บทที่ 1: เกี่ยวกับกลศึก
กลศึก หมายถึงอะไร ?
คำว่า “กลศึก” หมายถึง “การใช้วิธีที่ไม่ปกติในการบรรลุเป้าหมาย” . ซึ่งคำว่า “วิธีที่ไม่ปกติ” หมายถึง “วิธีที่แปลกประหลาด พิสดาร บางครั้งก็ไม่อยู่ในการคาดเดา หรือไม่คาดคิด บางครั้งก็โลดโผน ลัดขั้นตอน บางครั้งก็อุกอาจ บางครั้งก็แนบเนียน”
ซึ่งก็มีคำอื่น ๆ ที่คล้ายกัน เช่น คำว่า “กลอุบาย” “อุบาย” “เล่ห์กล” “ความเจ้าเล่ห์” ฯลฯ . ซึ่งที่ผู้เขียนใช้คำว่า “กลศึก" เพราะให้ความรู้สึกเป็นวิชาการ ต่างจากคำอื่นที่ให้ความรู้สึกเป็นภาษาพูดมากกว่า
เช่น ถ้าใครสักคนต้องการสอบให้ผ่าน แล้วเขาอ่านหนังสือสอบ แบบนี้ถือเป็นวิธีปกติ แต่ถ้าเขาหาวิธีแอบรู้ข้อสอบล่วงหน้า(ล่วงรู้)หรือแอบลอกคำตอบคนอื่น(ลอกเลียน)แบบนี้ถือเป็นวิธีที่ไม่ปกติ (เป็นกลศึก)
หรือถ้าเราขายของโดยการอธิบายสินค้าของตัวเอง แบบนี้ถือเป็นวิธีปกติ แต่ถ้าเราลังกระดาษเปล่า ๆ มาวางเป็นฉากหลัง เวลาไลฟ์ขายของ หรือแสร้งทำเป็นยุ่ง เดินไปเดินมา ทำนู่นทำนี่ คนอื่นจะได้คิดว่าเราขายดี(บิดเบือน → สร้างภาพลักษณ์)แบบนี้ถือเป็นกลศึก
หรือถ้าลูกของเราเขากำลังซน แล้วเราสั่งสอนลูกของเราตรง ๆ แบบนี้ถือเป็นวิธีปกติ แต่ถ้าเราหาของเล่นอย่างอื่นมาเบี่ยงเบนความสนใจ (ใช้ความชอบ → หลอกล่อ)หรือใช้เงื่อนไขบางอย่างมาต่อรอง เช่น ถ้าอยู่นิ่ง ๆ จะพาไปเที่ยว หรือให้กินขนม(ใช้ความชอบ → สร้างพันธะ) แบบนี้ถือเป็นกลศึก
ซึ่งนิยามของคำว่า “ไม่ปกติ” ในบางกรณีมันก็ก้ำกึ่ง จะมองว่าปกติหรือไม่ปกติก็ได้ ไม่ได้มีเส้นแบ่งที่ชัดเจนเสมอไป
การคอมโบ (Combo)
ซึ่งกลศึกต่าง ๆ นั้น มีมากมายหลากหลายรูปแบบนับไม่ถ้วน แทบจะเรียกว่าไม่จำกัดรูปแบบเลยก็ว่าได้ . เพื่อให้สามารถรองรับรูปแบบอันมหาศาลได้ ผู้เขียนจึงออกแบบระบบหนึ่งขึ้นมา เป็นระบบที่สามารถเอากลศึกต่าง ๆ มาผสมผสาน (combination) กัน หรือที่เรียกสั้น ๆ ว่าการ “คอมโบ” (combo)
- ทำกลศึกหนึ่ง เพื่อทำอีกกลศึกหนึ่ง (A → B)
- ทำกลศึกหนึ่ง แล้วทำอีกกลศึกหนึ่งต่อ (A ⇒ B)
- ทำสองกลศึกควบคู่กัน (A + B)
- ทำกลศึกใดกลศึกหนึ่ง (A / B)
(A และ B หมายถึง ประเภทของกลศึก)
