กลศึกที่ 5: การหลอกล่อ
กลศึกประเภท “การหลอกล่อ” เป็นกลอุบายที่เกี่ยวกับ “การนำบางอย่างที่เป้าหมายสนใจมาล่อ เพื่อให้เป้าหมายมุ่งความสนใจไปที่สิ่งนั้น จนอาจมองข้ามบางอย่างไป” . โดยสิ่งที่นำมาใช้ล่อจะถูกเรียกว่า “เหยื่อ”
- “มุ่ง” ความสนใจไปที่บางสิ่ง
- “ละ” ความสนใจที่มีต่อบางสิ่ง
(การหลอกล่อแบบ “มุ่ง” vs “ละ”)
สิ่งที่แตกต่างระหว่างการหลอกล่อทั้ง 2 แบบ คือ อยู่ที่ว่าผู้ใช้กลศึกหวังผลแบบใด ? ถ้าหวังผลจากการที่เป้าหมายมุ่งความสนใจไปที่บางสิ่ง ถือเป็นแบบ “มุ่ง” . แต่ถ้าหวังผลจากการที่เป้าหมายละความสนใจที่มีต่อบางสิ่ง ถือเป็นแบบ “ละ”
สมมติว่า เราใช้เหยื่อตกปลา เพื่อจะจับปลาที่มากินเหยื่อ ถือเป็นแบบ “มุ่ง”(หลอกล่อ → ช่วงชิง). แต่ถ้าสมมติว่า มีปลากำลังเฝ้าสมบัติล้ำค่าอยู่ แล้วเราใช้เหยื่อล่อให้ปลาออกห่างจากสมบัติ เพื่อจะได้เข้าไปเอาสมบัตินั้น ไม่ได้สนใจที่ตัวปลา ถือเป็นแบบ “ละ”(หลอกล่อ → ซ่อนเร้น → ช่วงชิง)
บางกองทัพ อาจจะแกล้งทำเป็นเสียเปรียบ เพื่อให้ศัตรูไล่ล่าตนเอง จนมาเจอกับดักที่วางไว้ ถือเป็นแบบ “มุ่ง”(บิดเบือน → หลอกล่อ → ใช้กับดัก). แต่ถ้าต้องการให้ศัตรูไล่ล่า จะได้ออกห่างจากคลังเสบียง เพื่อให้กองกำลังอีกส่วนของตนเอง ลอบเข้าไปชิงเสบียงของศัตรู ถือเป็นแบบ “ละ”(บิดเบือน → หลอกล่อ → ซ่อนเร้น → ช่วงชิง)
สมมติว่า เราเอาของเล่นให้กับเด็กทารก พอเขาได้เล่นของเล่นชิ้นนี้ ก็จะเป็นการฝึกพัฒนาการในตัว ถือเป็นแบบ “มุ่ง”(หลอกล่อ → ใช้ผลพลอยได้). แต่ถ้าเด็กทารกกำลังจะเล่นของที่ไม่ควรให้เด็กเล่น เช่น ปากกาหรือกระดาษ แล้วเรากลัวเด็กเอาเข้าปาก เลยเอาของเล่นชิ้นอื่นมาล่อให้เล่นแทน ถือเป็นแบบ “ละ”(หลอกล่อ). แต่ถ้าหวังผลทั้งการให้เด็กได้ฝึกพัฒนาการ และไม่ต้องเล่นของที่เราไม่อยากให้เล่นด้วย ถือเป็นทั้งแบบ “มุ่ง” และ “ละ”(หลอกล่อ + เพิ่มผลพลอยได้)
| ตัวอย่าง | เหยื่อ | รูปแบบ |
|---|---|---|
| ตกปลาโดยใช้เหยื่อ | เหยื่อตกปลา | มุ่ง |
| แกล้งแพ้ เพื่อล่อให้ศัตรูไล่ล่า จนมาเจอกับดัก | ความอยากเอาชนะ | มุ่ง |
| บุกโจมตี เพื่อจะได้รู้ความสามารถของอีกฝ่าย | การถูกโจมตี | มุ่ง |
| เขียนข่าว โดยใช้หัวข้อที่น่าสนใจเกินจริง (คลิกเบต) ให้คนกดเข้ามาดูเยอะ ๆ | หัวข้อข่าว | มุ่ง |
| ตั้งราคาสินค้า A แพง เพื่อเป็นตัวหลอกให้สินค้า B ดูราคาถูก | สินค้า A | มุ่ง |
| เวลาทำความผิด ก็ชวนคุยเรื่องอื่นกลบเกลื่อน | เรื่องที่ชวนคุย | ละ |
| แกล้งอ่อนแอ เพื่อล่อให้ศัตรูออกจากฐานมาโจมตี แล้วลอบไปตีฐาน | ความอยากจะกำจัดเรา | ละ |
| เอาของเล่นชิ้นอื่นให้ลูกเล่นแทน ลูกจะได้ไม่เล่นของที่เราไม่อยากให้เล่น | ของเล่นชิ้นอื่น | ละ |
| ชวนครูคุย จนหมดคาบเรียนที่ไม่อยากเรียน | เรื่องที่ชวนคุย | ละ |
| “ดู ๆ ดู นกตรงนั้นสวยจัง” เพื่อล่อให้เด็กหันไปมองทางอื่น เวลานั่งรถผ่านบ้วนน้ำลายลงพื้น | ความอยากรู้อยากเห็น | ละ |
ซึ่งกลศึกประเภทนี้ สามารถใช้ได้หลากหลายวัตถุประสงค์ เช่น …
(1. เพื่อทำให้เป้าหมาย “เคลื่อนไหว”)
ในการหลอกล่อ ถ้าใช้เหยื่อที่เป็น “สิ่งที่เป้าหมายต้องเข้าหาด้วยตัวเอง” ก็สามารถทำให้เป้าหมาย “เข้ามาหาเหยื่อได้”
บางคนก็ใช้เหยื่อล่อสัตว์ให้เข้ามาหา เช่น ใช้เหยื่อตกปลา(หลอกล่อ → ช่วงชิง)หรือใช้เมล็ดหรือผลไม้บางชนิด ล่อนกหรือกระรอกให้เข้ามากิน(ใช้ความชอบ → หลอกล่อ)หรือนายพรานที่ใช้เศษเนื้อล่อสัตว์กินเนื้อให้มาติดกับดัก(ใช้ความชอบ → หลอกล่อ → ใช้กับดัก)ฯลฯ
ถ้าเราชอบผีเสื้อ แทนที่จะไล่ตามผีเสื้อเป็นตัว ๆ ไป เราก็อาจจะทำสวนดอกไม้ เพื่อให้เหล่าผีเสื้อแวะเวียนกันมาหาเราแทน(ใช้ความชอบ → หลอกล่อ)
ถ้าอยากเจอใครสักคนที่เข้าถึงยาก แทนที่จะขอนัดเจอกับเขาตรง ๆ หรือหาวิธีไปเจอกับเขา เราก็อาจจะเอาสิ่งที่เขาอยากได้ เช่น ความสามารถของเราที่เขาต้องการ หรือเรื่องที่เขาอยากรู้ หรือคนที่เขาอยากเจอ ฯลฯ อาจจะทำให้เขาเป็นฝ่ายเข้ามาหาเราเองก็ได้(ใช้ความอยาก → หลอกล่อ)⦅🖐️❓⦆
บางคนก็ใช้สัตว์เลี้ยงน่ารักอย่างหมาหรือแมว มาล่อสาวหรือล่อผู้ชายให้มาที่ห้อง หรือถ้าคนที่เราอยากเจอนั้น เขาชื่นชอบของสะสมบางอย่างมาก ๆ แล้วถ้าเรามีของสะสมเหล่านั้น เขาก็อาจจะอยากมาหาเราที่บ้านก็ได้(ใช้ความชอบ → หลอกล่อ). หรือบางคนอาจจะมีของเล่นเจ๋ง ๆ เอาไว้ล่อเด็กให้มาเล่นที่บ้าน แต่เป้าหมายจริง ๆ อาจจะอยากคุยธุระกับพ่อหรือแม่ของเด็ก(ใช้ความชอบ → หลอกล่อ → ใช้พันธะ)⦅🖐️❓⦆
ร้านสะดวกซื้อบางแห่ง อาจจะขายกาแฟสดราคาถูก เพราะเมื่อคนตื่นนอนแล้วอยากดื่มอะไรง่าย ๆ ถูก ๆ ก็อาจจะเดินไปซื้อกาแฟสดใกล้บ้าน ซึ่งทางร้านก็ไม่ได้หวังกำไรจากการขายกาแฟ แต่ใช้เป็นตัวดึงคนแล้วขายอย่างอื่นเพิ่มแทน เช่น บางคนอาจจะอยากกินขนมปังคู่กับกาแฟ หรือซื้อผลไม้สดปอกใส่ถุงไปจิ้มกิน ฯลฯ(ใช้ความคุ้มค่า → หลอกล่อ → ดักเส้นทาง)
ในการสงคราม หรือในเกมต่อสู้ บางครั้งก็จะมีการหลอกล่อฝ่ายศัตรู เช่น แกล้งทำเป็นแพ้แล้วหนี เพื่อให้อีกฝ่ายไล่ตาม หรือแกล้งทำเป็นอ่อนแอ หรือส่งตัวอ่อนแอไปล่อ หรือแกล้งเปิดช่องโหว่ เพื่อให้อีกฝ่ายมาบุก ฯลฯ จนมาเจอกับกับดักที่วางไว้(บิดเบือน → หลอกล่อ → ใช้กับดัก)⦅👎👎👎⦆
ในมุมกลับกัน ก็อาจจะเป็นการหลอกล่อเพื่อให้ศัตรูออกห่างจากสถานที่บางแห่งก็ได้ เช่น ฐานที่มั่น หรือแหล่งทรัพยากร หรือเมืองหลง ฯลฯ จะได้ลอบเข้าไปโจมตี หรือยึดเอามาเป็นของตัวเอง(หลอกล่อ → (โจมตี / ช่วงชิง))
