร์น้อย ๆ มีระบบง่าย ๆ ไม่ซับซ้อน ก็มักจะไม่ค่อยมีช่องโหว่หรือบัคอะไรเท่าไหร่ ต่างจากโปรแกรมที่มีฟีเจอร์เยอะ ๆ มีระบบที่ซับซ้อน มีผู้ใช้จำนวนมาก โอกาสที่จะมีบัคก็จะมากขึ้นเช่นกัน ซึ่งบางคนก็ชอบหาบัคจากความซับซ้อนเหล่านั้น(ใช้ความซับซ้อน → หาช่องโหว่)⦅~👎 / -⦆
ระเบียบขั้นตอนราชการในหลายประเทศ เวลาที่เราจะยื่นเรื่องอะไรก็ตาม ก็มักจะต้องผ่านขั้นตอนที่ไม่จำเป็นมากมาย ต้องผ่านกฎระเบียบที่ไม่ประโยชน์ ต้องติดต่อหลายหน่วยงาน ซึ่งดูเหมือนจะยุ่งยากและเสียเวลาเปล่า ๆ . แต่จริง ๆ แล้ว คนที่ออกแบบระบบนี้ อาจจะตั้งใจให้เป็นแบบนี้ก็ได้ จะได้มีช่องทางมากมายในการคอร์รัปชัน เพราะมีความซับซ้อน เข้าใจยาก ทำให้ตรวจสอบยาก แต่โกงง่าย(เพิ่มกระบวนการที่ไม่จำเป็น → ทำให้ซับซ้อน → สร้างช่องโหว่ → ช่วงชิง)⦅👎👎👎🖐️⦆
หลายครั้ง การทำร้ายคนอื่นด้วยคำพูด คนที่โดนอาจจะเจ็บปวดยิ่งกว่าการถูกทำร้ายทางร่างกายก็ได้ แต่กลับตัดสินยาก พิสูจน์ยาก เพราะภาษาเป็นเรื่องของการตีความ ไม่เหมือนบาดแผลทางร่างกายที่เข้าใจง่าย แผลก็คือแผล ช้ำก็คือช้ำ เลือดออกก็คือเลือดออก พิการก็คือพิการ ฯลฯ จึงเป็นช่องโหว่ทางกฎหมาย ให้คนที่อยากทำให้คนอื่นเจ็บปวด ใช้วิธีทำร้ายทางจิตใจด้วยคำพูดแทน(ใช้ช่องโหว่ → โจมตี)⦅👎👎👎⦆
(การสร้างช่องโหว่ “หลอก ๆ”)
ในการสร้างช่องโหว่ บางครั้งก็จะช่องโหว่แบบ “หลอก ๆ” หรือ “ปลอม ๆ” ขึ้นมา คือไม่ได้เกิดจากความผิดพลาด หรือไม่ได้ตั้งใจ แต่จงใจสร้างขึ้นมาเลย เพื่อเป็นเหยื่อล่อให้อีกฝ่ายเข้ามาทำอะไรบางอย่างกับช่องโหว่นั้น แล้วจึงตลบหลัง ซ้อนแผนอีกที.เป็นคอมโบระหว่างกลศึกประเภท “การบิดเบือน”, “ช่องโหว่”, และ “การหลอกล่อ”(บิดเบือน → สร้างช่องโหว่ → หลอกล่อ)
ในการต่อสู้ บางคนอาจจะทำเป็นใช้ท่าหรือจังหวะที่มีช่องโหว่ เช่น ทำเป็นต่อยพลาด หรือทำเป็นเปลี่ยนกระสุน ฯลฯ . แต่จริง ๆ เป็นการสร้างช่องโหว่หลอก ๆ ที่เตรียมการรับมือไว้แล้ว เช่น พออีกฝ่ายสวนมาเพราะต่อยพลาด ก็อาจจะต่อยโดนเกาะเหล็กที่แอบซ่อนไว้จนเจ็บมือ หรือพอศัตรูจะออกมายิงตอนที่เปลี่ยนกระสุน ก็ทำให้อีกฝ่ายเผยตำแหน่งออกมา แล้วให้คนอื่นที่แอบอยู่โจมตีกลับไปก็ได้ ฯลฯ(บิดเบือน → สร้างช่องโหว่ → หลอกล่อ → ใช้กับดัก → โจมตี)⦅👎👎👎⦆
ในสงคราม บางกองทัพอาจจะแกล้งทำเป็นเปิดช่องโหว่ เช่น เมื่ออีกฝ่ายทำเป็นโจมตี เพื่อหลอกล่อให้ยกทัพออกจากฐานไปช่วย จะได้บุกมาโจมตีฐานทัพได้ง่าย ก็เลยแกล้งทำตามแผนของอีกฝ่าย คือทำเป็นยกทัพออกไป แต่จริง ๆ คือรู้อยู่แล้วว่าอีกฝ่ายจะบุกมา เลยวางกับดักไว้ที่ฐานทัพตัวเอง เป็นการซ้อนแผนอีกที(ล่วงรู้ ⇒ บิดเบือน → สร้างช่องโหว่ → หลอกล่อ → ใช้กับดัก → โจมตี)⦅👎👎👎⦆