| ความหมาย | สัญลักษณ์ | วิธีอ่าน | |
|---|---|---|---|
| 1 | ทำกลศึกหนึ่ง เพื่อทำอีกกลศึกหนึ่ง | A → B | A เพื่อ B |
| 2 | ทำกลศึกหนึ่ง แล้วทำอีกกลศึกหนึ่งต่อ | A ⇒ B | A แล้ว B |
| 3 | ทำสองกลศึกควบคู่กัน | A + B | A และ B |
| 4 | ทำกลศึกใดกลศึกหนึ่ง หรือทั้งสองกลศึก | A / B | A หรือ B |
(1. ทำกลศึกหนึ่ง “เพื่อ” ทำอีกกลศึกหนึ่ง)
การทำกลศึกหนึ่ง เพื่อทำอีกกลศึกหนึ่งต่อ (A → B) เป็นการทำกลศึกบางอย่าง เพื่อให้เกิดอีกกลศึกหนึ่ง หรือเพื่อให้สามารถทำอีกกลศึกหนึ่งได้ ถือเป็นรูปแบบการคอมโบที่ใช้บ่อยที่สุด . ใช้สัญลักษณ์เป็นเครื่องหมายลูกศรขีดเดียว (→)
สมมติว่า แม่ทัพของเมืองเมืองหนึ่ง ต้องการโจมตีอีกเมืองหนึ่ง ก็ถือเป็นกลศึกประเภท “การโจมตี”(โจมตี) ยังไม่ถือว่าเป็นการคอมโบ
ถ้าสาเหตุที่เขาโจมตีอีกเมือง ก็เพื่อต้องการยึดทรัพยากรของเมืองนั้นมาเป็นของตน . ถือเป็นคอมโบระหว่างกลศึกประเภท “การโจมตี” และ “การช่วงชิง” (โจมตี → ช่วงชิง) . อ่านว่า “โจมตี เพื่อช่วงชิง”
แล้วถ้าสิ่งที่เขาได้เปรียบคือจำนวน การที่เขามีกำลังมากกว่าอีกเมือง ทำให้เขาสามารถบุกโจมตี แล้วเอาชนะอีกฝ่ายได้ . ถือเป็นการคอมโบ 3 ต่อ (ใช้จำนวน → โจมตี → ช่วงชิง) . อ่านว่า “ใช้จำนวน เพื่อโจมตี เพื่อช่วงชิง”
แต่ถ้าเขามีกำลังพอ ๆ กับอีกเมือง ถ้าสู้กันก็คงทัดเทียมกัน เอาชนะได้ยาก ซึ่งตามหลักแล้ว ฝ่ายที่บุกควรจะมีกำลังมากกว่า . เขาจึงใช้วิธีหลอกล่อให้อีกฝ่ายย้ายกำลังของตนเองบางส่วนไปที่อื่น จะได้มีกำลังลดลง จากนั้นก็เอาชนะด้วยความได้เปรียบทางจำนวน . ถือเป็นการคอมโบ 5 ต่อ(หลอกล่อ → แบ่งแยก → ลดจำนวน → โจมตี → ช่วงชิง) . อ่านว่า “หลอกล่อ เพื่อแบ่งแยก เพื่อลดจำนวน เพื่อโจมตี เพื่อช่วงชิง”
ซึ่งถ้าสิ่งที่เขาใช้หลอกล่ออีกฝ่ายนั้น คือการที่เขากำลังจะแพ้ ต้องหนีถอย แล้วอีกฝ่ายก็คิดว่าตัวเองกำลังจะชนะ เลยได้ใจ แบ่งกำลังบางส่วนมาไล่ล่า . ถือเป็นคอมโบ 6 ต่อ(ใช้ความอยากเอาชนะ → หลอกล่อ → แบ่งแยก → ลดจำนวน → โจมตี → ช่วงชิง) . อ่านว่า “ใช้ความอยากเอาชนะ เพื่อหลอกล่อ เพื่อแบ่งแยก เพื่อลด เพื่อโจมตี เพื่อช่วงชิง”