สมมติว่า ที่บ้านเรากำลังดูหนังเรื่องหนึ่งอยู่ ซึ่งมีเด็กดูอยู่ตรงนั้นด้วย แล้วเรารู้ว่าฉากที่กำลังจะถึงนั้น ไม่ควรให้เด็กดูอย่างยิ่ง เช่น ฉากการมีเพศสัมพันธ์ หรือฉากการใช้ความรุนแรง หรือฉากสยองขวัญ ฯลฯ เราก็อาจจะหลอกล่อให้เด็กไปทำอย่างอื่นแทน เช่น วานให้ไปเทน้ำให้ หรือใช้ให้ไปทำแซนด์วิช หรือบอกว่ามีขนมหลังบ้าน ให้ไปหยิบมากิน ฯลฯ(หลอกล่อ → ซ่อนเร้น)⦅👍👍⦆
(2. เพื่อ “เบี่ยงเบนความสนใจ”)
ในการหลอกล่อ ถ้าใช้เหยื่อที่เป็น “สิ่งที่ทำให้เป้าหมายเกิดความสนใจ” ก็สามารถเอามาใช้เบี่ยงเบนความสนใจได้
สมมติว่า เรากำลังนั่งรถไปเที่ยวกับครอบครัว ซึ่งมีเด็กนั่งอยู่ในนั้นด้วย แล้วดันขับผ่านสิ่งที่ไม่ควรให้เด็กมองพอดี เช่น มีอุบัติเหตุข้างทาง หรือมีสัตว์ตายอยู่ข้างถนน หรือมีคนทะเลาะกัน หรือมีกลุ่มคนยืนสูบบุหรี่อยู่ข้างทาง ฯลฯ . เราก็อาจจะหลอกล่อให้เด็กหันไปมองทางอื่นแทน เช่น “ดู ๆ ดู นกสวยจังเลย ตรงนั้นอะ” หรือ “ดูซิ ป้าเขาขายอะไร ?” ฯลฯ(ใช้ความน่าสนใจ → หลอกล่อ → ซ่อนเร้น)⦅👍👍⦆
ในการแสดงมายากล บางครั้งนักมายากลก็จะใช้เหยื่อล่อ เพื่อให้ผู้ชมมองไปที่เหยื่อ แล้วละสายตาจากการกระทำบางอย่าง แล้วนักมายากลก็จะทำสิ่งนั้นอย่างรวดเร็ว(หลอกล่อ → สร้างจังหวะ ⇒ ทำอย่างฉับพลัน)หรือเพื่อให้ผู้ชมพยายามจับผิดเหยื่อที่เป็นเพียงตัวหลอก จนมองข้ามกลไกที่แท้จริงไป(หลอกล่อ → ซ่อนเร้น)
สมมติว่า มีโจรล้วงกระเป๋า 2 คน คนหนึ่งอาจจะมีหน้าที่เบี่ยงเบนความสนใจของเหยื่อ เช่น ทำของตก หรือหกล้ม หรือเข้ามาชวนคุย หรือเล่นมายากลให้ดู ฯลฯ ส่วนอีกคนก็แอบย่องเข้าไปล้วงกระเป๋าอย่างรวดเร็ว(หลอกล่อ → สร้างจังหวะ ⇒ ทำอย่างฉับพลัน → ช่วงชิง)⦅👎👎👎⦆
คนที่ต้องการจะแอบเข้าไปในสถานที่ห้ามเข้า ซึ่งมีคนเฝ้าหน้าทางเข้า ก็อาจจะให้อีกคนทำหน้าที่ดึงความสนใจจากคนเฝ้า เช่น ทำเป็นถามทาง หรือขอให้ช่วยอะไรบางอย่าง หรือทำบางอย่างให้หันไปมอง ฯลฯ ส่วนอีกคนก็แอบลอบเข้าไปข้างในอย่างรวดเร็ว(หลอกล่อ → สร้างจังหวะ ⇒ ทำอย่างฉับพลัน → ช่วงชิง)⦅👎👎👎⦆
(3. เพื่อ “ดึงดูดความสนใจ”)
ในการหลอกล่อ ถ้าใช้เหยื่อที่เป็น “สิ่งที่ทำให้เป้าหมายสนใจให้ความสนใจ” ก็สามารถใช้ในการดึงดูดความสนใจจากเป้าหมายได้
ร้านอาหารบางแห่ง อาจจะใช้เสียงผัดกะทะซ่า ๆ หรือกลิ่นอาหารหอม ๆ หรือร้านขนมก็ใช้กลิ่นอบขนมหอม ๆ หรือร้านกาแฟก็ใช้กลิ่นกาแฟคั่วหอม ๆ ให้คนที่เดินผ่านไปผ่านมาอยากกินได้(ใช้ความชอบ → หลอกล่อ)
ร้านค้าบางแห่ง อาจจะเอาตัวการ์ตูนที่เด็กชอบมาล่อ เวลาพ่อแม่พาลูกเดินผ่านหน้าร้าน แล้วเห็นว่าลูกอยากเข้าร้านนี้ ก็อาจจะตามใจลูกก็ได้ เลยอาจจะทำให้ได้ลูกค้าทั้งพ่อแม่ลูกไปในตัว(ใช้ความชอบ → หลอกล่อ → ใช้พันธะ)
สมมติว่า เรากำลังไถโทรศัพท์อยู่ แล้วเห็นโฆษณาผ่านตาว่า “พิซซาถาดละ 5 บาท” เราเลยกดเข้าไปดู แต่กลับพบเงื่อนไขว่า “เมื่อซื้อถาดที่ 2” จึงทำให้เราไม่สนใจแล้ว แต่อย่างน้อยก็ล่อให้เรากดเข้าไปดูได้(บิดเบือน → ทำให้น่าสนใจ → หลอกล่อ)⦅👎❓⦆
แพลตฟอร์มขายของออนไลน์บางแห่ง อาจจะแจกคูปอง “ส่วนลด 100 บาท” ให้กับลูกค้า แต่พออ่านดูรายละเอียดกลับเขียนว่า “เมื่อซื้อครบ 500 บาท” หมายความว่า ต้องซื้อถึง 500 บาทก่อน จึงจะได้ส่วนลด . ซึ่งอาจจะล่อบางคนให้กดเลือกของใส่ตระกร้าได้ แล้วพอเขามารู้ทีหลังว่าต้องซื้อครบ 500 ก่อน เขาก็อาจจะเสียดายที่อุตส่าห์เสียเวลาเลือกของตั้งนาน ก็เลยอาจจะเติมอีกสักหน่อยให้ครบ 500 บาทก็ได้(บิดเบือน → ทำให้น่าสนใจ → หลอกล่อ)⦅⦅👎👎 / 👎⦆❓⦆
บางที เวลาเราเลือกซื้อของในออนไลน์ จะเห็นว่าบางร้านแสดงราคาถูกกว่าเจ้าอื่นอย่างเห็นได้ชัด ทั้ง ๆ ที่เป็นสินค้าเดียวกัน . แต่พอกดเข้าไปแล้ว กลับพบว่าเป็นราคาของอุปกรณ์เสริม หรือราคาของขนาดทดลอง หรือรุ่นที่เลิกผลิตไปแล้ว แต่ตัวสินค้าจริง ๆ ก็ราคาพอ ๆ กับเจ้าอื่น . แต่อย่างน้อยก็ทำล่อเรากดเข้ามาดูได้(บิดเบือน → ทำให้น่าสนใจ → หลอกล่อ)⦅👎🖐️❓⦆
บางคนอาจจะตั้งใจเผยแพร่ข้อมูลให้ผิดเล็ก ๆ น้อย ๆ ลงออนไลน์ คนอื่นจะได้มาช่วยแก้ให้(บิดเบือน → หลอกล่อ)⦅👎👎🖐️❓⦆หรือให้ข้อมูลที่มันกำกวม หรือไม่ครบถ้วน คนอื่นจะได้มาช่วยอธิบายเพิ่มเติมให้(ทำให้คลุมเครือ → หลอกล่อ)⦅👎👎🖐️❓⦆
สื่อบางราย มักชอบพูดถึงคนอื่นหรือคนบางกลุ่มในทางไม่ดี เพื่อล่อให้คนมารุมด่าคนคนนั้นหรือคนกลุ่มนั้น หรือเพื่อให้คนมาแสดงความคิดเห็นด่ากันเองในคอมเมนต์ ตัวเองจะได้มีชื่อเสียง(ใช้โกรธ → หลอกล่อ → ทำให้แพร่กระจาย)⦅👎👎👎⦆
ภาพโฆษณา หรือเว็บไซต์บางแห่ง หรือสื่อบางราย ชอบเอารูปวาบหวิวมาล่อให้คนสนใจ(ใช้อารมณ์ทางเพศ → หลอกล่อ)⦅👎👎👎⦆
สื่อบางรายก็ชอบพาดหัวข่าวให้น่าสนใจเกินจริง (คลิกเบต) เพื่อล่อให้คนกดเข้าไป เช่น ในช่วงที่พนักงานประจำหางานยากขึ้น ก็อาจจะพาดหัวข่าวว่า “หมดยุคของมนุษย์เงินเดือน” หรือพอสินทรัพย์บางอย่างราคาเริ่มลง ก็รีบใช้คำว่า “เทขาย” แต่พอราคาเริ่มขึ้น ก็รีบใช้คำว่า “แห่ซื้อ” ฯลฯ(บิดเบือน → ทำให้น่าสนใจ → หลอกล่อ)⦅👎👎👎 / 👎👎 / 👎⦆
(4. เพื่อให้เป้าหมาย “เผลอทำ” บางอย่าง)
ในการหลอกล่อ ถ้าใช้เหยื่อที่เป็น “สิ่งที่สามารถทำให้เป้าหมายให้ความสนใจ จนต้องเข้ามาทำอะไรสักอย่างด้วย” ก็สามารถทำให้เป้าหมายลืมตัว จนเผลอทำในสิ่งที่ตัวเองไม่ได้ต้องการจะทำตั้งแต่แรกได้