ในการออกโปรโมชัน นักการตลาดบางคน อาจจะแกล้งออกโปรโมชันที่ถูกเป็นพิเศษ ให้ดูเหมือนนาน ๆ มีทีหนึ่ง เพื่อให้ลูกค้าเชื่อว่าตัวเองได้ของถูกกว่าคนอื่น ได้ดีลลับ ดีลพิเศษ ทำให้รู้สึกคุ้มค่าและภูมิใจในตัวเอง . แต่จริง ๆ แล้ว นี่อาจจะไม่ได้เป็นโปรพิเศษอะไรขนาดนั้นและมีเป็นประจำ และก็มีลูกค้าหลายคนที่ได้ราคาใกล้เคียงกัน(บิดเบือน → สร้างช่องโหว่ → หลอกล่อ → (ทำให้รู้สึกคุ้มค่า + ทำให้ภูมิใจ))⦅⦅👎 / -⦆🖐️⦆
(การ “ลองไปเรื่อย ๆ” เพื่อหาช่องโหว่)
วัตถุบางอย่าง เช่น ลิ้นชักที่ล็อก หรือประตูที่ล็อก หรือของเล่นปริศนา ฯลฯ บางคนอาจจะลองทำบางอย่างมั่ว ๆ เช่น แกะ แงะ งัด ดึง หมุด บิด เปิดปิดเร็ว ๆ ผลักให้สุดแล้วดึงทีเดียว ฯลฯ ไปเรื่อย ๆ ก็อาจจะเจอช่องโหว่ทางกลไกบางอย่างขึ้นมาก็ได้((ลอง + ทำอย่างไม่สม่ำเสมอ) → หาช่องโหว่)⦅⦅~👎 / -⦆🖐️❓⦆. เพราะคนที่ออกแบบวัตถุชิ้นนั้น ก็อาจจะไม่คิดว่าจะมีคนทำอะไรแบบนี้ เลยไม่ได้ออกแบบเผื่อไว้
โปรแกรมบางอย่าง บางคนอาจจะลองกดตรงนู้นที ตรงนั้นที หรือกดบางปุ่มย้ำ ๆ เร็ว ๆ หรือกดตอนอะไรบางอย่างกำลังโหลดอยู่ หรือกดหลาย ๆ ปุ่มพร้อมกัน หรือใช้หลายฟีเจอร์พร้อมกัน ฯลฯ เผื่อมีข้อผิดพลาด หรือบัคเกิดขึ้น((ลอง + ทำอย่างไม่สม่ำเสมอ) → หาช่องโหว่)⦅⦅~👎 / -⦆🖐️❓⦆. หรือบัคของเกม หลายครั้งคนที่เจอก็มักจะเป็นผู้เล่นที่ซน ชอบลองทำอะไรแผลง ๆ
กีฬาบางอย่าง เช่น แบตมินตันแบบคู่ หรือเทนนิสแบบคู่ หรือวอลเลย์บอล ฯลฯ ถ้าลองตีไปในทิศทางต่าง ๆ ไม่แน่นอน ซ้ายบ้าง ขวาบ้าง หน้าบ้าง หลังบ้าง ไปเรื่อย ๆ ก็อาจจะมีสักครั้งที่อีกฝ่ายเผลอยืนตำแหน่งไม่ดี จนเกิดเป็นช่องโหว่ขึ้นมาก็ได้ แล้วก็ตีไปตรงจุดนั้น เพื่อทำคะแนน(ทำอย่างไม่สม่ำเสมอ → หาช่องโหว่ → โจมตี)
ในสนามรบ แม่ทัพคนหนึ่งนำกองกำลังของตัวเองออกไปปะทะกับฝ่ายตรงข้ามเรื่อย ๆ ด้วยกลวิธีต่าง ๆ ไม่แน่นอน คาดเดาไม่ได้ ลองไปเรื่อย ๆ ก็อาจจะมีสักครั้งที่อีกฝ่ายเกิดช่องโหว่อะไรบางอย่างขึ้นมา เช่น ทหารไปกองในจุดเดียวกันมากเกินไป จนมีบางจุดที่คนน้อย แล้วก็เข้าไปยึดพื้นที่นั้น หรือทหารสับสน อลหม่าน ไม่เป็นเอกภาพ ไม่รู้จะฟังคำสั่งใคร ต้องทำอะไร หรือล่อให้ออกห่างจากพื้นที่สำคัญ ฯลฯ แล้วก็ใช้ช่องโหว่นี้ชิงความได้เปรียบ((หลอกล่อ + ทำอย่างไม่สม่ำเสมอ + ใช้จำนวน) → หาช่องโหว่ → ทำให้ได้เปรียบ)⦅👎👎👎⦆