แต่ถ้าเขาไม่ได้กำลังจะแพ้จริง ๆ แค่แกล้งทำเป็นจะแพ้ ทำเป็นอ่อนแอ เพื่อหลอกอีกฝ่ายอีกที . ถือเป็นคอมโบ 7 ต่อ(บิดเบือน → ทำให้อยากเอาชนะ → หลอกล่อ → แบ่งแยก → ลดจำนวน → โจมตี → ช่วงชิง) . อ่านว่า “บิดเบือน เพื่อทำให้อยากเอาชนะ เพื่อหลอกล่อ เพื่อแบ่งแยก เพื่อลดจำนวน เพื่อโจมตี เพื่อช่วงชิง”
(2. ทำกลศึกหนึ่ง “แล้ว” ทำอีกกลศึกหนึ่งต่อ)
การทำกลศึกหนึ่ง แล้วทำอีกกลศึกหนึ่งต่อ (A ⇒ B) เป็นการทำกลศึกบางอย่าง แล้วทำอีกกลศึกหนึ่งต่อ ซึ่งต่างจากการคอมโบรูปแบบที่แล้วคือ ทั้งสองกลศึกไม่ได้ส่งผลถึงกันโดยตรง . ใช้สัญลักษณ์เป็นเครื่องหมายลูกศรสองขีด (⇒)
เราอาจจะสร้างภาพลักษณ์ให้ใครบางคนเห็น โดยทำเป็นว่าเราเป็นคนแบบนั้นแบบเนียน ๆ เช่น เราอาจจะทำเป็นอ่านหนังสือการเงิน จะได้ดูเป็นคนวางแผนอนาคต หรืออ่านหนังสือจิตวิทยา จะได้ดูเป็นคนเข้าใจผู้อื่น หรือพูดเรื่องเทคโนโลยี จะได้ดูเป็นคนทันสมัย ฯลฯ(ทำอย่างแนบเนียน → สร้างภาพลักษณ์) . แต่ถ้าเราไปสืบมาก่อน จนรู้ว่าเขาว่าชอบคนแบบไหน ก็จะตรงจุดมากขึ้น (ล่วงรู้ ⇒ ทำอย่างแนบเนียน → สร้างภาพลักษณ์) . อ่านว่า “ล่วงรู้ แล้วทำอย่างแนบเนียน เพื่อสร้างภาพลักษณ์”
จะเห็นได้ว่า กลศึกนี้แบ่งออกเป็น 2 ส่วน . ส่วนแรก คือ การที่เรารู้ว่าเขาชอบคนแบบไหน จากนั้นก็เอาสิ่งที่เขาชอบ มาทำพฤติกรรมนั้น ๆ แบบเนียน ๆ (ล่วงรู้ ⇒ ทำอย่างแนบเนียน) . ส่วนที่สอง คือ พอเราพฤติกรรมนั้น ๆ แล้ว เราก็จะมีภาพลักษณ์บางอย่างในสายตาของเขา(ทำอย่างแนบเนียน → สร้างภาพลักษณ์)
สิ่งที่ต่างกันระหว่าง 2 ส่วนนี้ คือ การที่เราทำพฤติกรรมบางอย่าง ทำให้เราเกิดภาพลักษณ์นั้น ๆ เลย จึงการคอมโบรูปแบบการทำต่อเนื่อง และเกี่ยวข้องกันโดยตรง . แต่การที่เรารู้อะไรมา ไม่ได้ทำให้เราเกิดพฤติกรรมใด ๆ เลย แต่เราเอาสิ่งที่เรารู้มา มาทำพฤติกรรมบางอย่างอีกที หรือต่อให้ไม่รู้มาก่อน ก็ยังใช้วิธีนี้ได้อยู่ดี จึงการคอมโบรูปแบบการทำต่อเนื่อง แต่ไม่ได้เกี่ยวข้องกันโดยตรง
(3. ทำสองกลศึก “ควบคู่กัน”)
การทำสองกลศึกควบคู่กัน (A + B) เป็นการทำกลศึกหนึ่ง กับอีกกลศึกหนึ่งควบคู่กัน . ใช้สัญลักษณ์เป็นเครื่องหมายบวก (+)