หมีตัวหนึ่ง ถูกผีเสื้อตัวหนึ่งบินแหย่ไปแหย่มา ซ้ายที ขวาที หน้าที หลังที ทำให้หมีเกิดความรำคาญและหงุดหงิดอย่างมาก เลยไล่ตะปบผีเสื้อตัวนั้นไปเรื่อย ๆ ในหัวก็คิดแต่จะจับผีเสื้อให้ได้ เลยไม่ทันระวัง พลัดตกแม่น้ำ(ทำให้โกรธ → หลอกล่อ → ทำให้ประมาท → ใช้กับดัก)
บางคน เวลาเห็นข้อเสนอที่น่าสนใจมาก ๆ ก็อาจจะรีบตกลงจนลืมดูรายละเอียดให้ดีก่อน เช่น สมมติว่าของที่เราอยากได้มานาน อยู่ ๆ ก็ลด 30% เราอาจจะรีบตัดสินใจซื้อ แล้วพึ่งมารู้ตอนจ่ายเงินว่า ลดสูงสุดไม่เกิน 100 บาท ฯลฯ . ซึ่งมิจฉาชีพก็ชอบใช้วิธีนี้ หลอกให้เราโอนเงินจนลืมเอะใจว่าอีกฝ่ายอาจจะเป็นมิจฉาชีพก็ได้((บิดเบือน + ใช้ความโลภ) → สร้างพันธะ → หลอกล่อ → ทำให้สะเพร่า → ช่วงชิง)⦅👎👎👎🖐️⦆
ถ้าต้องการให้คนปากแข็งที่ปิดบังบางอย่างอยู่ ยอมรับความจริงออกมาเอง เราก็อาจจะแกล้งพูดผิด เพื่อแหย่ให้เขาหลุดปากแก้ต่างออกมา เช่น ถ้าอีกฝ่ายบอกว่า “ไม่ได้ยืมเงิน” ทั้ง ๆ ที่จริง ๆ แล้วยืม เราก็อาจจะบอกว่า “เมื่อวานยืมไป 200 บาท ?” เขาก็อาจจะตอบกลับมาว่า “แค่ 100 เองไม่ใช่หรอ” หรือถ้าอีกฝ่ายบอกว่า “ไม่ได้แอบกินขนม” ก็อาจจะแกล้งหลอกว่า “เศษขนมติดอยู่ที่ปากนี่คืออะไร ?” ทั้ง ๆ ที่ไม่ได้มีอยู่จริง แต่เขาอาจจะพลาดยอมรับไปแล้วว่าแอบกินขนมก็ได้(บิดเบือน → หลอกล่อ → ทำให้เปิดเผย)
ถ้ามีเด็กคนหนึ่งวิ่งแบบจับเวลา แล้วเขาทำได้ 23 วินาที คนที่อยากให้เขาวิ่งหลาย ๆ รอบ ก็อาจจะบอกเขาว่า “จำน้องที่อยู่ท้ายหมู่บ้านได้ไหม เมื่อวานเขาทำได้ 17 วิเอง แต่ก็วิ่งหลายรอบอยู่” อาจจะทำให้เขาอยากเอาชนะ ไม่อยากรู้สึกอายน้อง ก็เลยวิ่งอีกหลายรอบก็ได้(ทำให้อยากเอาชนะ → หลอกล่อ)
สมมติว่า มีเกมให้ทุกคนช่วยกันตอบคำถาม พิธีกรอาจจะบอกว่า “รอบที่แล้วทำไว้ 150 คะแนน มาดูกันดีกว่าว่ารอบนี้จะทำได้เท่าไหร่ ?” เพื่อกระตุ้นให้ทุกคนอยากเอาชนะ ไม่อยากแพ้คนกลุ่มก่อนหน้า แล้วถ้าสมมติว่าได้คะแนนเกิน 150 คะแนนแล้ว พิธีกรก็อาจจะแหย่อีกว่า “รอบที่เคยทำได้มากที่สุดคือ 180 คะแนน อยากรู้จังว่ารอบนี้จะไปได้เท่าไหร่ ? จะทำลายสถิติเก่าได้รึเปล่า ?”(ทำให้อยากเอาชนะ → หลอกล่อ)
บางคนอาจจะยั่วยุในเรื่องที่อีกฝ่ายอ่อนไหว จี้จุดที่ทำให้เขาโกรธง่าย เพื่อทำให้เขาขาดสติ ลืมตัวชั่วขณะ จนเผลอหลุดพูดจาหยาบคาย หรือแสดงพฤติกรรมรุนแรงออกมา เพื่อให้คนอื่นมองภาพลักษณ์ของเขาในทางไม่ดี(ใช้จุดอ่อน → สร้างความโกรธ → หลอกล่อ → ทำลายภาพลักษณ์)⦅👎👎👎⦆. แล้วถ้าอีกฝ่ายเป็นสมาชิกขององค์กรบางแห่ง เช่น พรรคการเมือง หรือบริษัท ฯลฯ ก็อาจทำให้องค์กรนั้น เสื่อมเสียภาพลักษณ์ไปด้วยก็ได้(ทำให้โกรธ → หลอกล่อ → ใช้พันธะ → ทำลายภาพลักษณ์)⦅👎👎👎⦆
ในการสงคราม ถ้ามีฝ่ายหนึ่งไม่ยอมออกมารบสักที อีกฝ่ายก็อาจจะยั่วยุ โดยการพูดจาหยาบคายท้าทาย หรือแสดงพฤติกรรมดูหมิ่น ล้อเลียน หรือเหยียดหยามสิ่งที่อีกฝ่ายเคารพ เช่น “ไอพวกขี้ขลาด” หรือ “ไอพวกกระจอก” หรือ “แน่จริงก็ออกมาสิ” หรือ “ไม่แน่จริงนี่หว่า” หรือ “ขนาด…ยังกล้ามากกว่าเลย” หรือเอาธงของอีกฝ่ายมาเหยียบ หรือเอาสิ่งที่อีกฝ่ายเคารพรักมาล้อเล่น ฯลฯ เพื่อล่อให้อีกฝ่ายออกมารบ ทั้ง ๆ ที่อาจจะยังไม่พร้อมรบ หรืออยู่ในสถานการณ์ที่ไม่ควรรบ หรือยังไม่อยากรบตอนนี้(สร้างความโกรธ → หลอกล่อ)⦅👎👎👎⦆
(5. เพื่อให้เป้าหมาย “แบ่งแยก” ทรัพยากร)
ในการหลอกล่อ ถ้าใช้เหยื่อที่เป็น “สิ่งที่เป้าหมายต้องเข้ามาทำอะไรบางอย่างด้วย” และถ้าเป้าหมายสนใจที่จะเข้ามาหาเหยื่อ แต่อีกด้านหนึ่งก็ไม่อยากละเลยสิ่งที่ตัวเองกำลังทำอยู่เช่นกัน เป้าหมายก็อาจจะใช้วิธี “แบ่งทรัพยากรบางส่วนไปที่เหยื่อ” แทน.เป็นการคอมโบระหว่างกลศึกประเภท “การหลอกล่อ” และ “การแบ่งแยก”(หลอกล่อ → แบ่งแยก)
ในการสงคราม บางครั้งก็จะมีการหลอกล่อให้อีกฝ่ายแบ่งกำลังไปช่วยจุดอื่น เช่น ส่งกองทัพไปโจมตีจุดอื่น(โจมตี → หลอกล่อ)หรือทำเป็นเหมือนจะโจมตี(บิดเบือน → หลอกล่อ)หรือขอให้พันธมิตรที่อยู่ไกลออกไปซ้อมรบ อีกฝ่ายจะได้รู้สึกเหมือนมีโอกาสถูกบุกได้ทุกเมื่อ(ใช้ความสัมพันธ์ → บิดเบือน → หลอกล่อ)ฯลฯ . พออีกฝ่ายต้องแบ่งกำลังบางส่วนไปป้องกัน จุดที่ปะทะกันจริง ๆ ก็จะมีจำนวนลดลง เพิ่มโอกาสชนะและลดความสูญเสียลงได้(หลอกล่อ → แบ่งแยก → ลดจำนวน → โจมตี)⦅👎👎👎⦆
ในการแข่งขันวิจัยและพัฒนานวัตกรรมบางอย่าง บางเจ้าอาจจะใช้วิธีปล่อยข่าวที่น่าตื่นเต้นบางอย่าง เช่น “…กำลังจะเป็นอนาคตของอุตสาหกรรมนี้” หรือ “ถ้าใครไม่ลงทุนใน… จะตกยุค ไม่สามารถแข่งขันได้” หรือ “ตนเองกำลังศึกษาใน…อยู่” ฯลฯ ซึ่งอาจจะไม่ได้สำคัญขนาดนั้นจริง ๆ ก็ได้ แต่ทำให้เจ้าอื่นรู้สึกร้อนรน กลัวตกยุค กลัวตามคนอื่นไม่ทัน เกิดความไขว้เขว จนต้องแบ่งทรัพยากรบางส่วน เช่น เงินทุน หรือบุคลากร ฯลฯ รวมถึงเวลา ไปลงทุนในสิ่งนั้น แทนที่จะลงทุนอย่างเต็มที่กับสิ่งที่สำคัญจริง ๆ((ใช้ความน่าสนใจ + ใช้ความกลัว) → หลอกล่อ → แบ่งแยก)⦅👎👎👎🖐️⦆
ซึ่งคนที่ทำแบบนี้ได้มักจะเป็นรายใหญ่ หรือคนที่เป็นผู้นำในวงการนั้น ๆ อยู่แล้ว เพราะคนแบบนี้มักจะมีคนคอยติดตามจำนวนมาก ทำให้พอเขาทำอะไรปุ๊บ ก็จะถูกสื่อเอามาทำเป็นข่าว หรือถูกนักวิเคราะห์คอยวิพากษ์วิจารณ์ หรือถูกเจ้าอื่นคอยเลียนแบบอยู่เสมอ(ใช้ความน่าเชื่อถือ → (สร้างความน่าสนใจ + สร้างความกลัว) → หลอกล่อ → แบ่งแยก)⦅👎👎👎🖐️⦆
เวลาเกิดความขัดแย้งขึ้น จนเป็นที่ถกเถียงกันในสังคม คนที่โดนคนรุมด่าก็อาจจะพยายามโยงไปที่ประเด็นอื่น คนอื่นจะได้โดนด้วย เพื่อจะได้แบ่ง ๆ กันรับความสนใจ ตัวเองจะได้ตกเป็นเป้าการถูกด่าน้อยลง เช่น “แล้วทำไมนาย A ถึงทำได้ ?” หรือ “ทีนาย A ทำ ก็ไม่เห็นจะมีใครเคยว่าเลย” หรือ “ทำไมผมเห็นคนอื่นทำตั้งเยอะแยะ ทำไมมาลงที่ผม ?” ฯลฯ(หลอกล่อ → ให้รับแทน → แบ่งแยก)⦅👎👎🖐️❓⦆
หรือบางทีก็มีคนนอกมาดึงความสนใจ เช่น “ที่ต่างประเทศก็ทำกันปกติ ไม่เห็นจะมีดราม่าอะไร” หรือ “ผมเห็นหลายคนก็ทำมานานแล้วนะ แค่เขาแค่ไม่บอก เราเสิร์ชคำว่า…สิ” ฯลฯ ทำให้ประเด็นถูกขยายใหญ่โตขึ้น จากเรื่องของเขาคนเดียวกลายเป็นเรื่องของคนอื่นด้วย เขาก็จะกลายเป็นแค่ส่วนหนึ่งของประเด็นนี้ พอมีคนโดนไปด้วย ตัวเองก็จะถูกสนใจน้อยลง(หลอกล่อ → ให้รับแทน → แบ่งแยก → ลดจำนวน)⦅⦅👎👎 / 👎⦆🖐️❓⦆
(6. เพื่อ “ถ่วงเวลา” เป้าหมาย)
ในการหลอกล่อ ถ้าใช้เหยื่อที่เป็น “สิ่งที่เป้าหมายต้องเข้ามาทำอะไรบางอย่าง และต้องใช้เวลากับมัน” ก็สามารถใช้ในการ “ถ่วงเวลา” ได้.เป็นการคอมโบระหว่างกลศึกประเภท “การหลอกล่อ” และ “จังหวะเวลา”(หลอกล่อ → ถ่วงเวลา)
ถ้าไม่อยากให้เด็กมาเกะกะวุ่นวาย ก็อาจจะหาเอาอะไรให้เขาเล่น (ที่เด็กเล่นได้) หรือถ้าโตหน่อยก็อาจจะวานให้ไปทำอะไรให้(หลอกล่อ → ถ่วงเวลา)หรือถ้าไม่อยากให้เพื่อนสนิทมายุ่งวุ่นวายกับเราตอนนี้ บางคนก็อาจจะส่งลิงค์วิดีโอสนุก ๆ หรือคลิปตลก ๆ ไปให้เขาดู(ใช้ความสนุก → หลอกล่อ → ถ่วงเวลา)หรือถ้าเจอวิชาที่ไม่ชอบ หรือถึงบทเรียนที่ไม่ชอบ บางคนก็อาจจะชวนครูคุยเรื่องที่เขาสนใจหรือชอบเล่าให้เราฟัง จะได้เหลือเวลาเรียนน้อย ๆ(ใช้ความน่าสนใจ → หลอกล่อ → ถ่วงเวลา)หรือถ้าไม่อยากให้ลูกน้องคนหนึ่ง มายุ่มย่ามกับโปรเจกต์บางอย่าง ก็อาจจะหางานอย่างอื่นให้เขาทำ หรือส่งอะไรให้เขาอ่าน แถมยังเป็นประโยชน์ด้วย ไม่เสียเวลาเปล่า ๆ(หลอกล่อ → (ถ่วงเวลา + เพิ่มผลพลอยได้))⦅⦅👎👎 / 👎⦆🖐️❓⦆
ในสนามรบ บางคนก็อาจจะหลอกล่อศัตรูเพื่อถ่วงเวลา เช่น บุกไปหาศัตรู แต่มา ๆ หาย ๆ เข้า ๆ ออก ๆ ให้อีกฝ่ายเสียเวลาตั้งรับนาน ๆ หรือวิ่งไปวิ่งมา ให้อีกฝ่ายเสียเวลาเล่นไล่จับ ฯลฯ . อาจจะเพื่อรอกองหนุนของตัวเองมาถึง หรือรอให้ศัตรูผลาญทรัพยากรตัวเองไปเรื่อย ๆ จนหมด หรือรอให้ฤดูกาลเปลี่ยน สภาพแวดล้อมจะได้เปลี่ยนไป ฯลฯ(หลอกล่อ → ถ่วงเวลา → รอจังหวะ)⦅👎👎👎⦆
(7. เพื่อทำให้เป้าหมาย “เกิดช่องโหว่”)
ในการหลอกล่อ ถ้าใช้เหยื่อที่เป็น “สิ่งที่เป้าหมายต้องเข้ามาทำอะไรบางอย่างด้วย” ในระหว่างที่เป้ากำลังทำสิ่งนั้นอยู่ ก็อาจทำให้เป้าหมาย “เกิดช่องโหว่” บางอย่างขึ้นมาได้ . เพราะการหยุดนิ่ง มักเกิดช่องโหว่ได้ยาก ตรงข้ามกับการเคลื่อนไหว ที่มักเกิดช่องโหว่ได้ง่าย.เป็นการคอมโบระหว่างกลศึกประเภท “การหลอกล่อ” และ “ช่องโหว่”(หลอกล่อ → สร้างช่องโหว่)
กีฬาที่โต้กันไปมาโดยใช้ลูกเป็นตัวกลาง เช่น แบดมินตัน ปิงปอง วอลเลย์บอล ฯลฯ ปกตินักกีฬาก็จะโต้กันไปเรื่อย ๆ ให้ลูกเคลื่อนที่ไปทางซ้ายบ้าง ขวาบ้าง หน้าบ้าง หลังบ้าง ไกลบ้าง ใกล้บ้าง สลับกันไปเรื่อย ๆ ไม่แน่นอน ไม่มีรูปแบบตายตัว ก็ต้องมีสักครั้งที่มีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งผิดพลาด เช่น ไปอยู่ขอบสนามเกินไป หรือเดาทิศทางลูกผิด ฯลฯ อีกฝ่ายก็สามารถใช้ช่องโหว่นี้ในการทำคะแนนได้((หลอกล่อ + ทำอย่างไม่สม่ำเสมอ + ใช้จำนวน)) → สร้างช่องโหว่ → โจมตี)
ในสนามรบ แม่ทัพบางคนนำกองกำลังของตัวเองออกไปปะทะกับอีกฝ่ายเรื่อย ๆ โดยเข้าปะทะด้วยกลวิธีต่าง ๆ ไม่แน่ไม่นอน แต่ละครั้งไม่เหมือนกัน คาดเดาไม่ได้ และในขณะเดียวกันก็คอยมองหาช่องโหว่ของอีกฝ่ายไปด้วย จนอาจมีสักครั้งที่อีกฝ่ายพลาด เผลอเปิดช่องโหว่บางอย่างขึ้นมา เช่น ทหารไปกองในจุดเดียวกันมากเกินไป จนละเลยที่จะปกป้องจุดยุทธศาสตร์สำคัญ หรือล่อแม่ทัพคนสำคัญไปอยู่ที่ไกล ๆ ฯลฯ แล้วก็ใช้ช่องโหว่นี้ในการชิงความได้เปรียบ((หลอกล่อ + ทำอย่างไม่สม่ำเสมอ + ใช้จำนวน) → สร้างช่องโหว่ → ทำให้ได้เปรียบ)⦅👎👎👎⦆
(8. เพื่อให้เป้าหมาย “เผย” บางอย่างออกมา)
ในการหลอกล่อ ถ้าใช้เหยื่อที่เป็น “สิ่งที่เป้าหมายต้องเข้ามาทำอะไรบางอย่างด้วย” ในระหว่างการกระทำนั้น ๆ อาจทำให้เป้าหมาย “เผย” บางอย่างที่ไม่เคยเห็นออกมาก็ได้.เป็นคอมโบระหว่างกลศึกประเภท “การหลอกล่อ” และ “การล่วงรู้”(หลอกล่อ → ล่วงรู้)
ในหนังจอมยุทธ์ มีจอมยุทธ์คนหนึ่ง เกิดสงสัยคนคนหนึ่งขึ้นมาว่า เขามีไพ่ลับในมืออะไรที่แอบซ่อนไว้รึเปล่า ? ก็เลยแอบส่งคนไปลอบทำร้ายคนคนนั้น เพื่อให้เขาเปิดเผยไพ่ลับออกมา เช่น เขาอาจจะแอบปกปิดฝีมือที่แท้จริงของตัวเองไว้ หรือมีคนคอยแอบคอยอารักขาเขาอยู่ ฯลฯ(หลอกล่อ → ทำให้เปิดเผย → ล่วงรู้)
ในสนามรบ แม่ทัพบางคนอาจจะนำกำลังของฝ่ายตัวเองไปปะทะกับฝ่ายตรงข้ามดู จะได้รู้ว่าอีกฝ่ายมีความสามารถแค่ไหน ? ฝึกซ้อมมาดีแค่ไหน ? มีระเบียบวินัยแค่ไหน ? ชอบใช้แผนแบบไหน ? นิสัยใจคอเป็นอย่างไร ? ฯลฯ . และอีกเหตุผลหนึ่งคือ จะได้รู้ของฝ่ายตัวเองด้วย เพราะบางอย่าง ถ้าไม่ลงสนามจริงก็ไม่รู้(หลอกล่อ → ล่วงรู้)⦅👎👎👎⦆.ถ้าในทางธุรกิจก็อาจจะเป็นการปล่อยสินค้าบางอย่างออกไป แล้วดูว่าลูกค้ากับคู่แข่งตอบสนองยังไง ?⦅❓⦆
เหตุการณ์หรือสถานการณ์บางอย่างที่เกิดขึ้น บางครั้งก็ทำให้คนเราแสดงอะไรบางอย่างที่ซ่อนไว้ในตัวออกมาได้ เช่น นิสัย หรือทัศนคติ หรือความสามารถ หรือไพ่ลับ ฯลฯ . อย่าว่าแต่คนอื่นเลย แม้แต่ตัวเราเอง บางครั้งเรายังไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าเราเป็นคนแบบนี้ จนกระทั่งเกิดสถานการณ์บางอย่างขึ้นมา แล้วเราตอบสนอง จึงรู้จักตัวเองมากขึ้น . เราจึงสามารถใช้สถานการณ์บางอย่างมาเป็นเหยื่อ เพื่อให้ผู้อื่นแสดงสิ่งที่ซ่อนในตัวของเขาออกมาได้