สตาร์ตอัปแห่งหนึ่ง เป็นแพลตฟอร์มที่ช่วยรวบรวมข้อมูลและใช้เอไอวิเคราะห์ประกันให้กับลูกค้า ช่วยให้คำแนะนำลูกค้าแต่ละคนว่า แผนไหนคุ้มค่าที่สุด แผนไหนที่เหมาะกับลูกค้ามากที่สุด
สิ่งที่หักมุมคือ วันหนึ่ง เริ่มมีคนรู้ความจริงว่า จริง ๆ แล้ว สตาร์ตอัปแห่งนี้เป็นบริษัทลูกของบริษัทประกันแห่งหนึ่ง ซึ่งที่ทำแพลตฟอร์มนี้ขึ้นมา ก็เพื่อจะได้รับข้อมูลประกันจำนวนมากจากลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการ ทำให้ได้เปรียบเจ้าอื่นในการออกกรมธรรม์((เป็นตัวกลาง + ซ่อนเร้น) → ล่วงรู้ → ทำให้ได้เปรียบ). อ่านว่า “เป็นตัวกลาง และซ่อนเร้น เพื่อล่วงรู้ เพื่อทำให้ได้เปรียบ”
สิ่งที่บริษัทประกันแห่งนี้ทำ คือ สร้างแพลตฟอร์มตัวกลางในการรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลประกัน(เป็นตัวกลาง) ในขณะเดียวกัน ก็พยายามไม่ให้คนอื่นรู้ว่าแพลตฟอร์มนี้เป็นของบริษัทประกัน(ซ่อนเร้น) เพราะคนที่รู้ ก็ย่อมจะไม่เชื่อถือข้อมูลที่วิเคราะห์ออกมา จึงต้องทำทั้ง 2 อย่างไปด้วยกัน จึงเป็นการคอมโบรูปแบบการทำควบคู่กัน
(4. ทำ "กลศึกใดกลศึกหนึ่ง หรือทั้งสองกลศึก")
การทำกลศึกใดกลศึกหนึ่ง (A / B) เป็นการทำกลศึกใดกลศึกหนึ่ง หรือทั้งสองกลศึก . ใช้สัญลักษณ์เป็นเครื่องหมายทับ ( / )
สมมติว่า เราคิดว่าแฟนของเราชอบพูดแรงเกินไป เราเลยอาจจะลองตั้งคำถามในออนไลน์ ประมาณว่า "พูดแบบกับแฟนนี้ ถือว่าแรงไปไหมคะ ?” . ซึ่งจริง ๆ เราก็รู้อยู่แล้วว่า ใคร ๆ ก็ต้องบอกว่ามันแรงไปแน่ ๆ แต่ที่ถามแบบนี้ ก็เพื่อให้คนอื่นมาช่วยมาแสดงความเห็นว่ามันแรงไป จะได้เอาไปใช้อ้างอิงกับแฟนได้(ทำอย่างแนบเนียน → ช่วงใช้ → (สร้างความชอบธรรม / สร้างความเชื่อ)) . อ่านว่า “ทำอย่างแนบเนียน เพื่อช่วงใช้ เพื่อสร้างความชอบธรรม หรือสร้างความเชื่อ”
การที่เราทำเป็นถามคำถาม แต่จริง ๆ คือต้องการให้คนมาช่วยตอบ(ทำอย่างแนบเนียน → ช่วงใช้)ถ้าทำเพื่อเอาไปอ้างอิงเวลาเถียงกับแฟน เพื่อให้เถียงชนะแล้วแฟนยอมแพ้ ยอมพูดกับเราดี ๆ ถือเป็นกลศึกประเภทความชอบธรรม (สร้างความชอบธรรม) . แต่ถ้าทำเพื่อเอาไปโน้มน้าวแฟน เพราะแฟนไม่เชื่อจริง ๆ ว่าคำพูดแบบนี้มันแรง จนพอใคร ๆ ก็บอกว่ามันแรง เลยยอมเชื่อ ถือเป็นกลศึกประเภทความเชื่อ (สร้างความเชื่อ) ขึ้นอยู่กับจะใช้กลศึกไหน หรือหวังผลทั้งสองกลศึกเลยก็ได้ จึงเป็นการคอมโบรูปแบบการทำอย่างใดอย่างหนึ่ง หรือทั้งสองอย่าง
| ความหมาย | สัญลักษณ์ | วิธีอ่าน | |
|---|---|---|---|
| 1 | ทำกลศึกหนึ่ง เพื่อทำอีกกลศึกหนึ่ง | A → B | A เพื่อ B |
| 2 | ทำกลศึกหนึ่ง แล้วทำอีกกลศึกหนึ่งต่อ | A ⇒ B | A แล้ว B |
| 3 | ทำสองกลศึกควบคู่กัน | A + B | A และ B |
| 4 | ทำกลศึกใดกลศึกหนึ่ง หรือทั้งสองกลศึก | A / B | A หรือ B |


การคอมโบระหว่างกลศึก ถือเป็นจุดเด่นของหนังสือเล่มนี้ ทำให้ไม่ว่าผู้อ่านจะเลือกอ่านจุดไหนก่อนก็ตาม สุดท้ายแล้ว เนื้อหาทั้งหมดก็จะเชื่อมโยงกันอยู่ดี
ต้องบอกก่อนว่า นี่ไม่ใช่สมการทางคณิตศาสตร์ หรือสมการเคมี เป็นเพียงการอธิบายเพื่อจัดประเภทและทำให้เห็นภาพชัดขึ้น . เราจึงไม่จำเป็นต้องจริงจังกับการคอมโบมากก็ได้
และเนื่องจากการคอมโบเป็นระบบที่ใช้มุมมองทางภาษามาช่วยอธิบาย ทำให้บางตัวอย่างสามารถอธิบายได้หลายแบบ เขียนเป็นคอมโบได้หลายวิธี ขึ้นอยู่กับว่าจะมองมุมไหน ไม่ได้มีกฎเกณฑ์ที่แน่นอนเหมือนสมการเคมี หรือสมการทางคณิตศาสตร์
สัญลักษณ์ (คำเตือน & คำแนะนำ)
แน่นอนว่า การศึกษาเรื่องกลศึกนั้น มีความเป็นไปได้ที่จะมีคนเอาไปใช้ในทางที่ผิด หรือใช้ผิดบริบท หรือเผลอเอาไปจับผิดคนอื่น เวลาเห็นคนทำพฤติกรรมที่เข้าเค้ากับบางตัวอย่างในหนังสือ . ผู้เขียนจึงออกแบบสัญลักษณ์อย่างหนึ่งขึ้นมา เพื่อใช้เป็นคำเตือนและคำแนะนำระหว่างทาง โดยตั้งใจให้เข้าใจง่าย กระชับ และไม่รบกวนการอ่าน
| สัญลักษณ์ | ความหมาย |
|---|---|
| 👎👎👎 | เป็นสิ่งที่ชั่ว / ไม่สมควรทำอย่างยิ่ง / ควรช่วยกันป้องกันไม่ให้เกิดขึ้น |
| 👎👎 | ค่อนไปทางลบ / เป็นสิ่งที่ชั่ว / ไม่สมควรทำ |
| 👎 | เทา ๆ / ค่อนไปทางลบ / คิดให้ดีก่อนใช้ |
| 👍 | เทา ๆ / ค่อนไปทางบวก / มีไว้เป็นตัวเลือก |
| 👍👍 | ค่อนไปทางบวก / เป็นสิ่งที่ดี / สมควรทำ |
| 👍👍👍 | เป็นสิ่งที่ดี / สมควรทำอย่างยิ่ง / ควรได้รับการชื่นชม |
| สัญลักษณ์ | ความหมาย |