สมมติว่า เรากำลังคบหาดูใจกับคนคนหนึ่ง เราอาจจะลองให้เขาสอนสิ่งที่เขาถนัดกับเรา เช่น สอนเล่นกีฬา หรือสอนเล่นดนตรี หรือสอนทำอาหาร หรือสอนเรื่องการลงทุน ฯลฯ จะได้รู้ว่าเขาเป็นคนอย่างไร ? ดุเดือดหรือนุ่มนวล ? ใจเย็นหรือใจร้อนแค่ไหน ? ด่าหรือตะคอกใส่เราหรือไม่ ? เขาได้ดูถูกคนอื่นที่ไม่เก่งเท่าเขารึเปล่า ?(หลอกล่อ → ล่วงรู้)⦅❓⦆. อาจจะช่วยให้ไม่ต้องเสียเวลาคบกันเป็นเรื่องเป็นราว แล้วพึ่งรู้ว่าเขามีนิสัยแบบนี้ก็ได้
‼️ ตรงนี้สำคัญมาก : ต้องบอกก่อนว่า การทดสอบอะไรแบบนี้ สามารถผิดพลาดได้ง่ายมาก เพราะอาจจะมีหลายปัจจัยที่เรายังมองไม่ครบ เช่น วันนั้นเขาอาจจะอารมณ์เสียพอดี หรือที่เขาไม่มีน้ำใจเพราะอาจจะกำลังรีบอยู่ หรืออาจจะอยู่ในช่วงที่อกหัก เลยพูดน้อย หรือกำลังง่วงนอน เลยตอบสนองต่อเหตุการณ์ต่าง ๆ ได้ไม่ดี ฯลฯ . การทดสอบคนไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ถ้าจะทำก็ควรทำหลาย ๆ ครั้ง และหลากหลายสถานการณ์ เพื่อความแม่นยำ
เราอาจจะลองแย้ม ๆ ความเห็นที่ขัดต่อความความเชื่อของคนที่เราอยากรู้จัก เพื่อดูว่าเขาเป็นคนอย่างไร เปิดใจรับฟังความเห็นต่างได้ดีแค่ไหน ? ชอบเอาชนะหรือไม่ ? ควบคุมอารมณ์ได้ดีแค่ไหน ? เลือกที่จะค่อย ๆ อธิบายอย่างใจเย็น หรือพยายามเอาชนะ หรือปล่อยผ่าน ? ฯลฯ(หลอกล่อ → ล่วงรู้)⦅❓⦆
ถ้าอยากรู้ความสามารถของใคร บางคนก็อาจจะมอบหมายงานให้เขาทำ หรือให้เขาได้ลองแก้ปัญหาบางอย่าง หรือให้เขาได้เผชิญกับปัญหาบางอย่าง ซึ่งอาจจะทำให้ได้รู้ถึงระดับความสามารถ อุปนิสัย และสไตล์การทำงานของคนคนนั้นได้(หลอกล่อ → ล่วงรู้)⦅❓⦆
การให้ใครบางคนทำกิจกรรมเล็ก ๆ น้อย ๆ ร่วมกัน เช่น การแบ่งทีมต่อเลโก้ หรือการเล่นบอร์ดเกม ฯลฯ นอกจากจะใช้เพื่อสร้างความสัมพันธ์ได้แล้ว ก็อาจจะทำให้คนเล่นเปิดเผยตัวตนบางอย่างออกมาได้ เช่น เป็นคนพูดมากหรือพูดน้อย ? ชอบเอาชนะแค่ไหน ? ชอบบงการคนอื่นหรือไม่ ? ให้ความสำคัญกับชัยชนะหรือความสัมพันธ์มากกว่ากัน ? และบาลานซ์ระหว่าง 2 สิ่งนี้ได้ดีแค่ไหน ? ฯลฯ(หลอกล่อ → ล่วงรู้)⦅❓⦆
พระราชาอาจจะทดสอบขุนนางคนหนึ่ง โดยการเอาทรัพย์สมบัติ หรือตำแหน่งหน้าที่การงาน หรือสาวงามมาล่อ จะได้รู้ว่าเขาเป็นคนยังไง ? มีความซื่อสัตย์หรือไม่ ? รู้จักข่มใจตัวเองได้ดีแค่ไหน ?(ใช้ความอยาก → หลอกล่อ → ล่วงรู้)
เวลารู้ความลับสำคัญบางอย่าง แล้วเกิดสงสัยคนคนหนึ่งว่า เขารู้อยู่แล้วแต่ปิดบังเราหรือไม่ ? บางคนก็อาจจะแกล้งทำเป็นบอกความลับแก่อีกฝ่าย เพื่อดูสีหน้าท่าทาง ว่าเขาดูตกใจหรือไม่ ? ถ้าดูไม่ประหลาดใจเลย ทั้ง ๆ ที่เป็นเรื่องน่าตกใจ ก็อาจจะเป็นไปได้ว่าเขาอาจจะรู้อยู่แล้วก็ได้(หลอกล่อ → ล่วงรู้)⦅❓⦆
ถ้าอยากรู้ว่าอีกฝ่ายมีวาระแอบแฝงหรือไม่ บางคนก็อาจจะลองพูดบางอย่างที่เชื่อมโยงเกี่ยวกับวาระนั้น ๆ เช่น ถ้าอยากรู้ว่า คนที่มาช่วยเรา เขาหวังประโยชน์บางอย่างรึเปล่า ? ก็อาจจะลองเปรย ๆ เรื่องเกี่ยวกับผลประโยชน์นั้น ๆ ออกไป เช่น อาจจะบอกว่า “คิดยังไงเกี่ยวกับ…(เรื่องผลประโยชน์) ?” เพื่อดูว่าเขาตอบสนองอย่างไร ?(หลอกล่อ → ล่วงรู้)⦅❓⦆
(9. เพื่อให้เป้าหมาย “เปรียบเทียบ” เหยื่อกับบางอย่าง)
ในการหลอกล่อ ถ้าใช้เหยื่อที่เป็น “สิ่งที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อเปรียบเทียบกับบางสิ่งโดยเฉพาะ เพื่อให้สิ่งนั้นดูดีกว่าเดิม” ก็สามารถทำให้เป้าหมายเกิดการ “เปรียบเทียบ” ระหว่างเหยื่อกับสิ่งที่ต้องการได้
สมมติว่า มีกาแฟให้เลือก 2 ขนาด คือ ไซซ์เล็ก 150 บาท 250 มิล และไซซ์ใหญ่ 180 บาท 450 มิล . โดยไซซ์เล็กเป็นเพียงไซซ์หลอก ทำให้ไซซ์ใหญ่รู้สึกคุ้ม โดยลูกค้าอาจจะมองว่าจ่ายเพิ่มอีกแค่ 30 บาท ก็จะได้มากขึ้นถึง 200 มิล . แต่ถ้าสมมติว่า มีแค่ไซซ์ใหญ่ไซซ์เดียว ลูกค้าก็อาจจะไม่รู้สึกว่าไซซ์ใหญ่คุ้มขนาดนี้ก็ได้(หลอกล่อ → ปรับมุมมอง)⦅🖐️❓⦆. ทั้ง ๆ ที่ราคาก็เท่าเดิม ขนาดก็เท่าเดิม ไม่มีอะไรที่ต่างจากเดิมเลย
เจ้าของที่ดิน อาจจะแบ่งที่ดินของตัวเองออกเป็น 2 แปลง คือ แปลง A กับแปลง B แล้วตั้งราคาแปลง B ให้แพงเข้าไว้ พอคนโทรมาถามเรื่องที่ดินแปลง A จะได้บอกได้ว่า “แปลงนี้ถูกมากแล้ว เชื่อไหมแปลงข้าง ๆ ขายตั้งแปลงละ…” ซึ่งหมายถึงแปลง B เพื่อเป็นตัวหลอก ให้คนมองว่าที่ดินแปลง A ถูกกว่าความเป็นจริง ทั้ง ๆ ที่ตัวเองเป็นคนตั้งราคาขึ้นมาเอง(หลอกล่อ → ปรับมุมมอง)⦅👎🖐️❓⦆
เวลาระดมไอเดีย ถ้ากลัวน้องในทีมไม่กล้าเสนอไอเดียแปลก ๆ แหวก ๆ ออกมา ซึ่งอาจจะเพราะกลัวโดนดูถูก กลัวถูกมองว่าโง่ หรือกลัวถูกมองเป็นตัวตลก . คนที่เป็นรุ่นพี่หรือหัวหน้าในนั้น ก็อาจจะแกล้งเสนอไอเดียโง่ ๆ ติงต๊อง ๆ ไปก่อน . น้อง ๆ จะได้กล้าพูด เพราะคิดว่าขนาดพี่ ๆ ยังโยนไอเดียโง่ ๆ ขนาดนี้ออกมา งั้นไอเดียของเราก็ไม่น่าจะโดนดูถูก(หลอกล่อ → สร้างความมั่นใจ)⦅👍👍❓⦆
สมมติว่า เราอยากเลี้ยงอาหารคนอื่น แต่กลัวคนที่เราเลี้ยงเขาเกรงใจเรา ไม่กล้าสั่งแพง เราอาจจะลองพูดว่า “ล็อบสเตอร์ดูน่ากินมากเลย” เขาก็จะคิดว่าเราจะเล่นของแพง เลยอาจจะเอาของที่ถูกกว่าล็อบสเตอร์ลงมาหน่อย เพื่อให้สบายใจมากขึ้น(หลอกล่อ → ลดความเกรงใจ)⦅👍❓⦆
ในการจีบกันเป็นแฟน บางคนใช้วิธีเข้าหาคนที่ชอบหรือหลงรักตัวเอง แต่ตัวเขาเองกลับไม่ได้ชอบอีกฝ่ายด้วย เพื่อให้แฟนเก่าของเขา หรือคนที่เขาแอบชอบ เกิดความสนใจในตัวเขา มองว่าเขาเป็นที่นิยม ถ้าไม่ได้เป็นแฟนจะเสียดาย และน่าจะมีดีบางอย่าง คนอื่นก็เลยสนใจ(ใช้ความหลง → หลอกล่อ → (ปรับมุมมอง + ทำให้น่าสนใจ + ทำให้กลัวเสียดาย))⦅👎👎👎🖐️⦆
(10. เพื่อให้เป้าหมาย “มองข้าม” ความจริงที่ยิ่งกว่า)
ในการหลอกล่อ ถ้าใช้เหยื่อที่เป็น “สิ่งที่ทำให้เป้าหมายเข้าใจแบบหนึ่ง แต่จริง ๆ แล้ว ยังมีความจริงที่ยิ่งกว่าซ่อนอยู่” ก็สามารถใช้เป็นตัวหลอกให้เป้าหมาย “มองข้าม” ความจริงนั้นได้.เป็นการคอมโบระหว่างกลศึกประเภท “การหลอกล่อ” และ “การซ่อนเร้น”(หลอกล่อ → ซ่อนเร้น)หรือ “การบิดเบือน”(หลอกล่อ → บิดเบือน)
ในการสงคราม ฝ่ายที่ใช้เครื่องบินจู่โจม บางครั้งก็จะมีการส่งเครื่องบินหลอกออกไป ให้วิ่งไปจุดที่ไม่ได้ต้องการจะโจมตีจริง ๆ เพื่อใช้เป็นเหยื่อล่อ (decoy) ให้อีกฝ่ายมาป้องกันจุดนี้ ส่วนลำที่จะใช้โจมตีจริง ๆ ก็จะไปโจมตีจุดอื่นที่อีกฝ่ายคาดไม่ถึง(หลอกล่อ → บิดเบือน → โจมตี)⦅👎👎👎⦆
เวลาแอบซื้อของแพงหลายอย่าง เช่น เสื้อผ้า รองเท้า นาฬิกา ฯลฯ แล้วถ้าคนที่บ้านสงสัย บางคนก็อาจจะยอมรับว่า “แอบซื้อเสื้อมาแพง” แม้ว่าจริง ๆ จะแอบซื้อมาแพงหลายอย่างก็ตาม . เป็นการโยนให้เสื้ออย่างเดียว เพื่อให้เสื้อเป็นตัวหลอก ให้เขาคิดว่ารู้ความจริงทั้งหมดแล้ว จะได้หายสงสัยและไม่ถามต่อ(บิดเบือน → หลอกล่อ → ซ่อนเร้น)⦅⦅👎👎 / 👎⦆❓⦆
สายลับคนหนึ่ง พอถูกเจ้าหน้าที่สงสัยว่า “แอบซ่อนอะไรไว้รึเปล่า ?” ก็เลยเอาของที่แอบซ่อนไว้ยื่นให้เขาไปชิ้นหนึ่ง แต่จริง ๆ คือ แอบซ่อนของไว้อีกชิ้น ซึ่งชิ้นที่ยื่นให้เป็นชิ้นหลอกที่เตรียมไว้ เผื่อมีคนสงสัยจะได้ยื่นให้((บิดเบือน → หลอกล่อ → ซ่อนเร้น) + ทำเผื่อ)
ถ้าหัวหน้าสงสัยว่า งานที่เราทำอยู่มีปัญหาที่จุดไหน ? แล้วเราไม่อยากบอกตอนนี้ เพราะคิดว่าเราน่าจะแก้ไขทัน เลยไม่อยากโดนตำหนิและถูกมองในทางลบเปล่า ๆ บางคนก็อาจจะบอกไปว่า “ตอนนี้มีปัญหาที่จุด A ครับ” แต่จริง ๆ แล้ว จุด A เป็นแค่เรื่องเล็ก ๆ แต่ส่วนที่เป็นปัญหาจริง ๆ อยู่ที่จุด B ต่างหาก เพื่อจะได้เอาจุด A มาบเป็นตัวหลอกให้เขาหายสงสัย คิดว่ารู้ปัญหาทั้งหมดแล้ว . เว้นแต่เขาจะถามต่อว่า “แล้วมีปัญหาอื่นอีกรึเปล่า ?”(บิดเบือน → หลอกล่อ → ซ่อนเร้น)⦅⦅👎👎👎 / 👎👎⦆❓⦆
บางคน เวลามีคนสงสัยว่าทำผิด อาจจะสารภาพความผิดของตัวเองแค่บางเรื่อง หรือแค่บางประเด็น คนอื่นจะได้เข้าใจว่า เขาได้สารภาพความผิดของตัวเองแล้วแล้ว จนลืมคิดไปว่า เขาอาจจะยังบอกไม่หมดก็ได้(บิดเบือน → หลอกล่อ → ซ่อนเร้น)⦅👎👎👎 / 👎👎⦆
สมมติว่า เราถามคนที่ดูเหมือนผู้หญิง 2 คนที่เป็นเพื่อนกันว่า “พวกเธอ 2 คนเป็นผู้หญิงจริง ๆ รึเปล่า ?” แล้วผู้หญิงคนแรกบอกว่า “ฉันเป็นผู้หญิงจริง ๆ” ส่วนผู้หญิงคนที่สองก็บอกว่า “ฉันก็เป็นผู้หญิงเหมือนกัน” แล้วผู้หญิงคนแรกก็บอกว่า “เดี๋ยว ๆ เธอเป็นไม่ใช่ผู้หญิงไม่ใช่หรอ” . อาจจะทำให้เราเชื่อว่าคนแรกเป็นผู้หญิง ส่วนคนที่สองไม่ใช่ผู้หญิงก็ได้ แต่ในความเป็นจริง อาจจะเป็นไม่ใช่ผู้หญิงทั้งคู่ก็ได้ . เป็นการทำเป็นแย้งกันเองแค่ประเด็นเดียว ซึ่งเป็นประเด็นหลอก(บิดเบือน → หลอกล่อ → บิดเบือน)
(11. เพื่อ “กลบประเด็น”)
ในการหลอกล่อ ถ้าใช้เหยื่อที่เป็น “เรื่องที่ทำให้เป้าหมายเกิดความสนใจ” ก็สามารถทำให้เป้าหมายสนใจในเรื่องนั้นจน "ลืมนึกถึง” เรื่องที่เราไม่ต้องการให้นึกถึงได้.บางครั้งก็เรียกว่าการ ”เปลี่ยนเรื่อง” หรือการ “เฉไฉ” หรือการ “กลบเกลื่อน” หรือการ “กลบข่าว”
สมมติว่า เรากำลังอยู่กับเพื่อนร่วมงาน ซึ่งเราพึ่งทำงานบางอย่างผิดพลาดมา แต่เราอาย ไม่อยากคนอื่นพูดถึงหรือตอกย้ำความผิดของเรา ไม่อยากให้เรื่องนี้เป็นประเด็นในบทสนทนา เราก็อาจจะหาเรื่องอื่นมาคุยกลบเกลื่อน เช่น “หนูจำได้ว่าพี่กำลังฝึกโยคะอยู่ เป็นยังไงบ้างคะ ?” หรือ “วันก่อน เห็นพากันไปกินข้าวที่เปิดใหม่ เป็นไงบ้าง ?” หรือข่าวที่กำลังดังในช่วงนั้น หรือหนังดังที่พึ่งจะเข้าโรง หรือเรื่องที่อีกฝ่ายชื่นชอบ ฯลฯ(หลอกล่อ → ทำให้ไม่นึกถึง)⦅👎🖐️❓⦆
ในทางตรงข้าม เราอาจจะทำแบบนี้เพื่อช่วยคนอื่นก็ได้ เช่น ถ้าเพื่อนร่วมงานหรือลูกน้องของเราคนหนึ่ง พึ่งทำงานบางอย่างผิดพลาดมา แล้วเขาดูเครียดมาก เวลาอยู่รวมกันเป็นกลุ่ม เราก็อาจจะหาเรื่องอื่นมาชวนคุย ทุกคนจะได้ไปโฟกัสกับเรื่องนั้น จนไม่ได้นึกถึงและตอกย้ำเรื่องที่เขาทำผิด(หลอกล่อ → ทำให้ไม่นึกถึง → ทำให้สบายใจ)⦅👍🖐️❓⦆
ถ้าเราไม่อยากให้บรรยากาศแห่งความเกรงใจอยู่นาน เช่น ตอนที่เรากำลังเลี้ยงข้าวคนอื่น หรือเราพึ่งช่วยเหลือคนอื่นไป ฯลฯ เราก็อาจจะชวนคุยเรื่องอื่น บรรยากาศจะได้ผ่อนคลาย และเขาก็จะได้ไม่ต้องคิดมากเรื่องที่เราเลี้ยง(หลอกล่อ → ทำให้ไม่นึกถึง → ทำให้สบายใจ)⦅👍👍⦆
เวลาเจอญาติ แล้วไม่อยากถูกถามเรื่องบางเรื่อง เช่น เรื่องแฟน เรื่องงาน ฯลฯ แทนที่จะรอให้เขาเป็นฝ่ายถาม เราก็อาจจะชิงชวนคุยก่อนเลย เช่น ถ้าเขาพึ่งมีลูก ก็อาจจะถามว่า “ช่วงนี้ลูกเป็นยังไงบ้างคะ ?” หรือถ้าเขาพึ่งไปเที่ยวมา ก็อาจจะถามว่า “เห็นไปเที่ยวมา เป็นไงบ้างครับ ?” หรือถามเรื่องงานของเขาก็ได้ “ที่ร้านขายดีไหมคะ ?” ฯลฯ(หลอกล่อ → ซ่อนเร้น)⦅🖐️❓⦆