|---|---|
| ❓ | คิดให้ดีถ้าจะใช้ ตั้งคำถามกับตัวเองให้มาก ๆ (อาจส่งผลกระทบที่คิดไม่ถึง) |
| 🖐️ | อย่าพึ่งรีบร้อนไปจับผิดคนอื่น (เอามือมากันไว้) (เขาอาจจะไม่ได้ตั้งใจ หรือเหตุการณ์อาจจะไม่ได้เป็นอย่างที่คิดก็ได้) |
| / | เครื่องหมาย "หรือ" เช่น ⦅👎 / 👍⦆ หมายถึง ดีหรือชั่วก็ได้ ขึ้นอยู่กับบริบท |
*** สัญลักษณ์เหล่านี้เป็นเพียงการประเมินคร่าว ๆ จากมุมมองผู้เขียน และอาจไม่ตรงกับสถานการณ์จริงเสมอไป ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณของตนเองประกอบด้วย และพิจารณาถึงบริบทที่เกิดขึ้นจริงเสมอ
ตัวอย่างกลศึก เช่น ถ้าเพื่อนของเราเป็นคนปากเสีย แล้วเรากลัวเขาจะไปมีเรื่องกับใครบางคน เราก็อาจจะบอกว่า “ช่วงนี้ดาวพุธกำลังย้ายราศี เข้าสู่ตำแหน่งอริ ทำให้การพูดจากับคนอื่นอาจมีปัญหาได้ แล้วยังมีดาวอังคารย้ายมาอยู่ด้วยอีก อาจถึงขั้นโดนทำร้ายร่างกายได้เลยนะ” เขาอาจจะเกิดความกลัว และระวังคำพูดมากขึ้นก็ได้(ใช้ความเชื่อ → (ทำให้ไม่ประมาท / ทำให้กลัว))⦅👍❓⦆
แน่นอนว่า นี่เป็นกลศึกที่มีเจตนาที่ดี และที่เลือกใช้กลศึกก็อาจเป็นเพราะสามารถทำลายข้อจำกัดบางอย่างที่วิธีปกติทำไม่ได้ เช่น เขาอาจจะเป็นคนที่ดื้อ ไม่รับฟังเหตุผล การพูดตักเตือนไปตรง ๆ เลยไม่มีประโยชน์ หรือต้องการหลีกเลี่ยง ไม่อยากไปปะทะกับเขาตรง ๆ เลยอ้างดวงดาวแทน ฯลฯ . ผู้เขียนจึงให้เป็น⦅👍⦆เพราะมีเจตนาที่ดี
แต่วิธีนี้ ก็มีข้อเสียและความเสี่ยงเหมือนกัน เช่น เป็นการพึ่งพาสิ่งภายนอก โดยใช้ความเชื่อและความกลัวแก้ปัญหา ไม่ได้แก้ที่ต้นตอนิสัยของเขาจริง ๆ หรือพอดวงดาวเปลี่ยน เขาอาจจะกลับมาปากเสียเหมือนเดิมก็ได้ หรือถ้าเขาเกิดเชื่อเป็นจริงเป็นจังขึ้นมา ก็อาจจะวิตกกังวลเกินเหตุก็ได้ ฯลฯ จึงควรคิดดี ๆ ถ้าจะใช้วิธีนี้ . ผู้เขียนจึงใส่สัญลักษณ์⦅❓⦆เข้ามาด้วย จึงกลายเป็น⦅👍❓⦆
ในบางครั้ง พฤติกรรมเดียวกันแท้ ๆ ยังสามารถมองได้หลายแบบ อาจจะมองได้ทั้งในดีและชั่ว ขึ้นอยู่กับบริบทที่ใช้ เจตนาของผู้ใช้ และมุมมองของเราด้วยก็มี