ซึ่งเรื่องที่เราจะชอบคุย ถ้าเป็นเรื่องที่ไกลตัวเราออกไปก็จะปลอดภัยกว่า เพราะถ้าชวนคุยเรื่องใกล้ ๆ ก็มีโอกาสที่อีกฝ่ายจะวนมาคุยเรื่องที่เราต้องการหลีกเลี่ยงได้ เช่น ถ้าเราชวนหัวหน้าคุยเรื่องงาน เขาก็อาจจะถามเรื่องงานของเรากลับ หรือถ้าเราชวนญาติคุยเรื่องลูก “ช่วงนี้ลูกเป็นยังไงบ้างครับ ?” เขาก็อาจจะโยงกลับมาที่เราได้ว่า “แล้วเราล่ะ เมื่อไหร่จะแต่งงาน มีลูก ?” ฯลฯ((หลอกล่อ + ใช้ความห่าง) → ซ่อนเร้น)⦅🖐️❓⦆
อีกอย่างหนึ่งคือ พยายามตั้งคำถาม แล้วให้อีกฝ่ายเป็นคนพูดจะดีกว่า เพราะเวลาเราตอบคำถาม เราต้องใช้สมาธิในการเรียบเรียงข้อมูลในหัวมากกว่าการฟังเฉย ๆ เลยทำให้เขาลืมที่จะนึกถึงเรื่องอื่นได้ง่ายกว่า⦅🖐️❓⦆
เวลาที่มีการเปิดเผยเรื่องที่เกี่ยวกับการทุจริต หรือความผิดพลาดใหญ่ ๆ ของกลุ่มคนที่มีอำนาจ . ผู้มีอำนาจก็อาจจะสั่งให้สื่อเผยแพร่เรื่องไม่เป็นเรื่องที่คนมักจะสนใจ เช่น ข่าวคนดังแอบมีชู้ หรือข่าวคนดังทะเลาะ คลิปหลุดดารา ฯลฯ . คนจะได้ไปให้ความสนใจกับเรื่องนั้นแทน ข่าวทุจริตจะได้ค่อย ๆ เงียบหายไป(ใช้อำนาจ → สร้างความสนใจ → หลอกล่อ → ซ่อนเร้น)⦅👎👎👎🖐️⦆
(12. เพื่อหา “เหยื่อ” มารับแทน)
ในการหลอกล่อ ถ้าใช้เหยื่อที่เป็น “สิ่งที่คนมองว่าเป็นปัญหา” ก็อาจจะทำให้คนมุ่งความสนใจไปที่สิ่งนั้น “จนมองข้าม” สิ่งที่เราต้องการเขาให้มองข้ามไปได้
ถ้าต้องการลองออกผลิตภัณฑ์ตัวใหม่สู่ตลาด แต่ไม่แน่ใจว่าผลตอบรับจะออกมาดีไหม กลัวคนที่ชอบตัวเดิมอยู่แล้วผิดหวัง แล้วออกมาด่า . บางบริษัทอาจจะสร้างทีมทีมหนึ่งขึ้นมา สมมติว่าชื่อทีม A แล้วประกาศว่าทีม A จะรับหน้าที่ดูแลผลิตภัณฑ์ตัวนี้ แต่จริง ๆ คือ เป็นแค่ทีมหลอก ๆ ที่ตั้งขึ้นมาเฉย ๆ . ซึ่งถ้าผลิตภัณฑ์ตัวนี้ออกสู่ตลาดไปแล้ว ผลลัพธ์ออกมาไม่ดี คนก็อาจจะด่าทีม A เป็นหลัก หรืออย่างมากก็ด่าบริษัทที่จ้างทีมแบบนี้มาดูแล แทนที่จะด่าตัวบริษัทตรง ๆ แต่ถ้าออกมาดี ก็ไม่ต้องทำอะไร(บิดเบือน → หลอกล่อ → (ให้รับแทน + สร้างทางเลือกได้เปล่า))⦅👎🖐️❓⦆
ผู้ปกครองประเทศที่บริหารประเทศล้มเหลว ประชาชนมีความเป็นอยู่ย่ำแย่ ทำให้ผู้คนไม่พอใจจำนวนมาก และถ้ายังเป็นแบบนี้ต่อไป ก็มีโอกาสที่ผู้คนจะออกมาต่อต้านได้ . ผู้ปกครองก็อาจจะสร้างศัตรูภายนอกขึ้นมา เช่น ประเทศข้าง ๆ แล้วทำให้มีปัญหาขัดแย้งกันตรงชายแดน หรือประเทศที่มีแนวคิดความเชื่อต่างกัน หรือประเทศที่เคยขัดแย้งกันมาก่อน ฯลฯ เพื่อให้ผู้คนมัวแต่สนใจและเกลียดชังประเทศนั้น จนมองข้ามความผิดพลาดของผู้ปกครองประเทศตัวเอง(ใช้ความเกลียดชัง → หลอกล่อ → ให้รับแทน)และอาจช่วยสร้างความเป็นเอกภาพระหว่างตนเองกับผู้คนได้ด้วย(ใช้ความเกลียดชัง → หลอกล่อ → ให้รับแทน → สร้างความสัมพันธ์)⦅👎👎👎⦆
ในเรื่องบูลลี่กันในโรงเรียน หรือในที่ทำงาน หรือในออนไลน์ อาจเกิดจากคนที่มีปมในใจ กลัวว่าตัวเองยังดีไม่พอ ไม่เป็นที่ยอมรับ เลยหาคนที่อ่อนแอกว่า หรือคนที่มีจุดด้อยบางอย่าง มาทำให้คนอื่นมุ่งความสนใจไปที่ปมด้อยของเขา และบูลลี่คนคนนั้น เพื่อที่คนอื่นจะได้มองข้ามปมด้อยของตนเอง เป็นการหลีกเลี่ยงไม่ให้ตนเองโดนทำร้ายทางจิตใจ(ใช้จุดอ่อน → หลอกล่อ → ซ่อนเร้น)⦅👎👎👎⦆. ซึ่งส่วนมาก คนเหล่านั้นก็ไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าเขาเป็นคนแบบนี้
การเกิดขึ้นของปัญหาแต่ละอย่าง มักเกิดจากเหตุปัจจัยหลายอย่างมารวมกันในจังหวะเวลาเดียวกันพอดี . การโบ้ยไปให้เหตุปัจจัยบางอย่าง โดยไม่พูดถึงเหตุปัจจัยอื่น ก็อาจจะทำให้เหตุปัจจัยอย่างอื่น ถูกมองข้าม หรือให้คนสำคัญลดลงได้
สมมติว่า มีวัยรุ่นคนหนึ่งพกปืนทำร้ายคนอื่น จนเป็นข่าวดังขึ้นมา . ผู้มีอำนาจที่มีส่วนรับผิดชอบเกี่ยวกับการพกอาวุธปืน ก็อาจจะเบี่ยงประเด็นไปที่เรื่องอื่นแทน เช่น ให้สื่อบอกว่า เป็นปัญหาครอบครัว หรือมีการกลั่นแกล้งกันในโรงเรียน หรือมีประวัติเกี่ยวกับการติดเกม ฯลฯ เยอะ ๆ คนจะได้พูดถึงเรื่องปืนน้อย ๆ . คนจะได้ถกเถียงกันในประเด็นเหล่านี้เยอะ ๆ จนเรื่องการพกปืนเป็นแค่เรื่องรอง(ใช้อำนาจ → (ใช้ความสนใจ + ใช้จำนวน) → หลอกล่อ → ซ่อนเร้น)⦅👎👎👎⦆
(13. เพื่อให้เป้าหมาย “ออกตัว”)
ในการหลอกล่อ ถ้าใช้เหยื่อที่เป็น “สิ่งที่เป้าหมายต้องแสดงความเห็นบางอย่างออกมา” ก็อาจจะสามารถนำความเห็นของเป้าหมาย “มาใช้เป็นความชอบธรรม” ให้กับตัวเองได้.เป็นการคอมโบระหว่างกลศึกประเภท “การหลอกล่อ” และ “ความชอบธรรม”(หลอกล่อ → สร้างความชอบธรรม)
ในหนังราชวงศ์ พี่ชายนางเอกถูกพี่ชายพระเอกฆ่า นางเอกเลยอยากจะแก้แค้นแทนพี่ชายตัวเอง แต่อีกใจหนึ่ง ก็กลัวพระเอกจะโกรธ เพราะพระเอกเองก็รักพี่ชายของตัวเองเช่นกัน เลยถามพระเอกไปว่า “ถ้าหากพี่ของท่านถูกฆ่า ท่านจะทำยังไง ?” พระเอกก็ตอบว่า “ข้าจะแก้แค้น” แล้วนางเอกก็บอกว่า “ข้าก็ด้วย” . จึงเท่ากับว่า พระเอกออกตัวไปในตัวแล้วว่า ขนาดเป็นตัวเองยังจะแก้แค้นเลย แล้วถ้านางเอกจะแก้แค้น ก็คงไม่ผิดเช่นกัน(ทำอย่างแนบเนียน → หลอกล่อ → สร้างความชอบธรรม)⦅👎👎👎⦆
สมมติว่า เราอยู่ในการแข่งขันบางอย่าง แล้วเราถูกกรรมการถามความเห็นว่า “ระหว่างทีม A กับ ทีม B คิดว่าทีมไหนควรชนะ ?” ซึ่งเราคิดว่าทีม B ทำได้ดีกว่าทีม A แต่เราดันเป็นสมาชิกของทีม A . ถ้าเราบอกว่าทีม A ควรชนะ ก็เท่ากับไม่ได้ตัดสินตามความเป็นจริง แต่ถ้าบอกว่าทีม B ควรชนะ ก็อาจจะโดนเพื่อนที่อยู่ทีม A ไม่พอใจได้ และอาจถูกมองว่าเราไม่ช่วยทีมตัวเอง หรือถึงขั้นมองว่าเราหักหลังทีมตัวเองก็ได้ . เราจะทำยังไงได้บ้าง ถึงจะสามารถให้ความเห็นตามความเป็นจริง และไม่ถูกมองแบบนี้ ?