ตัวอย่างกลศึก (2) เช่น บางคนอาจจะถามคนอื่นประมาณว่า “เป็นไงบ้าง ขนมที่ซื้อมาฝาก อร่อยไหม ?” หรือ “หนังสือที่เอามาให้เป็นไง ได้อ่านรึยัง ?” ฯลฯ . แต่จริง ๆ แล้ว เขาอาจจะกำลังตอกย้ำเรื่องที่ตัวเองเคยช่วยคนอื่นก็ได้ เป็นการสร้างบุญคุณเล็ก ๆ ให้อีกฝ่ายเกรงใจ(ทำอย่างแนบเนียน → สร้างความเกรงใจ)⦅👎🖐️⦆หรืออาจทำเพียงเพื่อต้องการสร้างความสัมพันธ์กันอีกฝ่ายก็ได้(ทำอย่างแนบเนียน → สร้างความสัมพันธ์)⦅👍❓⦆
ถ้าเราเจอคนมาทำอะไรแบบนี้กับเราในชีวิตจริง สิ่งแรกที่เราควรคิดคือ ไม่รีบร้อนไปจับผิดเขา อย่าพึ่งไปคิดว่าที่เขาทำแบบนี้ ก็เพราะหวังผลเรื่องบุญคุณหรือความเกรงใจกับเรา การซื้อของมาฝากและการถามถึงของที่ซื้อมาฝาก ก็ถือเป็นเรื่องปกติที่คนทำกันอยู่แล้ว ที่เขาถามถึงก็อาจจะเป็นเพราะคิดว่า ถ้าเราชอบจะได้ซื้อมาให้ใหม่ หรือแค่อยากรู้ความเห็นของเราเฉย ๆ . ผู้เขียนจึงใส่สัญลักษณ์⦅🖐️⦆เข้ามา
แต่ถ้าเขาตั้งใจที่จะทำเพื่อสร้างความเกรงใจหรือบุญคุณจริง ก็ไม่ได้เป็นสิ่งที่เลวร้าย หรือสร้างความเดือดร้อนให้เราขนาดนั้น และยังดีที่ซื้อของมาฝากด้วยซ้ำ แต่ก็ถือเป็นเจตนาลบนิด ๆ คือมีแอบหวังผล ไม่ได้ให้ด้วยความจริงใจ . ผู้เขียนเลยให้เป็น⦅👎⦆จึงกลายเป็น⦅👎🖐️⦆
แต่อีกความเป็นไปได้หนึ่ง คือ เขาอาจจะแค่อยากสร้างความสัมพันธ์กับเรา อยากสนิทด้วยเฉย ๆ ซึ่งการซื้อของมาฝากก็เป็นวิธีทั่วไป และเป็นวิธีที่ดี เป็นการแสดงน้ำใจอย่างหนึ่ง . ผู้เขียนเลยให้เป็น⦅👍⦆
แต่ถ้าเราเป็นคนทำแบบนี้เอง ก็ควรทำอย่างระมัดระวัง เพราะถ้าทำอย่างโจ่งแจ้ง จงใจเลือกปฏิบัติเกินไป ก็อาจถูกจับผิด นินทา ถูกมองว่าเข้าหาคนอื่นเพราะหวังผลประโยชน์ก็ได้ . ผู้เขียนเลยใส่⦅❓⦆เพิ่มเข้ามา เลยกลายเป็น⦅👍❓⦆
จะเห็นได้ว่า แม้แต่พฤติกรรมเดียวกันแท้ ๆ ก็สามารถเป็นได้ทั้ง⦅👎🖐️⦆กับ⦅👍❓⦆ขึ้นอยู่กับเจตนาของคนที่ใช้ และอยู่ที่ว่าเราจะมองในมุมไหนด้วย . และผู้อ่านก็อาจจะมองต่างจากผู้เขียนก็ได้
หรือเราสามารถเขียนรวบเป็นแบบนี้แทนก็ได้(ทำอย่างแนบเนียน → (สร้างความเกรงใจ / สร้างความสัมพันธ์))⦅⦅👎 / 👍⦆🖐️❓⦆
เมื่ออ่านมาถึงตรงนี้ ผู้อ่านได้เข้าใจพื้นฐานของหนังสือเล่มนี้ทั้งหมดแล้ว ในบทถัดไปเราจะมาพูดถึงกลศึกประเภทต่าง ๆ ซึ่งผู้อ่านสามารถเลือกอ่านกลศึกที่สนใจได้