.🤔 (ผู้อ่านลองคิดเล่น ๆ ดูก่อนก็ได้).....เราอาจจะบอกไปก่อนว่า “ผมควรจะให้ทีม A ชนะ เพราะผมเองก็อยู่ทีม A ด้วย” กรรมการก็อาจจะตอบว่า “ไม่เกี่ยวครับ ให้เลือกที่ผลงาน” เราก็จะสามารถบอกได้แล้วว่า “งั้นให้ทีม B ชนะ เพราะทำผลงานได้ดีกว่า” ซึ่งจะทำให้ไม่ถูกทีมตัวเองเคืองได้ เพราะมีกรรมการช่วยออกตัวให้แล้วว่า ให้เราเลือกที่ผลงาน(ทำอย่างแนบเนียน → หลอกล่อ → สร้างความชอบธรรม)
(14. เพื่อให้เป้าหมาย “ได้รับประสบการณ์” บางอย่าง)
ในการหลอกล่อ ถ้าใช้เหยื่อที่เป็น “สิ่งที่ทำให้เป้าหมายต้องเข้ามาสัมผัสคลุกคลีด้วย” ก็อาจจะทำให้เป้าหมาย “ได้รับประสบการณ์” บางอย่าง ในระหว่างการสัมผัสคลุกคลีกับเหยื่อได้.เป็นการคอมโบระหว่างกลศึกประเภท “การหลอกล่อ” และ “การปรับมุมมอง”(หลอกล่อ → ปรับมุมมอง)
ถ้าเราเลี้ยงลูกอยู่คนเดียว ส่วนแฟนของเราเป็นฝ่ายหาเงิน แล้วเขาชอบบอกว่า “การเลี้ยงลูกก็แค่เรื่องง่าย ๆ ไม่เห็นจะมีอะไรยากเลย” เราก็อาจจะหาโอกาสให้เขามาลองเลี้ยงดูสักวัน เช่น ป่วย หรือบอกว่าต้องไปทำธุระ ฯลฯ . อาจจะทำให้เขาเข้าใจก็ได้ว่า การเลี้ยงเด็กจริง ๆ แล้วมันไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด เขาอาจจะเปลี่ยนมุมมองที่มีต่อการเลี้ยงลูกไปเลยก็ได้(ใช้ความชอบธรรม → หลอกล่อ → ปรับมุมมอง)⦅👍👍🖐️❓⦆
คนเรามักจะมีสิ่งที่เราไม่ชอบ หรือไม่เห็นด้วย เลยทำให้เรามีอคติกับสิ่งนั้น . ซึ่งการที่เรามีอคติกับสิ่งใด เราก็มีแนวโน้มที่จะไม่ยุ่งกับสิ่งนั้นตั้งแต่แรก จึงอาจจะทำให้เราปิดโอกาสที่จะได้รับประสบการณ์อีกด้านเกี่ยวกับสิ่งนั้นไปเลย . การหลอกล่อจึงเป็นหนึ่งในวิธีที่สามารถทำให้คนที่มีอคติเกี่ยวกับบางสิ่ง ได้มีโอกาสได้รับประสบการณ์เกี่ยวกับสิ่งนั้นได้ เพราะเขาไม่รู้ตัวมาก่อน แต่ถูกหลอกล่อให้มาสัมผัสกับสิ่งนั้นอีกที เลยไม่เกิดอคติและปิดกั้นตัวเองไปก่อน(หลอกล่อ → ปรับมุมมอง)⦅⦅👍 / 👎⦆🖐️❓⦆
ถ้าอยากได้สัตว์น่ารัก ๆ มาเลี้ยงในบ้าน แต่คนที่บ้านกลับไม่ชอบหรือกลัว . บางคนก็อาจจะหาโอกาสให้เขาได้ลองเจอกับสัตว์เลี้ยงน่ารัก ๆ ดู เช่น ชวนไปบ้านเพื่อนที่เลี้ยงหมา หรือชวนไปคาเฟแมว หรือเปิดวิดีโอครอบครัวที่มีสัตว์น่ารัก ๆ อยู่ในบ้าน ฯลฯ . ไม่แน่ว่า พอเขาได้เห็นมุมมองด้านนี้ เขาอาจจะเริ่มเปิดใจให้กับการเลี้ยงสัตว์ก็ได้(หลอกล่อ → ปรับมุมมอง)⦅🖐️❓⦆
เด็กบางคนอาจจะไม่ชอบบางวิชา ซึ่งอาจจะมาจากความเชื่อฝังใจบางอย่าง หรือประสบการณ์ไม่ดีในอดีต หรือภาพลักษณ์ของวิชานั้น ๆ ฯลฯ . แทนที่จะไปยัดเยียดให้เขาชอบ เราก็อาจจะหาอะไรสนุก ๆ เกี่ยวกับวิชานั้น ให้เขาได้ลองทำแบบเนียน ๆ แทน เช่น ถ้าเขาได้ลองแกะและประกอบสิ่งของต่าง ๆ ก็อาจจะทำให้เขาชอบงานช่างหรือวิศวกรรมก็ได้ หรือถ้าพาเขาไปเจอหมาหรือแมวจรจัดที่น่าสงสาร ก็อาจจะเป็นแรงบันดาลใจให้เขาอยากเป็นสัตวแพทย์ก็ได้ หรือถ้าพาเขาไปเที่ยวสวนสัตว์ หรือสวนพฤกษศาสตร์ แล้วเกิดสนใจขึ้นมา ก็อาจจะเป็นตัวจุดประกายให้เขาสนใจเกี่ยวกับชีววิทยาก็ได้ ฯลฯ(หลอกล่อ → สร้างความชอบ → (ปรับมุมมอง + สร้างแรงบันดาลใจ))⦅👍👍👍❓⦆
คนที่มีทัศนคติไม่ดีต่อคนบางกลุ่ม อาจจะเป็นคนบางสีผิว หรือบางประเทศ หรือบางเจเนอเรชัน หรือบางค่านิยม ฯลฯ . ซึ่งอาจจะมาจากประสบการณ์แย่ ๆ ในอดีต หรือได้ยินคนเขาเล่ามาอีกที หรือได้ยินจากข่าว ฯลฯ ทำให้เขาเกิดอคติ ทั้ง ๆ ที่ความเป็นจริง คนเหล่านั้นก็ไม่ได้แย่ขนาดนั้น อาจจะแย่แค่บางคน และบางคนอาจจะนิสัยดีด้วยซ้ำ . เราก็อาจจะทำให้เขาได้มีโอกาสคลุกคลีกับคนเหล่านั้น เช่น แนะนำให้รู้จัก ซึ่งเป็นเพื่อนของเราอีกที แล้วให้พวกเขาได้พูดคุยแลกเปลี่ยนกัน หรือชวนไปทำกิจกรรม ที่มีคนเหล่านั้นเข้าร่วมด้วย หรือชวนไปเที่ยว ซึ่งมีเพื่อนของเราที่เป็นคนแบบนั้นไปด้วย ฯลฯ . อาจจะทำให้เขาได้เห็นอีกมุมหนึ่ง จนรู้ว่าแท้จริงแล้วตัวเองอคติไปเอง และมีมุมมองต่อคนเหล่านั้นเปลี่ยนไปก็ได้(หลอกล่อ → ปรับมุมมอง)⦅👍👍👍❓⦆